ละอองลอย มฤตยูร้าย ต้นเหตุมะเร็งปอด มากับ PM2.5 กรีนพีซ ชี้ จุดความร้อนมากเท่าใดอันตรายเท่านั้น สะพรึง 2,591 จุดความร้อนจากกัมพูชา ลมพัดพาพุ่งตรงมาไทยอีก 2 วัน
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ นายธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉีงใต้ เปิดเผยกับ มติชนออนไลน์ว่า จากการตรวจสอบละอองลอย (Aerosol) แถบ กทม.และปริมณฑลจะเข้มข้นขึ้น ภายในวันสองวันข้างหน้า โดยละอองลอยเป็นได้ทั้งฝุ่นพิษ PM2.5 สารอินทรีย์ คาร์บอนดำ และละอองลอยของซัลเฟต ไปจนถึงเกลือทะเล ฝุ่นทะเลทราย ในกรณีที่เป็นภูมิภาคทะเลทรายของจริง
นายธารากล่าวว่า ละอองลอยนี้ เป็นอนุภาคแขวนลอยในอากาศ เป็นพวกสารอินทรีย์ในกลุ่มก่อมะเร็ง หรือที่เรียกว่า APHs ซึ่งมาจากการเผาไหม้สารเคมีที่อยู่ในแหล่งเกษตรกรรม APHs จะเกาะอยู่กับ PM2.5 เป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดมะเร็งปอด
ผอ.กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวว่า จากการตรวจสอบจุดความร้อนที่เกิดขึ้น พบว่ามีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกวัน โดยวันนี้ ไทยพบจุดความร้อนทั้งประเทศ 1,712 จุด และที่ประเทศกัมพูชา 2,591 จุด ตามด้วย พม่า 1,844 จุด ลาว 900 จุด และเวียดนาม 185 จุด คาดการณ์ว่า อีก 2 วันนับจากนี้ ค่าจุดความร้อนทุกพื้นที่ จะเพิ่มมากขึ้นกว่านี้ นั่นหมายถึงจุดความร้อนที่เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งให้เกิดฝุ่นจิ๋ว PM2.5 ซึ่งนอกจากจุดความร้อนในประเทศไทยแล้ว จุดความร้อนในประเทศกัมพูชาที่มีมากถึง 2,591 จุด ก็จะส่งผลกับประเทศไทยด้วย เพราะทิศทางลมในช่วงนี้ จะพัดจากประเทศกัมพูชา เข้ามายังประเทศไทยโดยตรงเลย
“มีบางคนแย้งว่า ระยะทาง 500-600 กิโลเมตรนั้น มาไม่ถึงประเทศไทยหรอก ผมเห็นว่า ละอองลอยนั้นมีความเบาและฟุ้งกระจายได้สูงมาก แน่นอนว่าสามารถไปไกลได้มากกว่า 600 กิโลเมตรแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากการเผาไหม้ในแหล่งเกษตรกรรม ซึ่งพื้นที่นั้นมีการใช้สารเคมีกันมาก ละอองลอยและ APHs ก็จะมากขึ้นด้วย นี่คือความน่ากลัวของความวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้น” ผู้อำนวยการกรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวและว่า เวลานี้ยังไม่ค่อยมีใครพูดถึง และให้ความสำคัญกับความร้ายแรงของละอองลอย เพราะจะมีความซับซ้อนมากขึ้นไปอีกจาก PM2.5 แต่ตอนนี้ ตนเห็นว่ารัฐบาล และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนต้องให้ความสำคัญกันแล้ว เพราะมันมีความรุนแรง และเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ที่มีการเผาไหม้ ที่มีสารเคมีปนเปื้อนอยู่ด้วย


