“บิ๊กเต่า” ประกาศจัดการนักร้อง ปากรักชาติแต่พฤติกรรมรีดทรัพย์ให้เหี้ยน ผอ.ในกรมการข้าวให้ข้อมูล
เมื่อเวลา 12.10 น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ชั้น 16 อาคารกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) กล่าวกรณีตำรวจ บก.ปปป.จับกุม นายเอกลักษณ์ วารีชล อายุ 47 ปี ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐ เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินสำหรับตนเองโดยมิชอบฯ หลังพบร่วมกับนายศรีสุวรรณ จรรยา, นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก และ น.ส.พิมณัฎฐา จิระพุทธิภาคย์ หรือการ์ตูน ข่มขู่เรียกรับเงินนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว แลกกับการยุติเรื่องร้องเรียนทุจริต การสืบสวนพบว่านายเอกลักษณ์เป็นคีย์แมนสำคัญระดับสั่งการ โดยจะมีการเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องกับสำนักนายกรัฐมนตรีมาให้ข้อมูลจำนวนหลายราย และบุคคลที่เป็นข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ 2 ราย ซึ่งเป็นคนที่นำข้อมูลมาให้กับคนในแก๊งตบทรัพย์อธิบดีกรมการข้าว ที่จะเข้ามาให้ข้อมูลในวันนี้ว่า วันนี้ ‘นายโอ’ ข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ เคยออกมาให้ข้อมูลอ้างว่าเป็นคนนำข้อมูล ข้อสงสัยเกี่ยวกับการทุจริตของกรมการข้าวส่งต่อให้นายเอกลักษณ์ เพื่อนำไปเป็นข้อมูลให้ขบวนการตบทรัพย์ จะเดินทางเข้ามาให้ข้อมูลกับตนเอง และเป็นการพูดคุยแบบส่วนตัว ยังไม่ได้เป็นการสอบปากคำ ส่วนที่มีข้อมูลว่ากระทรวงเกษตรฯสั่งห้ามไม่ให้ข้าราชการนำข้อมูลออกไปให้คนภายนอกนั้น ตนเองก็คงต้องพูดคุยก่อน เพราะเอกสารราชการไม่สามารถเอาออกไปเผยแพร่และให้ใครได้ หากนำออกมาก็ถือว่ามีความผิด เพราะเป็นความลับทางราชการ
ขณะที่ นาย ก. ข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีก 1 ราย และ เจ้าหน้าที่คณะทำงานเขตตรวจราชการที่ 11 สำนักนายกรัฐมนตรีหลายราย ซึ่งเป็นคดีทำงานชุดเดียวกับนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก และ น.ส.พิมณัฎฐา จะเข้ามาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ โดยเจ้าหน้าที่จะตั้งประเด็นสอบแยกกลุ่มกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับคดี และทางตำรวจจะเรียกขอเอกสารที่เกี่ยวข้องกับทางราชการ เป็นเอกสารที่เกี่ยวกับรายละเอียดคำสั่ง และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของเจ้าหน้าที่รัฐ หากไม่นำมาให้ครบถ้วน ตำรวจจะออกหมายเรียกเอกสารอีกครั้งหนึ่ง
“ส่วนประเด็นการอายัดทรัพย์สินของกลุ่มผู้ต้องหา ขณะนี้ตำรวจกำลังดำเนินการสืบทรัพย์สินไปพร้อมกับทำคดีในทุกมิติ เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่า บุคคลพวกนี้ไปทำอะไรไม่ดีไว้บ้าง และเพื่อให้สังคมรู้ว่ามีวงจรอุบาทว์ โดยจะเร่งดำเนินการทุกเรื่องให้เร็วที่สุด” พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าว
โดย พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวว่า ตอนนี้ได้รวบรวมหลักฐานเรื่องการเรียกรับเงินเพื่อต้องการให้นักร้องเข็ดหลาบ ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มผู้ต้องหาเท่านั้น ทั้งนักร้องที่อยู่ในสภา นักร้องจากต่างจังหวัด ที่ใช้ประชาชนเป็นเหยื่อล่อ จะต้องจัดการให้หมด โดยเฉพาะพวกที่แสดงออกว่ารักชาติรักแผ่นดินแต่กลับมีอะไรหลบไว้เยอะ
