ลูกทรพีเมายา ซ้อมแม่วัย 73 ลั่น ‘หาซื้อง่าย’ เอกภพฝาก สภ.ปากเกร็ด สแกนหาคนขาย

3.02.24 | 14:18 น.

พี่ชายวอน เอาให้หลาบจำ! ถูกลูกทรพีเมายาซ้อมแม่ ‘เอกภพ’ ฝาก สภ.ปากเกร็ด ช่วยสแกนซื้อจากใคร ผู้ต้องหาบอก ‘ยาหาซื้อได้ง่าย’

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พร้อมทีมงานเดินทางลงพื้นที่บริเวณ ซอยเลี่ยงเมืองปากเกร็ด ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หลังได้รับการร้องเรียนจากนายณัฐพล ตั้งรักษา อายุ 49 ปี พี่ชายผู้ก่อเหตุ เพื่อช่วยเหลือนางสุดใจ ตั้งรักษา อายุ 73 ปี (แม่ผู้แจ้ง-ผู้บาดเจ็บ) หลังเพื่อนบ้านแจ้งว่าถูกลูกชายคือ นายสมพร ตั้งรักษา หรือโต๋ อายุ 47 ปี มีอาการเมายาบ้า ทำร้ายร่างกายเป็นประจำ ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ม.ค.67 ถูกทำร้ายจนต้องหามส่งโรงพยาบาลกรมชลประทาน ปากเกร็ด นอนรักษาตัวนานกว่า 15 วัน

นายณัฐพล ตั้งรักษา อายุ 49 ปี ลูกชายผู้บาดเจ็บอีกราย กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนเลิกงานกลับมาบ้านประมาณ 19.30 น. เห็นกระถางแตก กระจกบ้านแตก ตอนแรกไม่คิดว่าแม่โดนทำร้าย น้องชายตนไม่มีอาชีพ ไม่ทำงาน จบแค่ ม.3 มีภรรยาคอยให้เงินไว้ซื้อกับข้าว วันละ 20 บาท

ตนเคยมีการชกต่อยกันเนื่องจากน้องชายเคยไปขอเงินแม่แล้วไม่ได้ และเอามีดเจาะยางรถยนต์ของตนทั้ง 4 ล้อ จึงไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ปากเกร็ด ตำรวจจับไป 3-4 วันก็ปล่อยกลับ ตนตัดพี่ตัดน้องกับนายโต๋มาตั้งแต่ครั้งนั้น ซึ่งน้องชายตนมีประวัติเสพยามาเป็น 10 ปี

Advertisement

“วันที่แม่ไปโรงพยาบาลหมอแจ้งผลจากการล้ม เพราะญาติไม่รู้ว่าโดนทำร้าย สแกนสมอง มีเลือดออกในสมอง มีอาการเพ้อ พูดจารู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง จากที่แม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ตามปกติ หลังเกิดเหตุได้ติดกล้องวงจรปิด ก็เห็นแม่ร้องหิวข้าว เพราะไม่มีใครกล้าเอาข้าวมาให้แม่กิน เนื่องจากกลัวจะถูกน้องชายทำร้าย ผมให้น้องชายอยู่ฟรีกินฟรี แต่ยังมาทำแบบนี้ รับไม่ได้ ตั้งแต่เคยเอามีดทำร้าย ก็ตัดกันไปต่างคนต่างอยู่ ตอนนี้สบายใจขึ้นที่สายไหมต้องรอดและกระทรวง พม.ได้เข้ามาช่วยเหลือครอบครัว

ผมต้องทนทุกข์ทรมานมาเป็น 10 ปี ไม่อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับไปแล้วปล่อย อยากให้ดำเนินคดีให้เด็ดขาด ทำมาหากินเลี้ยงแม่อย่างเดียวไม่เคยมีเรื่องกับใคร กลัวว่าถ้าตำรวจไม่ดำเนินคดีให้หลาบจำ จะมาก่อเหตุซ้ำอีก” นายณัฐพลกล่าว

ด้าน นายสมพร ผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนดื่มเหล้าขาวและเครียดที่ข้าวของในบ้านหาย จำไม่ได้ว่าทำอะไรแม่ไปบ้าง แต่ยอมรับว่าต่อยแม่ไป 1 ครั้ง หลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้เลย ตนไม่ได้ทำงานมีเมียให้เงิน ตนหาซื้อยาเสพติดได้แถวๆ นี้ มีเงินก็ไปซื้อยามาเสพบ้าง ครั้งละ 100-200 บาท แต่ตอนนี้ไม่ได้เสพมานานแล้ว ตนอยากขอโทษแม่ อยากกราบขอโทษแม่ ไม่ได้ตั้งใจ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ตนทำร้ายแม่ ตอนนี้ตนไม่ได้กังวลอะไร ตนไม่เคยทำร้ายร่างกายเมียหรือพี่ชาย

