สสส. ชวนภาคี-ผู้ใหญ่ใจดี เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ต้อนรับปิดเทอม หนุนเด็กและเยาวชนเข้าถึงกิจกรรมสร้างทักษะชีวิต ภายใต้ตีม “กิจกรรมฉ่ำเวอร์”
เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานเปิดการประชุมภาคีเครือข่ายงานปิดเทอมสร้างสรรค์ ประจำปี 2567 โดยมีภาคีเครือข่ายเข้าร่วมกว่า 60 คน จาก 50 หน่วยงาน เพื่อเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมระดมสมองและนำเสนอแคมเปญปิดเทอมสร้างสรรค์
นพ.พงศ์เทพกล่าวว่า แคมเปญ “ปิดเทอมสร้างสรรค์” คือการเปิดพื้นที่เรียนรู้ที่ปลอดภัยให้กับเด็กและเยาวชนที่จะใช้เวลาในช่วงปิดเทมอราว 150 วัน ให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ด้านทักษะการใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ ซึ่ง สสส. เป็นเพียงหน่วยงานที่เชื่อมโยงระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ใจดีที่เปิดพื้นที่กิจกรรมให้แก่เด็กๆ ได้เข้าไปเรียนรู้ ผ่านแพลตฟอร์มเว็บไซต์ www.happyschoolbreak.com โดยเด็กๆ และผู้ปกครองสามารถเข้าไปสืบค้นได้ว่ามีกิจกรรมใด จัดขึ้นในพื้นที่ใดบ้างและลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม ทั้งนี้ ความพิเศษในปี 2567 คือการรณรงค์โครงการปิดเทอมสร้างสรรค์ให้เป็นแคมเปญที่เป็นที่รู้จักของสังคมอย่างกว้างขวางมากขึ้น เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างชุมชนและคนในสังคม กระตุ้นให้หน่วยงานต่างๆ ที่มีความสนใจเข้ามาร่วมจัดกิจกรรมให้เด็กและเยาวชนในช่วงปิดเทอม เพื่อสร้างทักษะซอฟต์สกิล (Soft skills) ที่หมายถึงความสามารถด้านอารมณ์ การอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม และการพัฒนาตนเอง ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับสติปัญญาแต่ละด้าน เช่น การสื่อสารพูดคุย การเปิดพื้นที่ให้เด็กๆ เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรม มีเพื่อนมากขึ้นและได้ทักษะในการใช้ชีวิต รองรับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในศตวรรษที่ 21 ที่จะมีความเปลี่ยนแปลงทางสังคมหลายอย่างเกิดขึ้นหลายด้าน เช่น ด้านทักษะชีวิต ด้านการเมือง ด้านการศึกษา ด้านอารยธรรมใหม่ ด้าน ระบบทางสังคม ด้านการติดต่อสื่อสาร ด้านสวนสาธารณะ และด้านเครือข่ายทางสังคม โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีและการติดต่อสื่อสารสมัยใหม่ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการใช้ AI ที่เข้ามามีอิทธิพลอย่างมากในยุคปัจจุบัน
“สิ่งสำคัญคือการสนับสนุนให้เด็กๆ ได้ร่วมในกิจกรรมจิตอาสาซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ส่งเสริมด้านจิตปัญญา เพื่อปลูกฝังให้เด็กๆ มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตในสังคม เห็นประโยชน์ส่วนร่วมมากส่วนตนและให้เด็กๆ นั้นได้เห็นคุณค่าของตัวเองที่มีต่อสังคมและผู้อื่น เพื่อให้เด็กได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์” นพ.พงศ์เทพกล่าว
นพ.พงศ์เทพกล่าวต่อว่า สำหรับปีนี้ สสส. และภาคีเครือข่ายได้เพิ่มความพิเศษให้กับโครงการปิดเทอมสร้างสรรค์ด้วยการกำหนดแนวคิด “ปิดเทอมสร้างสรรค์ กิจกรรมฉ่ำเวอร์” โดยมีเป้าหมายเชิญชวนภาคีเครือข่ายและหน่วยงานอื่นๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการเปิดพื้นที่กิจกรรมในชุมชนให้เด็กๆ สามารถเข้าถึงพื้นที่กิจกรรมที่ปลอดภัยได้ภายใน 15 นาที จึงเป็นโจทย์สำคัญของ สสส. และภาคีเครือข่ายที่จะร่วมสร้างและกระตุ้นให้ผู้ใหญ่ใจดีเข้ามามีส่วนร่วมทำให้เกิดพื้นที่สร้างสรรค์ในชุมชนได้
