อาสาอสรพิษ ถูกจงอางกัด ออกจากไอซียูแล้ว ขอปาฏิหาริย์รอบ 3
จากกรณีที่ได้เกิดอุบัติเหตุกับอาสาสมัคร ทีมงานอสรพิษวิทยา คือ นายจักริน นิลกำแหง หรือน้องอั๋น ซึ่งถูกงูจงอางกัดเข้าที่เส้นเลือดดำ และอาการสาหัสนั้น
อ่านข่าว : อาสาหนุ่ม กลุ่มอสรพิษวิทยา พลาด โดนจงอางกัดเข้าเส้นเลือดดำ อาการสาหัส
ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ นายอนิรุทธิ์ ชมงาม หัวหน้ากลุ่มอสรพิษวิทยา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กความว่า “ปาฏิหาริย์ของอั๋น” (อัพเดตอาการหลังถูกงูจงอางกัด) #เลือดพอแล้วครับขอบคุณทุกๆ ท่านมากครับ” โดยมีรายละเอียดคือ
หลังจากที่มีการขอรับบริจาคเลือดให้กับ อั๋น จักริน นิลกำแหง ที่ถูกงูจงอางกัด ก็มีการสอบถามกันเข้ามามากมาย จึงขอเล่าเหตุการณ์ให้ฟังโดยละเอียดดังนี้
ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ช่วงเย็น หลังจากเสร็จสิ้นงานอสรพิษวิทยาภาคเหนือ ที่พิษณุโลก ผู้อบรมได้กลับกันจนหมดแล้ว ทางทีมงานก็กำลังเก็บข้าวของกันเตรียมแยกย้ายกลับ เพราะมีทีมงานมาจากหลายพื้นที่
บังเอิญมีสายโทรเข้ามา แจ้งให้ไปจับงูเข้าบ้าน ซึ่งในครั้งแรกหลายคนก็คิดว่าเป็นงูสิงหรืองูเห่า แต่ทุกคนกำลังยุ่งๆ กับการเก็บของ พี่นิคก็คุยสรุปงานกับผู้ใหญ่อยู่ อั๋นเลยอาสาไปจับงูให้

หลังจากออกไปจับไม่นานก็กลับมา พร้อมงูจงอางในกระสอบปุ๋ย ทุกคนก็ตื่นเต้นฮือฮากันมาก เพราะตอนแรกที่มาพี่นิคก็ไปช่วยจับงูเห่าพ่นพิษที่กินคางคกให้ ขากลับยังมาเจองูจงอางอีก
ด้วยความที่กลัวว่างูจะดันจนทะลุกระสอบ อั๋นจึงไปขอถุงผ้ามาเพื่อใส่งูให้รัดกุม ซึ่งตอนจับออกจากกระสอบ ไม่มีปัญหาอะไร แต่ตอนใส่เข้าถุงผ้า ด้วยความที่งูยังตกใจและมีแรงและความก้าวร้าวสูง ในจังหวะที่อั๋นปล่อยตัวงูลงถุง พอท้องแตะพื้น งูก็ดีดตัวสวนขึ้นมากัดตรงแขนขวาของอั๋นพอดี
เป็นเวลาเพียงไม่ถึงวินาที อั๋นสะบัดแขนออกอย่างรวดเร็ว งูหลุดออกไป หลังจากนั้น อั๋นตะโกนถาม “พี่นิคอยู่ไหน พี่นิคอยู่ไหน!! มีน้องวิ่งไปตามพี่นิคมา ด้วยความที่โรงพยาบาลอยู่ใกล้ พี่นิคดูสภาพบาดแผล และไม่ยอมเสียเวลาในการปฐมพยาบาลแม้แต่วินาที และให้อั๋นขึ้นรถไปโรงพยาบาลในทันที
งูจงอางเป็นงูที่มีพิษออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทเป็นหลัก ที่จะทำให้เกิดภาวะอัมพาต และมีส่วนประกอบของพิษที่ทำลายเนื้อเยื่อ ที่จะทำให้เกิดภาวะเนื้อตาย และพฤติกรรมการกัดที่กัดติดแล้วไม่ปล่อย และจะฉีดพิษเข้าสู่ร่างกายผู้ถูกกัดตลอดเวลาจึงเป็นงูที่อันตรายมากชนิดหนึ่ง