สำหรับความคืบหน้าเรื่องสำนวนคดี ในวงแรกนั้นกำลังเร่งทำสำนวนเพื่อให้เป็นแผนประทุษกรรมก่อนขยายไปยังวงอื่นๆ ที่มีมากกว่า 10 วง ซึ่งในวงที่ 2 อยู่ระหว่างการไปสอบพยาน และมีผู้ประสงค์จะเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกวง
ผู้สื่อข่าวถามว่าวงที่ 2-3-4 มีมูลค่าความเสียหายมากกว่าวงแรกหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวว่า ดูแล้วยังไม่เยอะ พอประมาณ ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ไล่เรียงรายละเอียดเพิ่มเติมทีละกรณีก่อน
ส่วนคนใกล้ชิดนายศรีสุวรรณ จรรยา ที่ออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา ยังคงจะเดินทางมาตามนัดหมายเดิมคือวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ส่วนนายวีระ สมความคิด นักเคลื่อนไหวทางการเมือง จะเดินทางมาให้ข้อมูลในวันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์
ประเด็นคลิปเสียงภรรยาของอธิบดีกรมการข้าวที่จ่ายเงินให้กับนายเอกอีกคนหนึ่ง จำนวน 1 ล้าน 3 แสนบาท เกี่ยวข้องกับคดีตบทรัพย์อธิบดีกรมการข้าวหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวว่า เบื้องต้นได้สอบถามภรรยาอธิบดีกรมการข้าวนอกรอบ เป็นเพียงการหยิบยืมเงินเท่านั้น แต่จะให้ความช่วยเหลือเรื่องอะไรกันหรือไม่ตนเองไม่ทราบ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องอื่น ไม่เกี่ยวกับการตบทรัพย์
เมื่อถามว่าจะต้องเรียกสอบเรื่องคลิปเสียงดังกล่าวว่าเกี่ยวกับการทุจริตซื้อขายตำแหน่งในกรมหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้สนใจประเด็นนี้ เพราะมองว่าไม่เกี่ยวกับคดีหลัก
เมื่อเวลา 13.25 น. ที่ บก.ปปป. นายโอวาท ยิ่งลาภ ผู้อำนวยการกองพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าว กรมการข้าว เข้ายื่นเอกสารเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ว่าตนนั้นไม่เกี่ยวข้องกรณีตบทรัพย์อธิบดีกรมการข้าว
นายโอวาทกล่าวว่า โดยในวันนี้ตนได้นำเอกสารที่เป็นข้อมูลการแชตไลน์ที่ยืนยันว่าตนไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการตบทรัพย์อธิบดีกรมการข้าวของนายศรีสุวรรณ จรรยา โดยข้อมูลที่ว่าตนนั้นได้นำข้อมูลของอธิบดีกรมการข้าวไปให้กับแก๊งตบทรัพย์นั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง
ส่วนนายเอกลักษณ์ วารีชล หรือเอก ปากน้ำ ตนรู้จักในฐานะที่เรียนอยู่ที่สถาบันเดียวกัน แต่ไม่ได้เรียนรุ่นเดียวกัน และไม่ได้เกี่ยวข้องกัน และตนได้นำหลักฐานที่ตนได้พูดคุยกับตัวของนายเอกลักษณ์ให้ตำรวจเรียบร้อยแล้วซึ่งเป็นการพูดคุยส่วนตัว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว โดยในวันที่เกิดเหตุจับกุมนายศรีสุวรรณตนก็ได้มีการถามนายเอกลักษณ์ว่าเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ โดยนายเอกลักษณ์บอกกับตนว่าไม่เกี่ยวข้อง และตนได้เตือนว่าอย่าไปยุ่ง
ส่วนประเด็นที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ได้พาดพิงมาถึงตนเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว โดยตนจะต้องดูก่อนว่าการพาดพิงนั้นทำให้ตนเสียหายหรือไม่ โดยตนจะเข้าพูดคุยกับนักกฎหมายอีกที โดยในตอนแรกที่ถูกพาดพิงนั้นตนกังวลเพราะตนไปอบรมต่างประเทศ


