บิ๊กเต่าชี้ ‘ไม้ เอก’ มันสมองเครือข่ายคุม’ศรีสุวรรณ’ รวมสูญเกือบร้อยล้าน

1.02.24 | 18:36 น.

“บิ๊กเต่า”ชี้ “อาจารย์เอก”เป็นมันสมองเครือข่ายบงการพี่ศรี มีข้อมูลทุจริตหลายวงการ ลั่นถ้าไม่เก่งจริงคุมพี่ศรีไม่อยู่

เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยเกี่ยวกับจับกุม นายเอกลักษณ์ วารีชล หรือไม้ เอก หรือ ‘อาจารย์เอก’ คนกลางประสานงานขบวนการรีดทรัพย์ของนายศรีสุวรรณ จรรยา กับพวก ที่ถูกจับกุมได้เพิ่มเติมเป็นรายที่ 4 เมื่อช่วงเช้าวันนี้

พล.ต.ต.จรูญเกียรติเปิดเผยว่า นายเอกลักษณ์เป็นคนเก่ง มีความรู้ความสามารถ สามารถควบคุมดูแลสถานการณ์ต่างๆ เก่งจนสามารถควบคุมนายศรีสุวรรณได้ เพราะนายเอกลักษณ์เป็นคนที่มีข้อมูลการทุจริต การตรวจสอบหน่วยงานรัฐต่างๆ เป็นจำนวนมาก รู้จักคนเยอะ ถ้าหากนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมก็คงดี แต่กลับนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของตัวเอง ส่วนรายละเอียดการสอบปากคำตนเองยังไม่พูดคุยกับนายเอกลักษณ์ ซึ่งหลังจากนั้นก็คงเข้าสู่กระบวนการแจ้งข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ และการยื่นขอประกันตัว แต่ตนเองได้บอกกับนายเอกว่าหลังประกันตัวจะขอพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว ซึ่งน่าจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อคดีมากกว่า

อย่างไรก็ตามปฏิบัติการเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตำรวจ บก.ปปป.ได้ออกหมายจับและจับกุมผู้ร่วมขบวนการรายนี้เพียงรายเดียวก่อน แต่หลังจากนี้จะมีการออกหมายจับเพิ่มเติมอีก 2 คน แต่เป็นผู้ร่วมขบวนการระดับล่าง ไม่ใช่ตัวการใหญ่ เพราะในวงนี้มีผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดประมาณ 6 คน โดยยังไม่นับวงอื่น โดยคำว่า “วง” ในที่นี้แบ่งตามวงการกลุ่มผู้เสียหาย ซึ่งมีข้อมูลทยอยเข้ามาเรื่อยๆ อีกหลายวง

พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวว่า หากนับรวมความเสียหายทุกวงน่าจะเกือบร้อยล้านบาท แต่เป็นผู้ต้องหากลุ่มเดียวกัน ลักษณะพฤติการณ์เดียวกันคือเริ่มต้นจากการร้องเรียน จากนั้นก็เปลี่ยนร่างมาเป็นคนเคลียร์ แต่สุดท้ายก็มาแบ่งเค้กกัน คล้ายกับนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก

Advertisement

ส่วนกรณี นายยศวริศที่มีการแถลงข่าวในช่วงเช้าของวันนี้นั้นว่าจะไล่ฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจและสื่อมวลชน รวมถึงคนที่ร้องเรียนกล่าวหาว่าตนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการรีดทรัพย์ของนายศรีสุวรรณ รวมถึงยกพานสาปแช่งขอให้คนเหล่านั้นวิบัติ ทางด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติที่ได้ยินถึงกับกล่าวว่า “สาธุ!” ขอบคุณนายยศวริศ ที่ยอมรับว่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเป็นความจริง ซึ่งไม่รู้จะเป็นประโยชน์หรือโทษกับนายยศวริศกันแน่ แต่ตนก็ขอให้กำลังใจกับนายยศวริศในการต่อสู้คดี เพราะถ้าตำรวจไม่มั่นใจในพยานหลักฐาน ก็คงไม่จับกุมขบวนการของนายศรีสุวรรณ นอกจากนี้ยังรู้สึกเห็นใจ น.ส.พิมณัฎฐา จิระพุทธิภาคย์ หรือการ์ตูน อดีตผู้สมัคร ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรครวมไทยสร้างชาติ เลขาของนายยศวริศ ที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ รวมถึงภรรยาของนายศรีสุวรรณ ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับคนพวกนี้ เชื่อว่าผู้หญิงเหล่านี้ไม่ได้เป็นโดยนิสัย แต่ไหลเข้าสู่วงจรนี้ จึงรู้สึกเห็นใจมากกว่า

โดยทั้งนี้ก็จะมีการเรียกนาย ‘หมู’ และบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบปากคำภายในสัปดาห์นี้ แต่กรณีนายยศวริศที่ได้มีการแถลงพาดพิงไปถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มองว่าเป็นสิ่งที่พูดไปเรื่อย ไม่จำเป็นต้องเรียกมาสอบปากคำ

อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าทีมงานนายยศวริศได้ส่งทีมทนายความมาช่วยเหลือด้านกฎหมายให้กับนายเอกลักษณ์ด้วย