
อาหารจีน จากเมืองจีนเข้าถึงเมืองไทยเมื่อไร? ไม่พบหลักฐานตรงๆ
เท่าที่พบโดยรวมๆ วัฒนธรรมฮั่นแพร่กระจายถึงอุษาคเนย์ ราว 2,000 ปีมาแล้ว ส่วนอาหารจีนน่าจะแพร่หลายมาหลังจากนั้นอีกนาน
แต่ส่งผลสำคัญอย่างยิ่งให้อาหารไทยอร่อย สืบจนทุกวันนี้ เหตุเพราะไทยยอมรับอย่างเต็มๆ วิธีปรุงอาหารจีน มาประสมประสานปรับปรุงอาหารท้องถิ่นของอุษาคเนย์
ขณะที่บริเวณอื่นๆ รับไม่เต็มที่หรือไม่รับเลย
อาหารจีนเก่าสุดในไทย
ข้าวปลาอาหารไทยที่ได้จากจีนมีหลายอย่าง แต่มีลักษณะสำคัญอยู่ที่ต้มแกงน้ำใส เช่น ต้มจืด, แกงจืด นอกนั้นเป็นผัดด้วยกระทะเหล็ก
เครื่องมือสำคัญใช้ทำอาหารที่ได้จากจีนคือกระทะเหล็ก ส่วนวัตถุดิบจากจีนคือผักต่างๆ เช่น ผักกาด, ผักคะน้า, ฯลฯ
ทั้งกระทะเหล็กและผัก คงมีก่อนกรุงศรีอยุธยา แต่เข้ามากขึ้นยุคต้นกรุงศรีอยุธยา
กระทะเหล็กเป็นเทคโนโลยีทำอาหารทันสมัยของจีน ที่ก้าวหน้าที่สุด และเก่าแก่มาก ทำด้วยเหล็กเป็นแผ่นกลม มีขอบหนา มี 2 หู แล้วมีก้นลึกเป็นแอ่งบางกว่าขอบ เพื่อรับความร้อนจากไฟ
กระทะเหล็กเก่าสุดจากจีน
หลักฐานเก่าสุดเกี่ยวกับกระทะเหล็กพบซากซ้อนกันอยู่ในสำเภาจมใกล้เกาะคราม (อ. สัตหีบ จ. ชลบุรี) มีอายุราวเรือน พ.ศ. 1900 ยุคต้นกรุงศรีอยุธยา ช่วงเวลาไล่เลี่ยกับการเดินทางข้ามสมุทรของเจิ้งเหอ แม่ทัพขันทีที่ได้รับยกย่องเป็นซำปอกง
![(ซ้าย) แผนผังโบราณวัตถุ เช่น กระทะเหล็ก งาช้าง แท่งเหล็ก เครื่องสังคโลก ฯลฯ ที่พบในแหล่งเรือจมเกาะคราม จากการขุดค้น ปี พ.ศ. 2547 (ขวา) กลุ่มกองโลหะขนาดใหญ่ สันนิษฐานว่าเป็นกระทะ ตั้งอยู่ติดกับกองงาช้างขนาดใหญ่ พบในแหล่งเรือจมเกาะคราม [รูปและแผนผังจากหนังสือ มรดกใต้ท้องทะเลไทย โดย เอิบเปรม วัชรางกูร กับ วรวิทย์ หัศภาค สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2554 หน้า 6, 12]](https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2017/01/กะทะเหล็ก-1024x477.jpg)
(ขวา) กลุ่มกองโลหะขนาดใหญ่ สันนิษฐานว่าเป็นกระทะ ตั้งอยู่ติดกับกองงาช้างขนาดใหญ่ พบในแหล่งเรือจมเกาะคราม
[รูปและแผนผังจากหนังสือ มรดกใต้ท้องทะเลไทย โดย เอิบเปรม วัชรางกูร กับ วรวิทย์ หัศภาค สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2554 หน้า 6, 12]
ไทย-จีน
ร่องรอยความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างไทยกับจีน เก่าแก่สุดตั้งแต่ราว 2,000 ปีมาแล้ว
พบหลักฐานเป็นเครื่องมือเครื่องใช้แบบฮั่น ทำด้วยโลหะสำริดและเหล็กที่ย่านคลองโพ (ไหลลงแม่น้ำน่าน) อ. เมือง จ. อุตรดิตถ์
![ราชทูตจากรัฐหลั่งยะสิว (อ. เมืองฯ จ. นครปฐม) เป็นคนหัวหยิกหยอง ผิวดำ นุ่งโจงกระเบน มีผ้าพาดห่มไหล่ สวมกำไลข้อเท้า เดินทางไปจีนสมัยราชวงศ์เหลียง (พ.ศ. 1045-1100) ตรงกับไทยยุคสุวรรณภูมิ-ทวารวดี [ภาพจาก สังข์ พัธโนทัย พิมพ์ในหนังสือ (ศรี) ทวารวดี ประวัติศาสตร์ยุคต้นของสยามประเทศ ของ ธิดา สาระยา เมืองโบราณ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2535]](https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2017/01/หลั่งยะสิว-771x1024.jpg)
[ภาพจาก สังข์ พัธโนทัย พิมพ์ในหนังสือ (ศรี) ทวารวดี ประวัติศาสตร์ยุคต้นของสยามประเทศ ของ ธิดา สาระยา เมืองโบราณ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2535]
แสดงว่าช่วงเวลานี้มีการเดินทางเลียบชายฝั่ง ไปมาหาสู่ติดต่อแลกเปลี่ยนซื้อขายกับดินแดนใกล้และไกลอย่างกว้างขวางมากแล้ว
[บางตอนจากหนังสือ อาหารไทย มาจากไหน? ของ สุจิตต์ วงษ์เทศ สำนักพิมพ์นาตาแฮก กำลังพิมพ์เป็นเล่ม จะเสร็จเร็วๆ นี้ สั่งซื้อที่ ไอ้ทุย ituibooks 08 8919 4516]
