สตม.รวบเมียนมาลักทรัพย์นายจ้าง เอกซเรย์เข้มจับต่างด้าวปล่อยกู้ดอกโหด หมีขาวหนีหมายจับพัวพันยาเสพติดซุกไทยกว่า 10 ปีจนโอเวอร์สเตย์
เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. แถลง บก.สส.สตม. ร่วมกับ กก.สส.ภ.จว.สิงห์บุรี, ตม.จว.สิงห์บุรี และ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา จับกุมนางมะคิ่น (นามสมมติ) อายุ 53 ปี สัญชาติเมียนมา ได้ที่หน้าธนาคารแห่งหนึ่งใน ต.ต้นโพธิ์ อ.เมืองสิงห์บุรี จว.สิงห์บุรี ความผิดฐาน ร่วมกันลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้าง ก่อนจับกุมผู้ต้องหาทำงานเป็นแม่บ้านร้านหยอดเหรียญในปั้มน้ำมันแห่งหนึ่ง อ.เมืองฉะเชิงเทรา โดยมี น.ส.ขนิษฐา (นามสมมติ) สัญชาติไทย เป็นพนักงานประจำออฟฟิศมีหน้าที่ดูแลเปิดตู้เก็บเงินเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ และนำเงินไปฝากเข้าบัญชี บางครั้ง น.ส.ขนิษฐา จะให้นางมะคิ่น เปิดตู้เก็บเงินมาให้ น.ส.ขนิษฐา ต่อมาผู้เสียหายตรวจสอบพบว่าช่วง ม.ค.-พ.ย.2566 ยอดเงินที่ทางร้านต้องได้รับกับจำนวนที่ปรากฏในรายการบัญชีรายรับทางร้านไม่ตรงกันมีเงินสูญหายไป 761,978 บาท นางมะคิ่น ทราบว่าผู้เสียหายทราบเรื่องจึงเก็บสิ่งของต่างๆหลบหนี และจากการตรวจสอบพบว่าช่วง ก.ย. 65-พ.ย.66 นางมะคิ่น วานให้ น.ส.ขนิษฐา โอนเงินเกินกว่าจำนวนเงินเดือนที่ต้องได้รับทุกเดือนเป็นจำนวนหลายครั้ง ผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เพื่อดำเนินคดี ต่อมาวันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา ฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา จับกุม น.ส.ขนิษฐา ดำเนินคดีก่อนแล้ว ต่อมาสืบสวนทราบว่านางมะคิ่น มาสมัครเข้าทำงานใหม่ในพื้นที่ ต.ต้นโพธิ์ อ.เมืองสิงห์บุรี จว.สิงห์บุรี จึงฝ้าสังเกตการณ์พบผู้ต้องหาจึงแสดงหมายจับและจับกุมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองฉะชิงเทรา ดำเนินคดีตามกฎหมายชั้นจับกุมนางมะคิ่น ให้การปฏิเสธ

พล.ต.ต.พันธนะ แถลงอีกว่าตามที่ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม. สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัด สตม.และด่าน ตม.ทั่วประเทศขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)ดำเนินมาตรการเข้มเพื่อป้องกันเหตุร้าย X-ray และปราบเงินกู้นอกระบบทุกพื้นที่ทั่วประเทศสร้างความเชื่อมั่นสร้างความปลอดภัยแก่พี่น้องประชาชน พร้อมทั้งสืบสวนจับกุ การกระทำผิดกฎหมายของคนร้ายที่จะสร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชน ทาง พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม รอง ผบก.ตม.3 สั่งการให้ทุกหน่วยสังกัด บก.ตม.3 สืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาดซึ่งในห้วงเดือน มกราคม – กุมภาพันธ์ 2567 จับกุมต่างด้าวสัญชาติอินเดีย 6 ราย สัญชาติเมียนมา 1 ราย และคนไทย 4 ราย ผู้กระทำผิดทั้ง 11 รายถูกจับกุมและดำเนินคดีข้อหาให้บุคคลอื่นกู้ยืนเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด, ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในส่วนของคนต่างด้าวยังถูกดำเนินคดีในข้อหา เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และเป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay)
พล.ต.ต.พันธนะ แถลงว่า ตม.จว.ชลบุรี จับกุม MR.MIK (นามสมมติ) อายุ 34 ปี สัญชาติรัสเซีย โดยกล่าวหาว่า เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ได้ที่หน้าบ้านแห่งหนึ่งใน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี สืบเนื่องจากเมื่อต้นเตุลาคม 2566 ตม.จว.ชลบุรี รับแจ้งข้อมูลจากอาสาสมัครว่ามีคนต่างด้าวสัญชาติรัสเซีย มีพฤติการณ์น่าสงสัยอาจเป็นผู้กระทำผิดกฎหมาย จึงสืบสวนข้อมูลในเชิงลึกพบว่า MR.MIK การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้สิ้นสุดแล้ว (Overstay) 2,971 วัน โดย MR.MIK มักจะไปพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ จว.ภูเก็ต และ จว.ชลบุรี นอกจากนี้ยังพบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับที่ทางการรัสเซียต้องการตัวกลับไปดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และองค์การตำรวจสากลได้ออกประกาศสีแดง (INRETPOL Red Notice) ตม.จว.ชลบุรี จึงวางแผนและจับกุมนำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จว.ชลบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย

