ยื่นฟ้อง 2 บิ๊กคดีหุ้น STARK อัยการแจ้งด่วนอธิบดีดีเอสไอ จับทายาทสี่หมื่นล้าน ชวดประกัน

9.02.24 | 16:13 น.
แฟ้มภาพ

ยื่นฟ้อง 2 ผู้ต้องหาคดีหุ้น STARK เเล้ว อัยการคดีพิเศษส่งหนังสือด่วนถึง อธิบดีดีเอสไอตามจับ  ’วนรัชต์ ตั้งคารวคุณ’  ทายาทสี่หมื่นล้านชี้มีพฤติกรรมหลบหนี มาฟ้องในอายุความหากหนีออกนอกประเทศให้ขอส่งผู้ร้ายข้ามเเดน ศาลไม่ให้ประกัน


เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 1 ได้นำตัว น.ส.ยสบวร อำมฤต ผู้ต้องหาที่11 นายกิตติศักดิ์ จิตต์ประเสริฐ ผู้ต้องหาที่ 5 ในคดีทุจริตในบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ฐานตกแต่งบัญชีและงบการเงิน และฐานฉ้อโกงประชาชนฯข้อหายักยอกทรัพย์และข้อหาฟอกเงิน มูลค่าของความเสียหายหลายหมื่นล้านบาท ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาภายหลังก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 12 มกราคม ที่ผ่านมาได้ยื่นฟ้องไปเเล้ว 7 ราย

โดยขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณารับฟ้องของศาลอาญาเเละขั้นตอนการประกันตัว

ส่วนนายวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ อดีตผู้บริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ทายาทตระกูลธุรกิจสีทีโอเอ ทราบนัดเเต่ไม่เดินทางพบพนักงานอัยการโดยมีรายงานว่าได้ประสานผ่านทางทนายความขอเลื่อนเนื่องจากมีอาการเจ็บป่วยกะทันหัน

Advertisement

โดยมีรายงานว่าทสำนักงานอัยการคดีพิเศษ1 ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ
ขอให้จัดการให้ได้ตัวผู้ต้องหา ความว่า ตามที่ดีเอสไอได้ส่งสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษที่ 57/2566คดีที่มีการกล่าวหา นายชนินทร์ เย็นสุดใจ กับพวก รวม 12 คน ผู้ต้องหา ในความผิดฐานกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคล ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.ร่วมกันกระทำการลงข้อความเท็จในบัญชีหรือเอกสาร ของบริษัทร่วมกันทุจริตหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความนเป็นเท็จแก่ประชาชนหรือด้วยการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชนและโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากประชาชนผู้ถูกหลอกลวงจัดการทรัพย์สินของนิติบุคคลโดยมิชอบเบียดบังทรัพย์สินเป็นของตนเองหรือผู้อื่นแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ไปยังอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เพื่อพิจารณา

ต่อมา พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 ได้พิจารณาสำนวนคดีดังกล่าว
แล้วมีคำสั่งฟ้อง นายวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ ผู้ต้องหาที่ 2 ในความผิดฐานเป็นกรรมการหรือผู้บริหารบริษัทกระทำโดยทุจริต ไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต ตามมาตรา 89/7จนเป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหายหรือทำให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์จากการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว , ในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมกรบริษัทย่อยและผู้บริหารบริษัทย่อย , กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลใดตาม พ.ร.บ.นี้ โดยทุจริต ร่วมกันหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จแก่ประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริงซึ่งควร บอกให้แจ้งแก่ประชาชน และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากประชาชนผู้ถูกหลอกลวง หรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ประชาชนผู้ถูกหลอกลวง หรือบุคคลที่สามทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ , กรรมการ ผู้จัดการหรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลใดตามพ.ร.บ.นี้ กระทำหรือยินยอมให้กระทำ 1. ทำให้เสียหาย ทำลาย เปลี่ยนแปลง ตัดทอน หรือปลอมบัญชีเอกสาร หรือหลักประกันของนิติบุคคลดังกล่าว หรือที่เกี่ยวกับนิติบุคคลดังกล่าว

2.ลงข้อความเท็จหรือไม่ลงข้อความสำคัญในบัญชีหรือเอกสารของนิติบุคคลหรือที่เกี่ยวกับนิติบุคคลนั้น หรือ

3. ทำบัญชีไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบันหรือไม่ตรงต่อความเป็นจริงถ้ากระทำหรือยินยอมให้กระทำเพื่อลวงให้นิติบุคคลดังกล่าวหรือผู้ถือหุ้นขาดประโยชน์อันควรได้หรือลวงบุคคลใดๆ , ร่วมกันโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง หรือบุคคลที่สาม ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 41,343 แต่เนื่องจากนายวนรัชต์ ผู้ต้องหาที่ 2หลบหนีไม่มารายงานตัวตามกำหนดนัด จึงขอให้จัดการติดตามให้ได้ตัวผู้ต้องหามาฟ้องภายในอายุความ 15 ปี

นับแต่วันกระทำความผิด และหากตรวจสอบแล้วพบว่าผู้ต้องหาที่ 2 อยู่ต่างประเทศให้จัดการให้ได้ตัวมา
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 141วรรคท้าย (ส่งผู้ร้ายข้ามเเดน)โดยให้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาโดยเคร่งครัด และตรวจสอบประวัติการกระทำความผิดให้ครบถ้วน

ภายหลังพนักงานอัยการยื่นฟ้องศาลอาญาประทับฟ้องคดีไว้พิจารณาหมายเลขดำอ.433/2567 และสอบคำให้การจำเลยทั้งสองแล้วให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดีศาลจึงนัดตรวจหลักฐานทั้งสองฝ่ายวันที่ 10 มิถุนายนนี้ เวลา 13.30 น.

ต่อมาญาติของนายกิตติศักดิ์ ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ ขอปล่อยชั่วคราว ระหว่างพิจารณา

ศาลพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าตามพฤติการณ์กระทำผิดตามฟ้อง ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนจำนวนมาก กระทบต่อระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง และมูลค่าความเสียหายสูง กรณีเป็นเรื่องร้ายแรง หากปล่อยชั่วคราวมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนีไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยระหว่างพิจารณา ยกคำร้อง ส่วน น.ส.ยสบวร ไม่ได้ยื่นประกันจากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัวทั้งสองไปยังเรือนจำ

นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฎหมายผู้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหายกลุ่มรวมพลังหุ้นกู้สตาร์ค เปิดเผยว่า วันนี้อัยการสั่งฟ้องผู้ต้องหาเป็นจำเลย2รายเพิ่มเติมเข้ามาในคดีคือ นายกิตติศักดิ์ จิตต์ประเสริฐ ผู้ต้องหาที่ 5 ซึ่งทางสืบทราบมาว่าเป็นผู้ที่รู้เห็นเกี่ยวกับเรื่องยอดซื้อยอดขายซัพพลายเออร์

ส่วนนางสาวยสบวร อำมฤต ผู้ต้องหาที่11 บ้างก็ว่าเป็นเลขาฯบ้างก็ว่าเป็นเหมือนกับมือขวาของ นายชนินทร์ ซึ่งได้หนีไปต่างประเทศแล้ว ซึ่งทั้งสอง2คนไม่ใช่ตัวผู้บริหารระดับสูงสุดไม่ใช่ผู้ที่ตักตวงผลประโยชน์สูงสุด แต่เป็นผู้ที่ทำงานให้กับผู้ที่อาจจะได้รับผลประโยชน์สูงสุด ซึ่งวันนี้เราก็ถามคำถามว่ารายที่ควรจะต้องถูกอัยการฟ้องก็คือนายวนรัชต์ แต่ไม่มาในวันนี้ กระแสข่าวบอกว่ามีอาการหัวใจจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดโดยด่วน มีการส่งใบรับรองแพทย์มา เราก็ฝากความหวังผ่านสื่อมวลชนให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐช่วยติดตามตัวมา เพราะเราก็อยากให้เขาเข้ามาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจในชั้นศาลเราอยากจะให้มาเปิดเผยข้อมูลให้เราฟังว่าที่บอกจะช่วยเหลือผู้เสียหาย จะช่วยเหลืออย่างไร และที่ผ่านมาท่านปล่อยปละละเลยอย่างไร ถ้าท่านแสดงความบริสุทธิ์ใจ แสดงความสุจริตใจที่จะยอมรับผิดสำนึกผิดและบอกว่าจะชดใช้ผู้เสียหายอย่างไร ตนเชื่อว่าผู้เสียหายพร้อมคุยและผมก็เชื่อว่าศาลอาญาอาจจะนำมาพิจารณาประกอบจากหนักเป็นเบาได้ แต่ถ้าเกิดปฏิเสธอย่างเดียวแล้วหายตัว ตนคิดว่ามันก็ไม่ดีสำหรับตัวท่านเอง

