อ.ธรณ์ชี้ ใกล้มาแล้ว ‘หายนะจากโลกร้อน’ หากไม่ ล้อมก่อนวัวหาย ถึงขั้นไฟไหม้บรรลัยหมดทั้งคอก

5.02.24 | 08:53 น.

อ.ธรณ์ชี้ ใกล้มาแล้ว ‘หายนะจากโลกร้อน’ หากไม่ ล้อมก่อนวัวหาย ถึงขั้นไฟไหม้บรรลัยหมดทั้งคอก

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่องปรากฏการณ์เอลนีโญที่ส่งผลต่อโลก และประเทศไทยอยู่ในเวลานี้ ซึ่งความรุนแรงของเอลนีโญ นอกจากทำให้อุณหภูมิทั้งผิวโลก และในน้ำทะเลสูงขึ้นแล้ว ยังส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และปรากฏการณ์อันเลวร้าย ต่อโลกหลายๆ แห่ง หลายๆ กรณีอีกด้วย

โดย ผศ.ดร.ธรณ์ ได้อธิบายดังนี้

“หลังจากที่ปี 2023 เป็นปีที่อุณหภูมิเฉลี่ยโลก ทั้งบนบกและในทะเล สูงมากที่สุดเท่าที่บันทึกกันมา

ผลกระทบจากโลกร้อนทะเลเดือดเริ่มเห็นชัดทั่วทะเลไทย

Advertisement

ปะการังน้ำตื้นบางแห่งในภาคตะวันออกเสื่อมโทรม บางแห่งเกิดโรครุนแรง

หญ้าทะเลในจังหวัดตรังและกระบี่ลดลงอย่างไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด

ระบบนิเวศที่เปลี่ยนแปลง ส่งผลอย่างรุนแรงต่อสัตว์หายาก ตลอดจนความสมบูรณ์ของทะเล และการทำมาหากินของผู้คนในพื้นที่

ยังรวมถึงปรากฏการณ์แพลงก์ตอนบลูมที่ทำให้ทะเลกลายเป็นสีเขียวปี๋ โดนหนักต่อเนื่องช่วงกลางปีที่บางแสน/ศรีราชา

ล่าสุดคือเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ เป็นปรากฏการณ์แพลงก์ตอนบลูมที่เกาะเต่า อ่าวไทย รุนแรงอย่างที่คนในพื้นที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

เพราะที่นี่คือเกาะห่างฝั่ง 70 กิโลเมตร ไม่ใช่พื้นที่ใกล้ฝั่ง

สาเหตุยังบอกยาก แต่เอลนีโญยังไม่จบ บวกกับโลกร้อนเข้าไป ปัจจัยหลายอย่างในทะเลเปลี่ยนแปลง ไม่เว้นแม้แต่เกาะสุดสวยของอ่าวไทย

แพลงก์ตอนบลูมส่งผลต่อระบบนิเวศปะการัง มีรายงานยืนยันชัดเจนจากต่างประเทศ แต่จะส่งผลกับเกาะเต่าแค่ไหน เรื่องนี้คงต้องตามต่อไป

อย่าลืมว่าปะการังเกาะเต่าอยู่ไกล น้ำใส ไม่เคยเจอน้ำเขียวแบบนี้บ่อยๆ ระบบนิเวศที่เปราะบางอาจเปลี่ยนแปลงได้ง่าย

ปรากฏการณ์อาจเกิดแค่ 2-3 วัน เหมือนกับแพลงก์ตอนบลูมทั่วไป อีกไม่นานน้ำก็กลับมาใส

แต่ถ้าโลกร้อนยังรุนแรงขึ้นเรื่อยเช่นนี้ น้ำใสอาจจะร้อนฉ่าในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า น้ำเขียวอาจมาบ่อยขึ้นและบ่อยขึ้น

นั่นคือหายนะจากโลกร้อน…

จึงอยากย้ำอีกครั้ง เหมือนกับที่ย้ำๆๆ มาหลายครั้ง โลกร้อนกำลังส่งกระทบกับทะเลไทยอย่างรุนแรง และมองไปข้างหน้า จะยิ่งแรงขึ้นเรื่อยๆ

การศึกษาจำเป็นมาก เพราะใดๆ ในอดีตต่างจากในวันนี้และในอนาคตอันใกล้

ข้อมูลใหม่ๆ จะทำให้เรารับมือและปรับตัวกับความแปรปรวนของธรรมชาติได้ทันท่วงที

เรายังต้องทำต่อเนื่องเป็นระบบ นานพอและละเอียดพอ มิใช่เกิดปัญหาแล้วมาถามวิธีแก้เป็นครั้งๆ

เพราะปัญหาจากโลกร้อนมันโหดร้าย ไม่เช่นนั้นทั่วโลกคงไม่หันมาพูดกันถึงเรื่องผลกระทบ พยายามสนับสนุนงานวิจัยใหม่ๆ มากมาย

จึงอยากบอกไว้ 3-4 ปีมานี้ ทะเลเตือนแล้วว่าเธอกำลังเปลี่ยน ทุกอย่างกำลังจะแย่ลง

หากเราไม่สนใจใส่ใจ ไม่พยายามล้อมคอกก่อนวัวหาย

อยากเตือนไว้ว่าหนนี้ไม่ใช่แค่รั้วคอกพัง แต่ถึงขั้นไฟไหม้บรรลัยหมดทั้งคอก

ผลกระทบโลกร้อนทะเลเดือดมันแรงขนาดนั้นจริงๆ ครับ”