ขณะที่ น.ส.อนัญญา อัตชู ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค กล่าวว่า ตอนนี้คุณยายช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ตนจะประสานพาคุณยายพาไปพบนักกายภาพบำบัด เพื่อดูแลรักษา และจะมี นักสังคมสงเคราะห์ลงมาที่บ้านเพื่อดูสภาพปัญหาว่าคุณยายสามารถที่จะกลับมาอยู่กับครอบครัวได้ไหม ครอบครัวมีความพร้อมในการดูแลคุณยายต่อหรือไม่อย่างไร

นายเอกภพ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กล่าวว่า วันนี้ทางสายไหมต้องรอดได้รับแจ้งจากพลเมืองดี เพื่อนบ้านและลูกชายของคุณยายว่าเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา ถูกลูกชายคนเล็กที่เสพยาเสพติด ดื่มเหล้า ทำร้ายร่างกาย ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสต้องไปนอนโรงพยาบาลนานถึง 15 วัน และมีการแจ้งความที่ สภ.ปากเกร็ด เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่มีการนำตัวไปดำเนินคดีหรือไปบำบัด เสาหลักของบ้านเป็นลูกชายคนโตต้องออกไปทำงาน คุณยายต้องอยู่บ้านตามลำพังหลังจากออกจากโรงพยาบาลคุณยายช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ นอนติดเตียง

“ก่อนหน้าโดนทำร้ายยังเดินได้ตามปกติ ล่าสุดเมื่อวานที่สอบถามยังไม่ได้ทานข้าว ไม่ได้ทานน้ำ ไม่มีใครเข้าไปช่วยเหลือเนื่องจากลูกชายคนเล็กเมาแล้วอาละวาด บางครั้งก็เอามีดจะไปปาดคอ เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญเลยลงพื้นที่ พร้อมด้วยประสานท่านอธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ ท่าน ผอ.บ้านพักบางแค ประสานไปที่ท่าน ผกก.สภ.ปากเกร็ด ให้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเชิญตัวผู้ก่อเหตุไปดำเนินคดี ในวันนี้

“ถ้าปล่อยทิ้งไว้จะเป็นปัญหากับสังคม อยากฝากท่าน ผกก.สภ.ปากเกร็ดกับพนักงานสอบสวน มันชัดเจนว่าพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายบุพการี ทำร้ายร่างกายเพื่อนบ้าน ข่มขู่คุกคาม ให้นำตัวไปฝากขังที่ศาล ไม่จำเป็นต้องรับตัวแล้วปล่อยตัวชั่วคราว มันมีวิธีอื่นที่เด็ดขาด วันนี้เลยมาด้วยตัวเอง ถ้าตำรวจมองว่าเป็นเรื่องรุนแรงในครอบครัวแล้วปล่อยไว้ แม่คงตายพอดี ผู้ก่อเหตุติดยาเสพยามานาน ถ้าใช้ พ.ร.บ.คุ้มครอง ผู้ถูกกระทำรุนแรงในครอบครัว มองว่าไม่เกิดประโยชน์” นายเอกภพชี้

นายเอกภพกล่าวอีกว่า หลังจากการเข้าตรวจค้นพบอุปกรณ์เสพยา ถุงซิป คงต้องดูว่าเป็นคนเสพหรือเป็นผู้ค้า

“ฝาก ผกก.สภ.ปากเกร็ด ผู้ต้องหาบอกว่ายาเสพติดซื้อได้ง่ายในพื้นที่ของท่าน ช่วยดูว่าซื้อจากใครซื้อที่ไหน ชาวบ้านจะได้ไม่เดือดร้อน ปัญหาเรื่องยาเสพติดเมาคลุ้มคลั่งอาละวาด มีคนแบบนี้แค่คนเดียว คนทั้งชุมชนอยู่กันไม่เป็นสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติช่วยสแกนคนแบบนี้ ฝากท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการ ผกก.ในพื้นที่ให้ช่วยสแกน ว่ามีคนที่มีพฤติกรรมแบบกี่คน ให้ดำเนินคดีให้ครบทุกข้อหา พฤติกรรมแบบนี้เป็นพฤติกรรมที่ก่อเหตุซ้ำซาก ไม่เกรงกลัวกฎหมาย และอันตรายต่อคนในชุมชนและสังคม” นายเอกภพกล่าว

โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจค้นห้องของนายสมพร พบอุปกรณ์เสพยา จึงควบคุมตัวไปที่ สภ.ปากเกร็ด เพื่อตรวจปัสสาวะในการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป