บิ๊กโจ๊ก พบน้องๆ นรต.77 ที่เพิ่งติดดาว สร้างแรงบันดาลใจและปรับทัศนคติ หลังพบว่าเด็กรุ่นใหม่จบมาอยากทำอาชีพเสริม และอยู่โรงพักที่มีปริมาณงานน้อย
เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่สถาบันส่งเสริมงานสอบสวน(สบส.) ศาลายา อ.พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) รุ่นพี่ นรต.47 เดินทางไปมาพบกับ ว่าที่ ร.ต.ต.ใหม่ นรต.รุ่นที่ 77 ที่เพิ่งติดดาวจบออกไปจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ( รร.นรต.) และมาอบรมประกาศนียบัตรวิชาชีพสอบสวน จำนวน 111 นาย
โดยนำทีมงานรุ่นพี่นรต. และรุ่นพี่นักเรียนอบรมที่เป็นทีมงานกว่า 20 นาย มาร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับน้อง ๆ นรต.77 พร้อมจัดนำอาหารมาเสริมเป็นกระเพราหมูสับ ไข่เจียว ไก่ย่าง และไอศกรีมมะพร้าวอ่อน ให้น้อง ๆ มารับประทานอาหารร่วมกันซึ่งบรรยายกาศเป็นไปอย่างเป็นกันเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ รับประทานอาหารกลางวันมานั่งพูดคุยกันในหัวข้อ “การทำงานเพื่อความสำเร็จและอยู่ในหัวใจของประชาชน” โดยย้ำว่าชีวิตการทำงานและชีวิตจริงไม่ต้องรีบร้อน แต่ต้องเก่งงาน สั่งสมประสบการณ์งานสอบสวนให้มาก เพราะคือพื้นฐานของงานตำรวจทั้งหมด พวกเราจะต้องเป็นผู้บังคับบัญชาในอนาคต ต้องเป็นผู้บังคับบัญชาที่เก่งงาน รู้งาน สั่งงานเป็น ไม่ต้องรีบสร้างหนี้สิน ไม่ต้องรีบออกรถใหม่มาเป็นภาระ มุ่งมั่นทำงานอย่างอดทน ทำงานหนักวันนี้ แล้ววันหน้าจะสบายเอง
หากต้องเข้าเวรสอบสวน อย่าเอางานเก่ามาทำ เปิดหน้ารับงานใหม่ มีสมาธิกับเหตุที่เกิดขึ้นตรงหน้า ทั้งย้ำการเจริญเติบโต ทุกคนต้องวางแผนชีวิต ทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น ขึ้นอยู่กับตัวเราเอง ต้องมีวิธีคิดเป็นของตัวเอง ต้องดูแลตัวเอง แต่งเนื้อแต่งตัวให้ดี สายแดงเวลาเข้าเวรต้องไม่ดำ ไม่ต้องตู้ ไม่ต้องตรงเป๊ะ แต่ต้องมีคุณธรรม
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บอกด้วยว่าการเป็นตำรวจ ต้องเป็นตำรวจพื้นที่ ต้องเป็น ผกก.โรงพัก เพราะจบจาก รร.นรต. คือกำลังหลัก โดยยกให้ดูตัวอย่างชีวิตตน ที่เป็น ผกก.สภ.หาดใหญ่ จว.สงขลา มีปริมาณงานมาก อยากได้งาน อยากเรียนรู้งาน ทำให้แข็งแกร่งมาจนถึงทุกวันนี้ พอทำงานเป็น สอบสวนเป็น สืบสวนเป็น ก็จะมีแต่คนใช้งาน มีแต่คนไว้วางใจ ผู้บังคับบัญชามอบหมายให้ทำงานสำคัญๆ และย้ำให้ตั้งใจเรียนทั้งภาคทฤษฎี ทั้งภาคปฏิบัติ
ไปฝึกงานโรงพัก ก็ต้องมั่นใจ สนใจเรื่องงาน นึกถึงวันข้างหน้าที่ต้องทำงานจริง ที่ไม่มีพี่เลี้ยงคอยชี้แนะอีกต่อไป ย้ำกฎหมายใหม่ ๆ ต้องศึกษา เช่น พ.ร.บ.เปรียบเทียบปรับเป็นพินัยฯ หรือ พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ที่ไม่ใช่แค่ถูกออกจากราชการ แต่มีความเสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดี ติดคุก ติดตารางได้ด้วย