เมื่อถามว่ากลุ่มผู้เสียหายได้เห็นหนังสือรับรองแพทย์เเล้วหรือไม่ นายวีรพัฒน์ กล่าวว่าทางทนายให้ดูเป็นใบรับรองแพทย์มีตราสัญลักษณ์ของโรงพยาบาล แต่เราก็เคารพความเป็นส่วนตัว ซึ่งอัยการก็จะประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปติดตามว่าที่อ้างว่าไปผ่าตัด ไปผ่าตัดจริงหรือไม่ ต้องไปถามแพทย์เจ้าของแพทย์ ว่าเขาจะหายเมื่อไหร่ จะสามารถนำตัวมาฟังคำสั่งอัยการได้วันไหน คือขบวนการที่อัยการจะต้องมีดุลพินิจในการดูว่าเขาป่วยจริงเขานอนอยู่บนเตียงจะไปลากมาฟังคำสั่งก็คงไม่ได้เพราะฉนั้นก็คงอยากให้อัยการช่วยเร่งติดตามกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตัวนายวนรัชต์ จะเข้าสู่กระบวนการได้เร็วที่สุดเมื่อไหร่ ที่ตามตัวตอนนี้เข้าใจว่าเป็นการประสานไปตรวจสอบก่อนว่าอยู่โรงพยาบาลไหนจริงหรือไม่ อาการเป็นอย่างไร จะกลับมาพบอัยการได้เร็วที่สุดวันไหน เพราะว่าไม่ใช่อยู่ดีๆจะไปทำกระบวนการที่ห้องผ่าตัดหรือห้องพักฟื้น ตรงนี้ก็ต้องให้อัยการกับเจ้าหน้าที่ติดตามต่อไปครับ

ถามต่อว่าวันนี้ผู้เสียหายได้ยื่นขอคัดค้านการประกันตัวหรือไม่ นายวีรพัฒน์ โดยหลักการกลุ่มเรามองว่าโอกาสในการประกันตัวออกมาน้อย เเต่ถ้าเขาออกมาไม่ได้ไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน ไปยุ่งกับวัตถุพยาน คิดว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานไม่ว่าคดีอะไรก็ตาม เราอยากให้เขามาคุยกับเราซะด้วยซ้ำ เอาข้อมูลมาให้พวกเราเลยว่าคนที่ทำผิดจริงๆมันมีใคร ถ้ามีส่วนร่วมคุณสารภาพมาเลยแต่ถ้าไปอยู่ในคุกแล้วเราคุยกับเขาไม่ได้ ว่าวันนี้คนที่จะต้องถูกฟ้องเข้าคุก เป็นระดับปฏิบัติงานหมดเลยผู้เสียหายเองก็ไม่สบายใจก็อยากจะฝากเจ้าหน้าที่รัฐว่าติดตามหน่อย ว่าเราจะเอาข้อมูลจากผู้ปฏิบัติงานจากผู้บริหารมาคุยกันอย่างไร เพราะอย่าลืมว่ามันไม่ได้มีแค่คดีอาญาอย่างเดียวมันมี แพ่งเดินไปด้วย

ด้าน นายจรัญพัฒณ์ บุญยัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท รุ่งเรืองตลอดไป จำกัด (มหาชน) หรือ GLORY ในฐานะตัวแทนผู้เสียหาย กล่าวว่า บริษัทของตนเองก็มีความเสียหายจากการลงทุนเช่นกัน จึงต้องออกมาเรียกร้องให้เกิดความเป็นธรรม การที่ผู้เสียหายรวมตัวกันก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะต้องการให้คนกระทำผิดมาชดใช้ ส่วนตัวบริษัทเสียหาย 16 ล้านบาท อย่างไรก็ตามเห็นว่าคนที่กระทำผิดควรต้องชดใช้มากกว่านั้น เพื่อไม่ให้เป็นตัวอย่าง พร้อมกับดำเนินคดีตามกฎหมาย