ด้าน น.ส.ณัฐยา บุญภักดี ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สสส. กล่าวว่า การปิดเทอมของเด็กๆ ที่มีเวลาถึง 150 วัน ถือเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานและส่งผลกระทบต่อพัฒนาการ การเรียนรู้ของเด็ก เช่น ภาวะจิตนาการถดถอย ภาวะโภชนาการที่ไม่ถูกหลัก หรือผู้ปกครองไม่มีเวลาดูแลเด็กๆ ก็จะนำไปสู่การเรียนพิเศษ สิ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น เนื่องจากเวลาช่วงปิดเทอมของเด็กๆ ควรจะถูกใช้เพื่อการเรียนรู้นอกห้องเรียนมากกว่าการเข้าไปเรียนพิเศษ ดังนั้น สสส. จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนโครงการนี้มานานกว่า 6 ปี ที่ผ่านมีหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมเข้ามาร่วมเปิดพื้นที่กิจกรรม เช่น องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่มีกิจกรรมออกค่ายอาสาในทุกปี กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดค่ายในอุทยานแห่งชาติรับอาสาสมัครเด็กๆ และจัดค่ายศึกษาธรรมชาติ เป็นต้น
“ปีนี้ สสส. และภาคีฯ มีเป้าหมายพิเศษในการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ในเด็กสามารถเข้าถึงได้ภายใน 15 นาที เนื่องจากการสำรวจในปีที่ผ่านๆ มา พบว่าหนึ่งปัญหาที่เจอทุกปีคือ สถานที่จัดงานไกลจากที่พักอาศัย ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง หรือกรณีเด็กเล็ก ผู้ใหญ่ก็จะต้องเป็นคนพาไป ดังนั้น เรื่องนี้จึงเป็นอุปสรรคที่ทำให้เด็กบางกลุ่มเข้าไม่ถึงพื้นที่กิจกรรม สสส. จึงตั้งโจทย์นี้ขึ้น เพื่อเพิ่มการเข้าถึงและลดอุปสรรคด้านค่าใช้จ่าย ดังนั้น การสร้างเครือข่ายชุมชนในเป็นพื้นที่ต่างๆ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้เด็กๆ เข้าถึงกิจกรรมสร้างสรรค์ได้อย่างแท้จริง” น.ส.ณัฐยากล่าว
ขณะที่ น.ส.พรเพ็ญ เธียรไพศาล ผู้ประสานงานโครงการปิดเทอมสร้างสรรค์ พื้นที่กรุงเทพมหานครกลาง กล่าวว่า ตนได้เข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่ายกับ สสส. เข้าปีที่ 2 ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนจาก สสส. ในการเป็นพี่เลี้ยง ทำให้ภาคีเครือข่ายมีเป้าหมายที่ชัดเจนและสนับสนุนศักยภาพของภาคีเครือข่ายให้มีความเข้มแข็งขึ้น นอกจากนั้น ยังเป็นหน่วยงานที่เชื่อมโยงระหว่างภาคีเครือข่ายและชุมชนในพื้นที่ได้ทำงานร่วมกันมากขึ้นด้วย ในปีนี้ตนได้เลือกพื้นที่สร้างสรรค์ในเขตกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพชั้นใน เช่น เขตดุสิต เขตสัมพันธวงศ์ เขตบางพลัด เป็นต้น โดยจะเน้นการเข้าไปสนับสนุนงานของศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร และศูนย์สร้างสุขทุกวัย เพื่อสร้างกิจกรรมที่เหมาะสมกับเด็กและเยาวชนมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมา พบว่า กิจกรรมที่จัดขึ้นอาจจะไม่สอดคล้องกับการเรียนรู้ของเด็ก จึงทำให้มีเด็กเข้าร่วมกิจกรรมเฉลี่ยประมาณ 10 คนต่อศูนย์ ฉะนั้น เป้าหมายของปีนี้คือการสร้างพื้นที่กิจกรรมและสนับสนุนให้เด็กเข้าถึงพื้นที่สร้างสรรค์ได้มากกว่า 100 คนต่อศูนย์
“ที่ผ่านมา เราพบปัญหาการเรียนรู้ของเด็กในพื้นที่กรุงเทพฯ คือ พื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กเล็กน้อย เราจึงนำประเด็นนี้มาปรับรูปแบบการสร้างกิจกรรมในโครงการปิดเทอมสร้างสรรค์ ซึ่งกิจกรรมที่เด็กๆ ชอบมากคือการทัวร์กรุงเทพฯ ด้วยภาษาอังกฤษ ซึ่งจะเป็นการพาเด็กๆ เดินทัวร์ในพื้นที่รอบๆ ศูนย์เยาวชนฯ ในขณะเดียวกันก็จะมีการสอดแทรกความรู้ด้วยภาษาอังกฤษ ให้เด็กๆ รู้จักและฝึกการสื่อสารด้วยภาษาต่างประเทศ ทำให้เกิดการเรียนรู้นอกห้องเรียนและเป็นการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้เด็กๆ” น.ส.พรเพ็ญกล่าว


