วันที่ 26 มกราคม 2560 นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี สั่งทุกอำเภอประสบอุทกภัยน้ำท่วมให้เฝ้าตรวจสอบและติดตามรายงานสภาพฝนตกในพื้นที่ อาจเป็นน้ำที่เกิดจากฝนตกสะสมไหลบ่าสมทบมวลน้ำเก่าที่ท่วมขังรอระบายลงสู่ทะเล โดยเฉพาะในพื้นที่ราบต่ำติดแนวชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ยังคงเป็นพื้นที่รับน้ำเหนือก่อนระบายลงสู่ทะเล แต่จากคลื่นลมทะเลแร่งจนทำให้น้ำทะเลหนุน ส่งผลให้น้ำที่จะระบายลงสู่ทะเลนั้นไม่มีความต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่ชุมชนลาบลุ่มต่ำหลายหมู่บ้านติดแนวชายฝั่งทะเลของเขตอำเภอเมืองและอำเภอหนองจิก ยังคงมีน้ำท่วม อ้างการแจ้งพยากรณ์อากาศของกรมอุตุฯ ยังคงมีการเตือนไปจนถึงวันที่ 27 มกราคม ว่าจะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่
“พยากรณ์อากาศคาดการณ์ล่วงหน้าไปว่าจะมีฝนตกหนักบางแห่งช่วงวันที่ 28 – 30 มกราคม จึงมีการแจ้งให้ทุกอำเภอเน้นย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามเฝ้าระวังมวลน้ำที่อาจเกิดจากฝนตกสะสมตลอดช่วง 3 วันที่ผ่านมา ประกอบกับพื้นดินชุ่มน้ำและไม่สามารถดูดซับไว้ได้ จึงเกรงว่าจะส่งผลกระทบกับบ้านเรือนประชาชนพื้นที่ลุ่มต่ำติดแม่น้ำปัตตานีและแม่น้ำสายบุรี จึงกำชับให้จัดแผนเฝ้าระวังติดตามตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงกำชับแจ้งผู้ปกครองห้ามเด็กๆ ลงเล่นน้ำ เนื่องจากรายงานพบมีเด็กจมน้ำเสียชีวิตแล้ว 8 ราย โดยขั้นต้นให้หน่วยรับผิดชอบเยี่ยมครอบครัวเด็กที่จมน้ำเสียชีวิตและให้มีการช่วยเหลือเยี่ยวยาในเบื้องต้น” นายวีรนันทน์ กล่าว

ด้านนายไชยพร นิยมแก้ว นายอำเภอเมืองปัตตานี พร้อมปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าตำบลปะกาฮะรัง เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพน้ำท่วมล่าสุด พบว่าส่วนใหญ่เริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ แต่ยังคงห่วงพื้นที่ชุมชนติด 2 ฝั่งคลองแม่น้ำปัตตานี พบว่าระดับน้ำยังคงท่วมสูงกว่า 70 เซ็นติเมตร มีบ้านเรือนประชาชนจำนวน 70 หลังคาเรือนยังคงถูกน้ำท่วมและถูกตัดขาดจากภายนอกและไม่สามารถเดินทางเข้าออกหมู่บ้านได้สะดวก จึงสั่งการท้องถิ่นจัดเรือเป็นเวรยามคอยรับส่งช่วยเหลือต่างๆ จนกว่าจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติและให้ติดตามประแสน้ำที่ยังคงพบเป็นบางจุดนั้นมาจากไหนและเป็นน้ำที่เกิดจากมวลน้ำสะสมจากฝนที่ยังคงตกตลอด 3 – 4 วันที่ผ่านมา
