นางรวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ สผ.ร่วมกับ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme: UNDP) และ Global Green Growth Institute (GGGI) จัดการประชุมระดับประเทศ “(ร่าง) แผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศภายหลังปี พ.ศ. 2563 (ร่าง) โดยแผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศภายหลังปี พ.ศ. 2563 นั้น จัดทำขึ้นเพื่อให้ประเทศบรรลุข้อเสนอการมีส่วนร่วมของประเทศในการลดก๊าซเรือนกระจกและการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภายหลังปี พ.ศ. 2563 ที่ประเทศได้จัดส่งไปยังสำนักเลขาธิการสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2558 โดยกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ณ ปี พ.ศ. 2573 ที่ร้อยละ 20-25 จากกรณีดำเนินการปกติ รวมทั้ง เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ทุกภาคส่วนในการมีส่วนร่วมลดก๊าซเรือนกระจก
เลขาธิการสผ. กล่าวว่า การดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกตามเป้าหมายดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการตามความตกลงปารีส ซึ่งประเทศไทยได้ให้สัตยาบันเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2559 ทั้งนี้ ร่าง แผนที่นำทางฯ ประกอบด้วย 3 สาขาหลัก ได้แก่ สาขาพลังงานและขนส่ง สาขาการจัดการของเสีย และสาขากระบวนการทางอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นสาขาที่แผนหลักของหน่วยงานมีความพร้อมและมีศักยภาพในการดำเนินงานที่สามารถสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกได้ โดยกำหนดศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจก ในปี พ.ศ. 2573 จากทั้ง 3 สาขา ที่ร้อยละ 20.8 เมื่อเทียบกับ กรณีดำเนินการปกติ หรือประมาณ 115.6 ล้าน ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยแบ่งเป็นสาขาพลังงานและขนส่ง ประกอบด้วยมาตรการหลัก เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า การใช้พลังงานทดแทน และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เป็นต้น คิดเป็นศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 20.4 เมื่อเทียบกับกรณีดำเนินการปกติ หรือประมาณ 113 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า สาขาการจัดการของเสีย ประกอบด้วยมาตรการหลัก อาทิ การจัดการขยะ และการจัดการน้ำเสีย คิดเป็นศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 0.3 เมื่อเทียบกับ กรณีดำเนินการปกติ หรือประมาณ 2 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และสาขากระบวนการทางอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วยมาตรการหลัก คือ การปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรม คิดเป็นศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 0.1 หรือประมาณ 0.6 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยข้อเสนอศักยภาพและมาตรการการลดก๊าซเรือนกระจกตาม (ร่าง) แผนที่นำทางฯ นี้ หน่วยงานสามารถใช้เป็นกรอบการดำเนินงานเพื่อประกอบการวางแผนการทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ต่อไป

