ไวรัล Tik Tok ผู้กองอุ้ม พงส.หญิงเหล็กกระแทกใจ เรื่องจริงเรื้อรังมานาน นายกฯ บิ๊ก ตร. ต้องจริงใจแก้ปัญหาจริงจัง
เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า ช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีนปรากฏข่าวเกี่ยวกับตำรวจที่สังคมให้ความสนใจ สื่อมวลชนติดตามขยายผล วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขว้าง หลายเรื่อง
เช่น การออกคำสั่งของ ผบ.ตร.ห้ามสั่งการตำรวจพื้นที่เดินทางมากำชับการปฎิบัติหน้าที่ อธิบดีอัยการร้องเรียนตำรวจที่ตกเป็นผู้ต้องหาคุกคามการปฏิบัติหน้าที่ ผู้กองแคทไปประกวดนางงาม ฯลฯ
แต่ข่าวที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือกรณี ร.ต.ท.หญิง ศิราณี บัวพันธ์ รอง สว.สอบสวน สภ.วชิรบารมี จว.พิจิตร ที่กล้าหาญอย่างน่าชื่นชม ออกมาแสดงความคิดเห็น พูดผ่านแอพพ์ Tik Tok ถึงปัญหาการทำงานของพนักงานสอบสวน แพร่หลายเป็นไวรัลโด่งดังไปทั่วทั้งประเทศ
ร.ต.ท.หญิง ศิราณี หรือผู้กองอุ้ม พูดว่า “ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แต่คนพูดอาจจะตายก็ได้นะคะ เราไปเห็นคลิป คลิปหนึ่งที่ผู้บังคับบัญชาออกมาบอกว่า ไม่อยากให้การแจ้งความเป็นการแจ้งความผ่านพวกอินฟลูเอนเซอร์ อยากให้มีการแจ้งผ่านผู้บังคับบัญชาโดยตรงเลยนะค่ะ ซึ่งเรามองว่าเป็นการแก้ปัญหาแบบไม่ตรงจุด
การรับแจ้งความต้องแจ้งผ่านเจ้านายเรา มันไม่ใช่ประเด็นค่ะ
ประเด็นคือ พนักงานสอบสวนขาดแคลนมาก ต่อให้รับแจ้งความมา 100 เรื่อง แล้วใครทำ คนทำคือพนักงานสอบสวนอยู่ดี
ทุกโรงพักขาดแคลน
อย่างโรงพักของเรามีพนักงานสอบสวนอยู่ 3 คนค่ะ ทั้งโรงพักเข้าเวรกันอยู่แค่ 3 คนค่ะ สิ่งนี้คือปัญหา คนทำก็ทำไป คนไปไหนไม่ได้ก็ทำไป คนหนีงานก็หนีไปค่ะ
ถามว่าเราอยากหนีไหม ก็อยากไปเหมือนกัน แต่ก็สงสารคนที่อยู่
อย่างแจ้งความออนไลน์ ที่บอกว่าเดี๋ยวนี้เรามีแจ้งความออนไลน์ โทร 1441 แป๊บเดียวก็ประสานอายัดบัญชีอะไรได้แล้ว
แต่สุดท้ายใครทำสำนวน ใครทำคดี ก็คือพนักงานสอบสวนโรงพัก ถูกบี้ให้ไปออกหมายจับ ถูกบี้ให้ชี้แจงว่าเรื่องนี้ถึงไหนๆ แต่ไม่เคยมีคนมาทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง
แล้วพนักงานสอบสวนไม่เจ๊งก็เจ๊า เป็นงานที่โดดเดี่ยวมาก ไม่มีคนเหลียวแล ไม่มีนายเหลียวแล เพราะมันไม่ได้สร้างชื่อเสียง ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเลย
พูดง่ายๆ ว่ามันเป็นงานที่โชว์ไม่ได้ นายจะเห็นว่าเออแว้นเนี้ย มันโชว์ได้ เปิดรถ เปิดโรงเรียน มันโชว์ได้ หน้างานอื่นมันโชว์ได้ แต่พนักงานสอบสวนมันโชว์ไม่ได้
แต่ว่ามันก็คือหัวใจหลักของโรงพักค่ะ”
ผู้กองอุ้มผู้เป็นขวัญใจพนักงานสอบสวนและตำรวจทั่วประเทศชั่วข้ามคืน เป็นลูกสาวผู้ใหญ่บ้านจาก จ.นครสวรรค์ จบการศึกษารัฐประศาสนศาสตร์บัณฑิต (รป.บ.) จากโรงเรียนเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 72 เริ่มรับราชการครั้งแรก เป็นรอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพิจิตร ต่อมาย้ายมาดำรงตำแหน่ง รอง สว.สอบสวน สภ.วชิรบารมี จ.พิจิตร จนถึงปัจจุบัน
ผู้กองอุ้มได้รับรางวัลผลงานดีเด่นมากมาย อาทิ ได้รับรางวัลข้าราชการตำรวจดีเด่นต้นแบบ ประจำปี 2566 จากมูลนิธิบุณยะจินดา พนักงานสอบสวนหญิงดีเด่นตำรวจภูธรภาค 6 ประจำปี 2565 พนักงานสอบสวนหญิงดีเด่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปี 2565 ฯลฯ
เป็นวิทยากรพิเศษ (อาจารย์) บรรยาย โครงการฝึกอบรมต่างๆ ในวิชาการทำสำนวนการสอบสวนคดีเด็กและเยาวชน ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธร ภาค 6 และ ตร.