แต่ปัญหาที่หนักกว่าคือตำแหน่งที่ถูกกัด มันดันไปตรงกับเส้นเลือดดำพอดี พิษวิ่งเข้าสู่หัวใจโดยตรง ทุกอย่างเลยเกิดขึ้นเร็วมาก อั๋นหมดสติตั้งแต่นาทีที่ 3 ของการถูกกัด รถไปถึง รพ.ใน 5 นาที หลังถูกกัด แต่อั๋นก็ไม่รู้สึกตัวแล้ว แม้จะถูกความพยายาม CPR มาตลอดทาง
หลังจากนั้นทีมแพทย์และพยาบาล รวมทั้งทีมอสรพิษวิทยาที่เป็น จนท.กู้ชีพต่างช่วยกันปั๊มหัวใจอั๋นอย่างไม่ยอมแพ้ และดึงอั๋นกลับมามีชีพจรในที่สุด แต่ก็กินเวลาไปหลายนาที นั่นคือปาฏิหาริย์แรกแห่งการช่วยดึงอั๋นกลับมา
แต่ปัญหาอีกอย่างคือภาวะการติดเชื้อ อั๋นนอนหมดสติไป 3 วัน และอาการเริ่มโคม่า จนต้องรับบริจาคเลือด และได้รับพลังใจจากทุกๆ ท่าน และความช่วยเหลือจากเพจต่างๆ ช่วยประชาสัมพันธ์ จนมีผู้มาให้กำลังใจและบริจาคเลือดให้อั๋นมากมาย
จนเช้าวันนี้ (15 กุมภาพันธ์ 2567) อาการของอั๋นแย่ลงจนเข้าขั้นวิกฤต ในเวลานั้นทุกคนตึงเครียดและวุ่นวายกันมาก และต้องจัดการปัญหาหลายอย่าง จนหลายคนไม่สามารถรับสายหรือติดต่อใครได้ ทุกๆ คนจึงฝากขออภัยทั้งสื่อมวลชนทุกๆ ท่านที่ติดต่อมา และขออภัยผู้ที่เป็นห่วงอั๋นที่พยายามสอบถามมาเป็นอย่างมาก

ซึ่งในช่วงเวลาที่บีบคั้นหัวใจที่สุดสำหรับทุกๆ คน ปาฏิหาริย์ครั้งที่ 2 ของอั๋นก็ได้เกิดขึ้น และได้กลับมามีภาวะในเชิงบวกอีกครั้ง ตัวที่ซีดก็เริ่มมีสีเลือด การรับสารอาหารยังพอทำได้ดี และเริ่มมีอาการดีกว่าเดิม จนสามารถออกจากห้อง ICU ได้แล้ว
ขอบคุณทุกๆ คน ทั้งแพทย์ พยาบาล รพ.วังทอง รพ.พุทธชินราช พิษณุโลก และ จนท.หน่วยกู้ภัยบูรพา ที่ช่วยเหลืออั๋นอย่างเต็มที่ ขอบคุณเพจต่างๆ และสื่อมวลชน ที่ช่วยประชาสัมพันธ์ บอกกล่าวให้คนมาช่วยอั๋น ขอบคุณทุกๆ ท่านที่มาช่วยกันบริจาคเลือด ช่วยกันแชร์ ช่วยกันส่งกำลังใจอั๋น
ขอบคุณพี่น้องอสรพิษวิทยาที่ยังรักและห่วงใยกันเสมอไม่มีเปลี่ยนแปลง เราจะไม่คาดหวังมากแต่ก็จะไม่ทิ้งความหวังเช่นกัน และจะต่อสู้ไปกับอั๋น เพื่อรอคอยปาฏิหาริย์ครั้งต่อไป
#ในเวลานี้ทางครอบครัวจะพยายามดูแลน้องอั๋นเองก่อนหากจำเป็นเราค่อยช่วยเหลือกันครับ

