ปคบ.ตัดวงจร ผลิต จำหน่าย ลูกโป่งแก๊สหัวเราะ พร้อมยึดแก๊สวิปครีมไนตรัสออกไซด์ กว่า 70,000 หลอด มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ผบก.ปคบ.) ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ผกก.4 บก.ปคบ.) และเจ้าหน้า บก.ปคบ. เปิดปฏิบัติการตัดตอนการผลิต และจำหน่ายลูกโป่งแก๊สหัวเราะ ตรวจยึดแก๊สวิปครีมไนตรัสออกไซด์ที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง กว่า 70,000 หลอด มูลค่ากว่า 2,000,000 บาท
สืบเนื่องจากปัจจุบันมีผู้ลักลอบนำแก๊สไนตรัสออกไซด์มาใช้ผิดประเภท โดยการนำแก๊สบรรจุใส่ลูกโป่ง จำหน่ายให้นักท่องเที่ยวตามสถานบันเทิง เพื่อใช้ในการสูดดมสร้างความมึนเมา และเคลิบเคลิ้ม โดยแก๊สไนตรัสออกไซด์มีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งจะชะลอการทำงานของสมองรวมไปถึงระบบหายใจ และการทำงานของหัวใจ หากสูดดมต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน อาจส่งผลกระทบต่อสมอง ระบบประสาทไขสันหลัง และเส้นประสาทส่วนปลาย อาทิ ไม่สามารถทรงตัวได้ แขนขาอ่อนแรง สมองเสื่อม คิดช้า พูดช้า เป็นต้น

โดยช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปคบ. และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตรวจค้นจับกุม ดำเนินคดีกับผู้ผลิตและจำหน่ายลูกโป่งแก๊สหัวเราะ ในพื้นที่ถนนข้าวสาร แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร โดยการนำมาบรรจุใส่ลูกโป่งเป็นแก๊สหัวเราะ จึงทำให้การแพร่ระบาดของลูกโป่งแก๊สหัวเราะเพิ่มมากขึ้นไปด้วย กก.4.บก.ปคบ. จึงมีมาตรการในการเฝ้าระวังการจำหน่ายแก๊สไนตรัสออกไซด์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ เพื่อตัดตอน และลดจำนวนการผลิต รวมทั้งการจำหน่ายลูกโป่งแก๊สหัวเราะ โดยได้ทำการสืบสวนหาข่าว พบการจำหน่ายแก๊สไนตรัสออกไซด์ที่ไม่มีเลขสารบบอาหารผ่านแอพพลิเคชั่น shopee ชื่อ “MosaWhipWholesale” จึงทำการสืบสวนจนทราบถึงสถานที่ผลิต และสถานที่จัดเก็บ
ต่อมาในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 เจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นของศาลแขวงนนทบุรี เข้าทำการตรวจค้นสถานที่จัดเก็บ และส่งสินค้า ในพื้นที่ ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ผลการตรวจค้นพบนายปฎิพัทต์ (สงวนนามสกุล) แสดงตัวเป็นผู้ดูแลสถานที่ดังกล่าว ตรวจยึด ผลิตภัณฑ์แก๊สวิปครีมไนตรัสออกไซด์ที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง จำนวน 15,000 หลอด
จากการสอบถาม นายปฎิพัทต์ แจ้งว่ารับซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาจากโกดังเก็บสินค้าในพื้นที่แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าทำการตรวจสอบโกดังซึ่งเป็นสถานที่จัดเก็บ และส่งสินค้าเพิ่มเติม พบนายดนัย (สงวนนามสกุล) เป็นผู้ดูแลสถานที่ดังกล่าว ตรวจยึด 1.ผลิตภัณฑ์แก๊สวิปครีมไนตรัสออกไซด์ที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง จำนวน 55,000 หลอด และ 2.ลูกโป่ง จำนวน 500 ลูก โดยนายดนัยรับว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นของ น.ส.พรธิดา (สงวนนามสกุล) และ Mr.Wesley (สงวนนามสกุล) สัญชาติสิงคโปร์ รวมตรวจค้นทั้งหมด 2 จุด ตรวจยึดผลิตภัณฑ์แก๊สวิปครีมไนตรัสออกไซด์ที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง จำนวน 70,000 หลอด พร้อมลูกโป่ง จำนวน 500 ลูก มูลค่ากว่า 2,000,000 บาท ส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดี

เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 ฐาน “จำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารที่มีการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง” ระวางโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท
กรณีหากนำแก๊สไนตรัสออกไซด์มาบรรจุลูกโป่งจำหน่าย จะเป็นความผิดฐาน “ผลิต ขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท ตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510
พล.ต.ต.วิทยากล่าวว่า ปฏิบัติการตรวจค้นในครั้งนี้ เป็นมาตรการป้องกันและปราบปราม การผลิต และจำหน่ายลูกโป่งบรรจุแก๊สไนตรัสออกไซด์ (ลูกโป่งแก๊สหัวเราะ) ต่อเนื่องจากการระดมกวาดล้างในพื้นที่ถนนข้าวสารครั้งก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเฝ้าระวังและป้องกันปราบปรามอย่างต่อเนื่อง โดยในครั้งนี้ได้ตรวจค้น ขยายผลถึงแหล่งจำหน่ายแก๊สไนตรัสออกไซด์รายใหญ่ที่นำมาจำหน่ายให้กับร้านค้า ซึ่งอาจนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เพื่อผลิตและจำหน่ายลูกโป่งแก๊สหัวเราะให้นักท่องเที่ยวตามสถานบันเทิงต่างๆ และขอเตือนไปยังนักท่องเที่ยว ให้หลีกเลี่ยงการใช้ลูกโป่งแก๊สหัวเราะเนื่องจากมีผลกระทบโดยตรงต่อสมองและระบบประสาท