ปัจจุบันเป็นเจ้าของแอพพิเคชั่น (Tik Tok) ชื่อบัญชี ผู้กองอุ้ม สภ.วชิรบารมี ให้ความรู้ด้านกฎหมายแก่ประชาชน ยอดผู้ติดตาม 108.7K ยอดถูกใจ 1.3 M
พ.ต.ท.ภูมิรพี ผลาภูมิ ผู้ร่วมก่อตั้งชมรมพนักงานสอบสวนตำรวจและนายทะเบียน (เพิ่งเริ่มจัดตั้งชมรมขึ้น) ยืนยันว่าผู้กองอุ้มได้มาช่วยงานชมรมฯด้วยในฐานะผู้ช่วยนายทะเบียนชมรมพนักงานสอบสวนตำรวจ
ทุกๆ คนยืนยันสิ่งที่ผู้กองอุ้มพูดถึงปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับงานสอบสวนและพนักงานสอบสวนเป็นเรื่องจริงทั้งหมดและเรื้อรังมานานจนเกิดความเสียหาย
พนักงานสอบสวนอยู่ในสภาพสิ้นหวัง หมดหวังกับการรับราชการให้เจริญก้าวหน้า ส่งผลเสียหายให้กับการปฏิบัติหน้าที่อำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน
ตัวเลขล่าสุด สำรวจพนักงานสอบสวนระดับรองสารวัตรตามคำสั่งแต่งตั้งโยกย้าย มกราคม 2567 น., ภ.1-9 ย้ายเข้า 57 นายย้ายออก 114 นาย-พนักงานสอบสวน หายไป 57 นาย รวมทุก บช. ย้ายเข้ามาเป็นพนักงานสอบสวน 95 นาย และย้ายออกไปเข้าสายงานอื่น 164 นาย เท่ากับพนักงานสอบสวนหายไป 69 นาย
เราคงไม่ต้องพูดถึงสาเหตุของปัญหา สภาพปัญหา อีกต่อไปแล้ว
นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร. คณะกรรมการ ก.ตร. ผบ.ตร. และผู้บริหารที่รับผิดชอบทุกหน่วยทุกระดับที่เกี่ยวข้องกับงานสอบสวนและพนักงานสอบสวน ต้องตระหนักและจริงจังต่อการแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วนต่อเนื่อง
จะต้องกำหนดเวลาการดำเนินการให้เห็นเป็นรูปธรรมเพื่อมิให้เกิดความเสียหายอีกต่อไป
ในเรื่องพนักงานสอบสวน จะเพิ่มจำนวนเท่าไร เมื่อไร อย่างไร ให้เพียงพอ ห้ามมิให้ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้พนักงานสอบสวนไปปฏิบัติหน้าที่ราชการอื่นโดยเด็ดขาด หากฝ่าฝืนให้พิจารณาทัณฑ์ทางวินัย กำหนดตำแหน่งพนักงานสอบสวนให้ถูกต้องตามเจตนารมณ์ พ.ร.บ.ตำรวจ 2565 พนักงานสอบสวนให้มีโอกาสเจริญก้าวหน้าเป็นหัวหน้าสถานีตำรวจได้ กำหนดตำแหน่ง ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน ให้ปฎิบัติหน้าที่ช่วยเหลือพนักงานสอบสวนได้ทันที
กำหนดเงินประจำตำแหน่ง เงินค่าตอบแทนในการทำสำนวนเพิ่มขึ้นเท่ากับพนักงานสอบสวนในหน่วยงานอื่นๆ
พัฒนาปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องในการทำสำนวนสอบสวน (คำสั่ง ตร.419/2556) โดยลดข้อจำกัดภาระหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวน เพื่อสนับสนุนการทำงานพนักงานสอบสวนให้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้นในการบริการประชาชน
ขณะนี้สิ่งสำคัญที่สุดผู้บังคับบัญชาในทุกพื้นทีที่ปฏิบัติหน้าที่กำกับดูแลพนักงานสอบสวน (ผบช.น.ผบช.ภ.1-9 ผบก.น.ผบก.ภ.จว.ผกก.หน.สน./สภ.) พึงต้องตระหนักว่าพนักงานสอบสวนเปรียบเสมือนผู้ป่วยอยู่ในภาวะวิกฤต เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชา ต้องช่วยกันดำเนินการเยียวยารักษา แก้ไขทันทีในทุกวิถีทาง
ต้องออกไปพบปะเยี่ยมเยียน พูดคุยสอบถามปัญหาข้อขัดข้อง ให้กำลังใจแก้ไขปัญหาการเข้าเวร การทำงานต่างๆ ให้บ่อยขึ้น ช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่ของน้องๆ พนักงานสอบสวนให้มีขวัญและกำลังใจดีขึ้น
ผมและ ก.ตร.ทุกท่านจะทำหน้าที่โดยเร่งรัดติดตาม ผลัดดันเรื่องต่างๆทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น ตลอดจนการแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้เป็นรูปธรรมต่อไป
ปล.พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. รับทราบปัญหาพนักงานสอบสวนทั้งหมดแล้ว แจ้งว่าจะดำเนินการเรื่องพนักงานสอบสวนให้เสร็จสิ้น ขอบพระคุณครับ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

