บิ๊กเต่า เตรียมเรียก ที่ปรึกษาหมู สอบคดีรีดทรัพย์อธิบดีกรมการข้าว

30.01.24 | 18:10 น.

‘บิ๊กเต่า’ เผยไม่กลัว แก๊งรีดทรัพย์อธิบดี หลุดปม ‘เจ้าหน้าที่รัฐ’ พร้อมจ่อเรียก ‘ที่ปรึกษาหมู’ ให้ปากคำ


เมื่อวันที่ 30 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีตำรวจกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) จับกุม นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก ประธานกลุ่มรวมใจรักชาติ และ น.ส.พิมณัฎฐา จิระพุทธิภาคย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรครวมไทยสร้างชาติ ร่วมกันข่มขู่เรียกรับเงินจากอธิบดีกรมการข้าว จำนวน 3 ล้านบาท แลกกับการไม่ร้องเรียนโครงการทุจริต

เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 14.50 น. วันที่ 30 มกราคม ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยกรณีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำเอกสารแชตระหว่าง “นายเอก” และ “นายธนดล” มามอบให้กับตนเอง ระบุว่า เรื่องนี้ยังไม่มีการหารือ เนื่องจากในตอนเเรกนายธนดลประสานจะเข้ามาพร้อมกับนายอัจฉริยะ แต่ติดภารกิจไม่ได้เข้ามา จึงมีการนัดหมายเจรจากันในภายหลัง พร้อมกับยืนยันว่า นายธนดลไม่ใช่ ”นายหมู“ ที่นายอัจฉริยะเคยบอกว่าเป็นตัวกลางพาอธิบดีและภรรยาไปที่บ้านนายศรีสุวรรณ โดย ‘นายหมู‘ มีชื่อจริงว่า ”สุธี“ เป็นที่ปรึกษาอีกคนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ

Advertisement

นอกจากนี้ นายหมูไม่ได้มีบทบาทอะไรในคดี แต่เมื่อมีเรื่องร้องเรียนเกิดขึ้นในกระทรวงเกษตรฯ ก็เชื่อว่าผู้บังคับบัญชาใช้ให้เคลียร์ปัญหา ซึ่งผู้บังคับบัญชาก็คงอยากแค่ให้เคลียร์ให้จบ โดยไม่ได้ดูในรายละเอียดว่าจะทำอย่างไร ซึ่งภรรยาของอธิบดียืนยันกับตำรวจว่า นายหมูไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการตบทรัพย์ แต่ตำรวจก็ยังไม่ปักใจเชื่อ ยังต้องมีการขยายผล ซึ่งจะมีการเชิญนายหมูเข้ามาให้ปากคำในสำนวนด้วย โดย พล.ต.ต.จรูญเกียรติไม่ขอตอบในรายละเอียดของการเจรจาเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2566 ว่ามีการจ่ายเงินในวันดังกล่าวด้วยหรือไม่

ทั้งนี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติยืนยันว่า นายธนดลไม่เกี่ยวข้องอะไรกับคดี แต่ได้รับความไว้วางใจจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ให้มาตรวจสอบเรื่องนี้ โดยเชื่อว่านายธนดลมีข้อมูลที่จะนำเข้ามาพูดคุยกับตนเอง

พล.ต.ต.จรูญเกียรติเปิดเผยอีกว่า นอกจากกรณีของอธิบดีกรมการข้าว ล่าสุดมีข้าราชการการเมืองที่มีชื่อเสียงติดต่อเข้ามา เพื่อจะแจ้งความหลังถูกกลุ่มของนายศรีสุวรรณเรียกรับผลประโยชน์ในลักษณะเดียวกัน โดยตนยังไม่ได้พูดคุยในรายละเอียดแต่มีการประสานจะเข้าพบ

ส่วนกรณีที่ปรึกษากฎหมายของอธิบดีกรมการข้าว กังวลปม นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ “เจ๋ง ดอกจิก” ถูกปลดจากคณะทำงานเขตตรวจราชการที่ 11 ของรองนายกฯ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 จะไม่เข้าข่ายเป็นเจ้าหน้าที่รัฐขณะเรียกรับผลประโยชน์แล้วทำให้ข้อหาอ่อนลงนั้น ทาง พล.ต.ต.จรูญเกียรติยอมรับว่า หากมีคำสั่งปลดก่อนเรียกรับผลประโยชน์จริง นายยศวริศจะไม่เข้าข่ายเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แต่เบื้องต้นยังไม่เห็นคำสั่งปลด และก่อนที่จะมีการออกหมายจับได้รับการยืนยันจาก ป.ป.ช.แล้วว่า นายยศวริศมีสถานะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐในขณะกระทำความผิด หากมีคำสั่งปลดจริงก็จะต้องตรวจสอบเอกสารให้ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ในขบวนการนี้มีคนที่เข้าข่ายเป็นเจ้าหน้าที่รัฐแน่ๆ ขณะเรียกรับผลประโยชน์ คือ น.ส. พิมณัฎฐา จิระพุทธิภาคย์ หรือ “ตูน” ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะทำงานเขตตรวจราชการที่ 11 ของรองนายกฯ เช้าวันที่ 26 มกราคม 2567 ก่อนมีการล่อซื้อที่บ้านนายศรีสุวรรณ เพราะเป็นคนเจรจานัดหมายในการวางเงินวันนั้น ซึ่งเมื่อมีหนึ่งคนเข้าข่ายเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้ร่วมขบวนการก็ต้องเข้าข่าย “สนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐฯ” ซึ่งตามกฎหมายจะต้องรับโทษ 2 ใน 3

ผู้สื่อข่าวถามว่า การทำคดีนี้กลัวจะเป็นการล้ม “ยักษ์” หรือไม่ เพราะเริ่มมีรายงานข่าวว่า มีผู้ใหญ่โทรเบรกทางฝั่งที่ปรึกษากฎหมายของอธิบดี ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวว่า ไม่กลัว พร้อมชี้ ต้องใช้คำว่าท้าวเวสสุวรรณ หรือว่ารูปปั้นยักษ์หน้า บก.ปปป. ว่าตัวใหญ่กว่า พร้อมบอกว่าอยากเจอหัวหน้ายักษ์ เพราะเชื่อว่ายักษ์จะตัวใหญ่แค่ไหนก็สู้ความจริงไม่ได้