14กุมภา35 วันสูญเสียพญาแรงฝูงสุดท้าย ร่วมกำหนด วันรักษ์พญาแร้ง
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากเป็นวันวาเลนไทน์ หรือวันแห่งความรักแล้ว โครงการฟื้นฟูพญาแร้งในถิ่นอาศัยประเทศไทย กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้กำหนดให้เป็น วันรักษ์พญาแร้งด้วย
โดยวันดังกล่าวมีที่มาคือ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2535 เป็นวันที่ประเทศไทยต้องสูญเสียพญาแร้งฝูงสุดท้ายจากการลงมากินซากสัตว์อาบยาเบื่อในพื้นที่ป่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เป็นเหตุให้พญาแร้งสูญพันธุ์ไปจากป่าธรรมชาติในประเทศไทยตั้งแต่วันนั้น
อย่างไรก็ตาม ต่อมา ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2565 ทางองค์การสวนสัตว์ฯ ได้นำเอา พญาแร้ง มาเลี้ยงในพื้นที่ป่าใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุดที่หน่วยซับฟ้าผ่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
และ เมื่อวันนี้ 9 กุมภาพันธ์ 2567 มีข่าวดีเมื่อ พ่อป๊อก และแม่มิ่ง พญาแร้ง ที่หน่วยซับฟ้าผ่า ได้ฟักลูกพญาแร้งตัวแรก นอกสวนสัตว์ในรอบ 30 ปี
โดยในเฟซบุ๊ก กรมอุทยานแห่งชาติ ได้โพสต์เรื่องของพญาแร้งเอาไว้ว่า แร้งมีความสำคัญต่อระบบนิเวศมาก เพราะแร้งเป็นสัตว์กินซาก (Scavenger) จากงานวิจัยพบว่าในกระเพาะอาหารของแร้งมีความเป็นกรดสูงมาก จึงทำให้เชื้อโรคไม่สามารถเติบโตได้ แร้งจึงเป็นนักควบคุมโรคชั้นดี มีความสำคัญอย่างยิ่งในการควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโรค และถือเป็นเทศบาลประจำผืนป่าอีกด้วย
การสูญพันธุ์ของพญาแร้งตามธรรมชาตินั้นจึงนับเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง แต่ภายใต้ความโศกเศร้านี้ กลับมีคนกลุ่มหนึ่งที่ยังมีความหวัง ว่าพวกเขานั้นสามารถฟื้นฟูพญาแร้งสายพันธุ์ไทยให้กลับมามีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง พวกเขาวางแผนเพาะพันธุ์พญาแร้งที่เหลืออยู่ในกรงเลี้ยง เพื่อหวังว่าสักวันหนึ่ง พญาแร้งจะกลับมาบินอีกครั้งในผืนป่าของไทย โดยความร่วมมือนี้เกิดจาก 4 องค์กร ได้แก่ องค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ในชื่อโครงการ “การฟื้นฟูประชากรพญาแร้งในถิ่นอาศัยของประเทศไทย” แต่การทำโครงการนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะการจะทำให้สัตว์ที่สูญพันธุ์จากธรรมชาติกลับคืนมานั้น มันช่างยากเย็นยิ่งกว่าการทำให้มันหายไปหลายเท่าเลยทีเดียว
ปัจจุบันประเทศไทย มีพญาแร้งในกรงเลี้ยงที่ได้มาจากการพลัดหลงจากการอพยพผ่านประเทศไทย และได้รับมอบจากสวนสัตว์พาต้า รวมเป็นทั้งหมด 6 ตัว ถูกนำมาดูแลเพื่อฟื้นฟูสภาพที่สวนสัตว์นครราชสีมา จำนวน 4 ตัว (2 คู่) และอยู่ในกรงฟื้นฟูขนาด 20×40 เมตร สูง 20 เมตร บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าซับฟ้าผ่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จำนวน 2 ตัว (1 คู่) ซึ่งถือเป็นโอกาสดีในการที่จะฟื้นฟูประชากรพญาแร้งในธรรมชาติที่เป็นถิ่นอาศัยเดิมในผืนป่ามรดกโลกทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้งให้กลับมาโบยบินอีกครั้ง
และตลอดระยะเวลา 30 กว่าปีที่ผ่านมานี้ โครงการ “การฟื้นฟูประชากรพญาแร้งในถิ่นอาศัยของประเทศไทย” ได้ดำเนินการมาจนจะเข้าใกล้ความสำเร็จเข้าไปทุกที โดยโครงการนี้สามารถดูแลและฟื้นฟูให้พญาแร้งสามารถผสมพันธุ์และออกไข่ได้ และสามารถให้กำเนิด “ต้าวเหม่ง” ลูกพญาแร้งเพศเมียตัวแรกของไทยได้สำเร็จ ตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2566
โครงการ “การฟื้นฟูประชากรพญาแร้งในถิ่นอาศัยของประเทศไทย” มูลนิธิสืบนาคะเสถียรและองค์กรเครือข่ายได้ร่วมดำเนินโครงการการฟื้นฟูประชากรพญาแร้งในถิ่นอาศัยของประเทศไทย ทุกท่านสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับโครงการฯ เพื่อเป็นต้นแบบในการฟื้นฟูประชากรแร้งในพื้นที่ธรรมชาติในการช่วยฟื้นฟูประชากรพญาแร้งให้กลับคืนมา ผ่านการบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษา วิจัย และการฟื้นฟูประชากรได้ที่ โครงการพญาแร้งคืนถิ่น ธนาคารกรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัส รัตนาธิเบศร์ บัญชีเลขที่ 679-6-72119-5

