ม็อบต้านภัยเหล้า ปักหลักรอฟังผลประชุมคกก.คุมน้ำเมา น้อยใจ ‘ชลน่าน’ ไม่ยอมพบ

15.02.24 | 12:02 น.

ม็อบต้านเหล้าเกือบ 500 ชีวิต ปักหลักรอฟังผลประชุมคกก.ควบคุมน้ำเมา หลัง “ชลน่าน” หลบหน้ารีบขึ้นรถไปตอบกระทู้สภา ประกาศ ไม่เอา “นายกฯ” มักง่าย หนุนนายทุนแอลกอฮอล์

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในการประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ครั้งที่ 1/2567 ที่มี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุม เวลา 09.30 น.

โดยช่วงก่อนการประชุม นายชูวิทย์ จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ พร้อมด้วยตัวแทนจากภาคีป้องกันและลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครือข่ายองค์กรงดเหล้า เครือข่ายรณรงค์ป้องกันแอลกอฮอล์ เหยื่อเมาแล้วขับ เครือข่ายแท็กซี่ สามล้อ ไรเดอร์รับข้าง สหภาพแรงงาน แรงงานนอกระบบ องค์กรด้านเด็ก สตรี ครอบครัวและภาคประชาชน รวมถึงคนพิการที่ได้รับผลกระทบเป็นเหยื่อคนเมาแล้วขับ รวมกว่า 500 คน

รวมตัวกันแสดงออกเชิงสัญลักษณ์คัดค้านวาระที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่จะมีการพิจารณาขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามข้อสั่งการของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และกลุ่มธุรกิจผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมทั้งมีการแสดงละครล้อเลียน “หยุดเพิ่มเวลาขายเหล้าเบียร์ ประชาชนเสี่ยง เจ็บ ตาย คนขายรวย”

ทั้งนี้ เวลา 10.30 น. นพ.ชลน่าน ได้เดินทางออกจากห้องประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยหลีกเลี่ยงการออกทางด้านหน้าอาคารสำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากภาคประชาชนยังปักหลักรอฟังผลการประชุมอยู่ใต้ถุนอาคาร แต่เร่งรีบเดินไปขึ้นรถที่จอดด้านหลังอาคาร

Advertisement

ซึ่งผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เครือข่ายภาคประชาชนจะขอพบท่าน นพ.ชลน่านกล่าวว่า “มีเวลาให้พบแน่นอน”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เครือข่ายฯ น้อยใจเนื่องจากท่านอยู่ในห้องประชุม แต่กลับไม่ยอมลงมาพบเพื่อพูดคุย นพ.ชลน่านกล่าวว่า “จะรีบไปตอบกระทู้ก่อน เพราะว่าเป็นกระทู้สด”

อย่างไรก็ตาม กลุ่มประชาชนยังคงปักหลักรอฟังผลการประชุมดังกล่าว

โดย นายชูวิทย์กล่าวว่า ภาคีเครือข่ายฯ ต้องการมาให้กำลังใจ สธ. ในการต่อต้านสิ่งที่ย้อนแย้งกับนโยบาย 30 บาทและบัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกที่ โดยการยืนหยัดคุ้มครองสุขภาพประชาชน ที่ผ่านมาข้อมูลปรากฎชัดจากขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนถึงตี 4 ในพื้นที่นำร่อง 5 จังหวัดเพียงเหตุผลเดียวเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นชัดเจนเพียงมกราคมเดือนเดียวในปี 2567 เทียบเดือนเดียวกันในปี 2566 พบข้อมูลผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่มีน้ำเมาเข้ามาเกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นชัดเจน โดยกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพิ่มถึงร้อยละ 46.6 ภูเก็ตเพิ่มร้อยละ 35.7 เชียงใหม่เพิ่มร้อยละ 22.5 ส่วนชลบุรี และเกาะสมุย สุราษฎร์ธานี เพิ่มกว่าร้อยละ 10

“สิ่งเหล่านี้ไม่มีการพูดถึง แต่เร่งดำเนินการถือเป็นการเหยียบอยู่บนความตายของประชาชน นโยบายดิจิทัลวอลเล็ตไม่ทำให้คนตาย แต่การขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้คนตาย การตัดสินใจนโยบายอยากให้ศึกษาข้อมูลรอบด้านไม่ใช่คิดจากความมักง่าย หากยังดึงดันอาจจะถึงเวลาที่พวกเราต้องไล่นายกฯ เพราะนายกฯ แบบนี้เราไม่เอา” นายชูวิทย์กล่าว

ด้าน นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงานภาคีป้องกันและลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กล่าวว่า ภาคีเครือข่ายขอยื่นข้อเสนอดังนี้ 1.ให้สธ.ยึดประโยชน์ด้านสุขภาพของประชาชนเป็นหลัก 2.คัดค้านแนวคิดนายกฯ ที่พยายามขยายเวลาจำหน่ายสุราเพื่อเอาใจนายทุน และฝากไปถึงนายกฯ ให้รับฟังข้อมูลรอบคอบและรอบด้าน อย่าซ้ำเติมให้เกิดปัญหาเช่นเดียวกับกัญชา และ 3.ให้มีการศึกษาข้อมูลรอบด้านถึงผลดี-ผลดีก่อนขยายเวลา

ทั้งนี้ รศ.นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข เป็นตัวแทนรับข้อเสนอพร้อมระบุจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พิจารณา