เฮียล้าน จัดหนักสำนักอนามัย กทม. ไม่จัดหานวัตกรรมกำจัดลูกน้ำ ทำคนกรุงป่วยไข้เลือดออกเพียบ

31.01.24 | 17:53 น.

เฮียล้าน จัดหนักสำนักอนามัย กทม. ชี้ ‘ดื้อเงียบ’ ไม่จัดหานวัตกรรมกำจัดลูกน้ำยุงลายต้นทาง ทำคนกรุงป่วยไข้เลือดออกเพียบ อุบต้องควักเนื้อพันสองพันฉีดยุงเอง

เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่อาคารไอราวัฒพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 5) ประจำปีพุทธศักราช 2567 โดยมี สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม

ในตอนหนึ่ง นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร หรือเฮียล้าน ส.ก.เขตจอมทอง เสนอญัตติขอให้ กทม.จัดหาสารเคมีกำจัดลูกน้ำยุงลายในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้เพียงพอ

เฮียล้าน

นายสุทธิชัย กล่าวว่า เนื่องจากปัญหาการระบาดของโรคไข้เลือดออกและโรคอื่นที่เกิดจากยุงเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งจากข้อมูลรายงานสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในพื้นที่กรุงเทพฯ พบผู้เสียชีวิต 8 ราย หน่วยงาน กทม.ที่รับผิดชอบควรให้ความสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่จากการพิจารณางบประมาณในปีงบประมาณที่ผ่านมาพบว่าสำนักอนามัยซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบขอจัดสรรงบประมาณจัดซื้อสารเคมีกำจัดลูกน้ำ ยุง เพื่อใช้กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงไม่เพียงพอกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่เขตต่างๆ ทั้งตามชุมชนและหมู่บ้านจัดสรร ฯลฯ ทำให้ไม่สามารถควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออกและโรคอื่นที่เกิดจากยุงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น กทม.ควรให้ความสำคัญในการตั้งงบประมาณในการจัดซื้อสารเคมีกำจัดลูกน้ำและยุง เพื่อแก้ไขปัญหาโรคไข้เลือดออกในพื้นที่กรุงเทพฯ

Advertisement

ยุงลาย

“ทำไมไม่กำจัดยุงที่ต้นทาง พวกเราเหนื่อยในการฉีดยุงตามซอย ตามหมู่บ้าน ใช้งบประมาณของตัวเราเอง ในฐานะตัวแทนพี่น้องประชาชน เราบอกหน่วยงานที่รับผิดชอบไปแล้ว เขาไม่ทำ ผมไม่แน่ใจว่าเขาไม่อยากอยู่สำนักนี้ก็ได้”

นายสุทธิชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาสื่อมวลชนให้ความสนใจและเผยแพร่ข่าวผู้ที่เสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกหรือโรคอื่นที่เกิดจากยุงเป็นพาหะจำนวนมาก ซึ่งจากข้อมูลสถานการณ์ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกของประเทศ ในสัปดาห์ที่ 45 ของปี 66 มีจำนวนผู้ป่วยกว่า 130,000 คน เฉพาะในกทม.พบผู้ป่วย 12,314 ราย โดยพบมากในพื้นที่เขตสะพานสูง วังทองหลาง และพระนคร ประกอบกับประชาชนขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแลตนเองที่ถูกต้อง ทำให้มีผู้ป่วยสูงต่อเนื่อง

เมื่อมาดูที่งบประมาณของสำนักอนามัย ได้ขอรับงบประมาณเพื่อควบคุมพาหะและแหล่งนำโรค จำนวน 6,655,600 บาท โดยเป็นงบเพื่อเป็นค่าสารเคมีกำจัดลูกน้ำ ยุง หนู แมลงสาบ เพื่อดูแลประชาชนกว่า 12 ล้านคนในกรุงเทพฯ เพียง 4,344,700 บาท เมื่อครั้งที่เป็นประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณางบประมาณ ได้ฝากไปถึงสำนักอนามัยในเรื่องนี้ไปแล้ว โดยขอให้จัดหาสารเคมีและส่งให้เขตดำเนินการโดยตรงและต้องมีการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนช่วยกันกำจัดตั้งแต่ต้นทางด้วย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญและเราควรต้องช่วยกันดูแลตั้งแต่ต้นทาง

“ผมเคยนำเรียนรองผู้ว่าฯ ศานนท์ ไม่สนใจเหมือนกัน มันเป็นเพราะอะไรกัน ผมเคยอภิปรายในสภา ผู้ว่าฯ ชัชชาติบอกต้องเร่งดำเนินการ แต่ท้ายที่สุดรองผู้ว่าฯ ไม่ขยับ ผมไม่เข้าใจเลย ข้าราชการต้นสังกัดไม่ทำอะไรเลย” นายสุทธิชัยกล่าว

พร้อมกันนี้ทางนายสุทธิชัยได้อธิบายวิธีไล่ยุงจากแหล่งเพาะพันธุ์ และวิธีไล่ยุงสมัยใหม่

“ฉีดยุงวันนึงหมดพันสองพัน พวกผมโดนขอให้ฉีดยุงทุกวันจนไม่ไหว ไม่ไปพวกเราโดนว่า ต้องควักเงินเองอยู่ตลอด ผมพยายามบอกว่าทำไมไม่กำจัดต้นทาง จึงเป็นเหตุผลที่เสนอญัตตินี้”

“เรามาคุยในกลุ่ม ส.ก. ทำไมสำนักอนามัยเขาไม่ทำเพราะอะไร เราทำเพื่อส่วนรวม ไม่ได้ทำเพื่อส่วนตัว ถ้าเรากำจัดลูกน้ำต้นทางได้ พวกเราก็ไม่ต้องเหนื่อย ไม่โดนร้องเรียน โดยใช้งบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้างนำนวัตกรรมใหม่ที่กำจัดลูกน้ำยุงลายได้ตั้งแต่ต้นทาง ทำไมท่านไม่ทำ ถ้าภาษาชาวบ้านสำนักนี้เป็นคน ‘ดื้อเงียบ’ เราเปิดกว้างในสภาให้ท่านสามารถดำเนินการได้ หลายคนอึดอัดกับสำนักอนามัย” นายสุทธิชัยกล่าว

จากนั้น ส.ก.ได้ร่วมอภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตติ ประกอบด้วย นายนภาพล จีระกุล ส.ก.เขตบางกอกน้อย นายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ส.ก.เขตคลองสาน นายกิตติพงศ์ รวยฟูพันธุ์ ส.ก.เขตทุ่งครุ นายณรงค์ รัสมี ส.ก.เขตหนองจอก นางกนกนุช กลิ่นสังข์ ส.ก.เขตดอนเมือง

ด้านนายชัชชาติ กล่าวว่า เรื่องไข้เลือดออกเป็นปัญหาหลักของประเทศไทยมานาน มีมาตรการหลายอย่าง กทม.ไม่ได้นิ่งนอนใจ จะขอรับข้อมูลของสมาชิกสภากรุงเทพมหานครและนำไปพิจารณาดำเนินการให้เหมาะสมโดยเร่งด่วนต่อไป