นายไชยพร กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบและสอบถามชาวบ้านทราบว่ายังคงมีน้ำท่วมในเขตพื้นที่หมู่ 1 บ้านตะลุโบะ พื้นที่หมู่ 2 บ้านจางาและบ้านยือโม๊ะ ตำบลปะกาฮะรัง น้ำยังคงท่วมสูงประมาณ 50 – 70 เซนติเมตร มีบ้านเรือนประชาชนกว่า 70 หลังคาเรือน ได้รับความเดือดร้อน รวมถึงบางจุดยังคงมีน้ำเอ่อล้นไหลบ่าไปตามเส้นทางน้ำที่พื้นที่ลุ่มต่ำ ส่วนถนนหลายสายในหมู่บ้านยังคงมีน้ำไหลหลากผ่าน กำลังให้มีการตรวจสอบไปยังเขื่อนชลประทานว่ามีการปล่อยน้ำระบายน้ำเหนือเขื่อนหรือไม่ และถ้าไม่ใช่นั้นอาจจะเป็นมวลน้ำจากฝนตกสะสมช่วง 3 – 4 วันมานี้หรือไม่ เนื่องจากการลงสำรวจพบว่าน้ำไหลหลากท่วมผ่านถนนนั้นยังคงมีความเชี่ยวกรากและยังคงไหลบ่า เพื่อเป็นการเฝ้าระวังป้องกันจึงได้ให้กำนันผู้ใหญ่บ้านนำเรือออกตรวจสอบด้วยการใช้เรือแล่นสวนกระแสน้ำไปจนถึงคลองสาขาต่างๆ ซึ่งหลายสายยังคงถูกน้ำท่วมสูงเป็นผืนน้ำกว้างจนไม่สามารถเห็นขอบทั้ง 2 ฝั่ง ซึ่งได้เน้นย้ำให้ตรวจสอบและสามารถรู้ที่มาของสระแสน้ำที่ไหลหลากนี้มาจากไหน เพื่อจะได้เป็นข้อมูลประกอบการฝ้าระวังน้ำที่อาจส่งผงกระทบและไม่ทันต่อการวางแผนรับมือ แต่หากยังไม่มีฝนตกรุนแรงและมีทะเลหนุนบ่อยครั้งในช่วงอาทิตย์นี้คาดว่าสถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติ แต่ก็ให้มีการติดตามอย่างใกล้ชิดและรายงานผลการตรวจสอบแบบรายวัน เพื่อนำส่งจังหวัดให้รับทราบต่อไป

ขณะที่ นายวีรนันทน์ กล่าวว่าจากข้อมูลติดตามตรวจสอบสภาพพื้นที่ยังคงมีน้ำท่วมขัง ประชาชนมีความเดือดร้อนต้องการน้ำสะอาดไว้บริโภค เพราะที่ผ่านมาส่วนใหญ่ยังใช้น้ำบ่อและการรองน้ำฝนไว้ใช้ จึงให้นายอำเภอทุกแห่งแจ้งความจำนงผู้ที่ประสงค์ต้องการสนับสนุนสิ่งช่วยเหลือน้ำท่วมนั้น ขอเป็นน้ำสะอาดไว้นำแจกจ่ายช่วยเหลือให้กับชาวบ้าน เนื่องจากมีความจำเป็นและประชาชนที่ประสบอุทกภัยต่างร้องขอและจากที่เกิดอุทกภัยในหลายจังหวัดพร้อมกันติดต่อยาวนาน ส่งผลทำน้ำดื่มสะอาดบรรจุขวดเริ่มขาดตลาด
“สิ่งสำคัญต้องให้การช่วยเหลือนั้นคือน้ำสะอาด เพื่อไว้บรรเทาความเดือดร้อนเพราะส่วนใหญ่ชาวบ้านจะใช้น้ำบ่อที่ตอนนี้ไม่สามารถใช้การได้ ทั้งนี้ในส่วนของการช่วยเหลืออื่นๆ ได้เน้นย้ำส่วนราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือและตรวจสอบความเสียหายและความต้องการ โดยเฉพาะวัดต่างๆ ร่วมถึงมัสยิดที่ยังคงมีน้ำท่วมสูง ให้ชัดสิ่งของบรรเทาทุกเข้าไปแจกจ่ายให้เพียงพอในแต่ละวัน” นายวีรนันทน์ กล่าว
ล่าสุดเมื่อเวลา 16.00 น. นายอำนาจ ผลมาตย์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปัตตานี รายงานสถานการณ์อุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ซึ่งประกาศเห็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติไปทั้ง 12 อำเภอก่อนนี้ และจากสถานการณ์โดยรวมเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ จึงยังคงเหลือพื้นที่ยังคงประกาศไว้เหลือเพียง 5 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอแม่ลาน อำเภอยะรัง อำเภอหนองจิก อำเภอสายบุรี เขตพื้นทีรอบนอกอำเภอเมืองปัตตานี ยังคงมีพื้นที่ถูกน้ำท่วม โดยผลการตรวจสอบวัดปริมาณน้ำสูงสุดในจุดลุ่มต่ำสูง 1 เมตร และยังคงแจ้งเตือนเฝ้าระวังการแจ้งเตือนอย่างใกล้ชิดอีกสักระยะ

