ตร.ไล่กล้องวงจรปิด เปิดพฤติการณ์ 2 ฝรั่ง ‘แก๊งเงินดำ’ ฆ่าชิงทรัพย์ 5 ล้าน นักธุรกิจเมียนมา

14.02.24 | 17:17 น.

ตร.ไล่กล้องวงจรปิด เปิดพฤติการณ์ 2 ฝรั่ง แก๊งเงินดำ ฆ่าชิงทรัพย์ 5 ล้าน นักธุรกิจเมียนมา


จากกรณี สน.ลุมพินี รับแจ้งเหตุชายชาวต่างชาติถูกทำร้ายเสียชีวิตในแมนชั่นแห่งหนึ่ง ซอยสุขุมวิท 4 เขตคลองเตย กทม. พบผู้เสียชีวิต เป็นนักธุรกิจชาวเมียนมา รับแลกเงินตราต่างประเทศในประเทศไทย หลังจากร่วมธุรกิจกับ 2 ผู้ต้องสงสัย คือ นายวิลเลียม และ นายจอห์น คนผิวสีชาวสกอตแลนด์นั้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ สน.ลุมพินี ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุด ว่า  พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ร่วมประชุมกับชุดสืบสวนคลี่คลายคดี

Advertisement

 พล.ต.ต.นพศิลป์ เปิดเผยภายหลังการประชุม ว่าเมื่อคืน 23.24 น. สน.ลุมพินี รับแจ้งเหตุพบศพที่แมนชั่นแห่งหนึ่ง ซอยสุขุมวิท 6 จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบศพจากนั้นแจ้งนิติเวช และพฐ.เข้ามาตรวจสอบ และที่เกิดเหตุพบ พยานอ้างว่าเสมือนเป็นแม่บุญธรรมของผู้ตาย ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนปากคำอยู่ เพราะพยานพูดไทยไม่ได้ พูดอังกฤษไม่ได้ จึงต้องใช้ล่ามแปล และกำลังสอบถามอยู่ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในห้องดังกล่าวนั้น

 พล.ต.ต.นพศิลป์  กล่าวว่า จากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดแล้ว รวมถึงการไล่กล้องวงจรปิด พบว่าก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายนัดพบกับชาย 2 คนที่โรงแรมใกล้ๆ คือนายวิลเลี่ยม และนายจอห์น โดยมีการพูดคุยเจรจากัน จากนั้นทั้ง 3 คนเดินทางออกจากโรงแรมที่นัดพบกลับมายังที่พักและขึ้นลิฟท์ไปที่ห้องพัก

หลังจากนั้นตัวผู้ตายมาส่งผู้ต้องสงสัย คือนายวิลเลี่ยม ลงมาข้างล่าง แล้วผู้ตายกลับมาพร้อมกับพยาน แล้วขึ้นไปห้องพักพร้อมกัน ซึ่งระหว่างนั้นก็มีผู้ต้องสงสัยชื่อนายจอห์น รออยู่ที่ห้องพักอยู่แล้วตั้งแต่ขึ้นไปพร้อมกันครั้งแรก

แล้วสักพักผู้ตายก็ลงมารับนายวิลเลี่ยม ซึ่งไม่ทราบว่าไปไหนกันมาแล้วนายวิลเลี่ยม กับผู้ตายก็ขึ้นไปห้องพักสรุปได้ว่า ช่วง 22.22 น. มีคนอยู่ในห้องพักทั้งหมด 4 คน คือผู้ตาย พยาน นายจอห์นและนายวิลเลี่ยม

หลังจากนั้น 11นาที เห็นนายจอห์น กับนายวิลเลี่ยม ลงลิฟท์มา แลัวออกหลบหนีไปทางสุขุมวิทซอย 6 ออกไปทางซอย 9 และซอย 11 ซึ่งชุดสืบสวนอยู่ระหว่างติดตามตัวชายดังกล่าวทั้ง 2 คนเพราะเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และหลังจากซักถามพยานให้การว่าถูกผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คนทำร้ายโดยการ บีบคอ และผลักจนสลบ

แล้วมีภาพวงจรปิดเห็นว่า พยานหญิงคนดังกล่าวลงมาจากลิฟท์ 23.00 น. เศษแล้วมาแจ้ง รปภ.แล้ว รภป.ก็ไปเจอสภาพศพ นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุยังพบกระเป๋าหนึ่งใบที่มีผงและกระดาษเป็นลักษณะรวมกันเป็นแท่ง อยู่ภายในห้องด้วย

ขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน ว่ามีเหตุใดเกิดขึ้น แต่น่าเชื่อว่าเป็นเหตุการณ์ทะเลาะวิวาท และมีการอ้างว่าทรัพย์สินในห้องพักหายไปประมาณ 5 ล้านบาทโดยจะขอสอบสวนปากคำพยานให้เสร็จสิ้นก่อนและร่วมกับ สตม. และฝ่ายสืบสวนโดย ตม.ตั้งระบบไว้แล้วว่าห้ามบุคคลต้องสงสัยตามภาพออกนอกประเทศ และสกัดทุกด่าน ส่วนกระบวนการจะเป็นแก๊งเงินดำหรือไม่ขอให้กระบวนการสอบสวนเสร็จสิ้นก่อน

พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวอีกว่าตอนนี้ทราบเพียงชื่อเล่น ตามที่พยานบอกแล้วพบกันครั้งสองครั้ง ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นชาติใดแต่พยานบอกเป็นชาวสก็อตแลนด์และอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าผ่านด่านตม.ด่านไหนและเข้ามาในประเทศไทยได้อย่างไร

จากการสอบถามพยาน พบว่า ผู้ตายเดินทางมาทั้งหมด 52 ครั้ง โดยอ้างว่ามาทำธุรกิจในเมืองไทย ไป-กลับ กรุงเทพจากย่างกุ้ง กรุงเทพไปฮานอย ด้วยและผู้ตายน่าจะมีการทำธุรกิจบางอย่างในเมืองไทย อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล และประสานสถานทูตพม่า ว่ามีประวัติอย่างไรบ้าง

ส่วนการเปิดเข้าพัก อยู่ระหว่างตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่ามีการเปิดห้องพักนี้ตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ.โดยมีเอเจ้นท์เปิดให้ แต่ผู้ตายเข้ามาวันที่ 7 ก.พ. ส่วนนางเทเทวิน คนที่อยู่ในห้องที่เป็นพยานเป็นญาติผู้ใหญ่ ไม่ใช่แม่และคนละส่วนกับเอเจ้นท์

ทั้งนี้ ที่เกิดเหตุอยู่ระหว่างตรวจสอบโดยละเอียด แต่สภาพในเบื้องต้นพบร่องรอยการต่อสู้ ซึ่งคำให้การของพยาน ต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนว่าเชื่อถือได้หรือไม่ เพราะสภาพการถูกผลักหรือถูกทำร้ายแล้วทำให้สลบ รวมถึงมีเหตุการตายเกิดขึ้น แล้วยังไม่รู้ตัว แต่มีการมาแจ้งหลังคนร้ายหนีไปแล้วครึ่งชั่วโมงจึงต้องตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน โดยจะส่งพยานไปให้แพทย์นิติเวชตรวจร่างกายด้วย

พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวว่า ส่วนประเด็นว่าพยานมาอยู่ในห้องทำอะไรนั้น ต้องสอบสวนให้เสร็จสิ้นก่อนและจากการซักถามพยานอ้างว่า ผู้ตายกู้เงินจากต่างประเทศ มาทำธุรกิจกับ 2 คนนี้ เมื่อตำรวจมาเจอที่เกิดเหตุเป็นเรื่องของ ‘เงินดำ’ เลยต้องทำการสืบสวนสอบสวนให้เสร็จสิ้นก่อนโดยสภาพที่เกิดเหตุ มีการลากกระเป๋าที่มีผงใช้ทำเงินปลอม ซึ่งมีลักษณะของการปลอมแปลงเงินตราต่างประเทศ

และจากการตรวจสอบมือถือของผู้ตาย มีภาพเงินดอลล่าร์ ส่วนตัวผู้ต้องสงสัยยังอยู่ในประเทศหรือไม่ อยู่ระหว่างตรวจสอบเทียบเคียงด้วยระบบไบโอเมตริกซ์และเร่งติดตามตัวทั้งสองคน ทั้งนี้ที่พยานอ้างว่าผู้ตายถอนเงินมาเก็บไว้ให้ห้อง 5 ล้านบาท และคนร้ายพยายามยื้อแย่งเงิน จนเกิดการต่อสู้กัน แล้วพยานก็โดนบีบคอ แล้วผลักจนสลบไปแล้วผู้ตายถูกทำร้ายจนเสียชีวิต