เมื่อวันที่ 27 มกราคม นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบความผิดปกติของโครงการจัดซื้อเครื่องดนตรีไทยจัดซื้อเครื่องดนตรีไทยวงเงิน 2.68 ล้านบาท จากสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งเดิมตนบอกว่าจะมีการเปิดเผยข้อทุจริตในช่วงปลายปีที่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาทาง สตง.ได้ตรวจสอบพบถึงความผิดปกติในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะเรื่องของบริษัทคู่เทียบที่เข้ามาจัดซื้อในโครงการดังกล่าวว่ามีการสมยอมกันหรือไม่ ซึ่งหากเรื่องดังกล่าวมีมูลความผิดจริง ทาง สตง.จะต้องส่งเรื่องไปยังพนักงานสอบสวนทันที ซึ่งตนคาดว่ากรณีดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในเดือนมกราคมนี้อย่างแน่นอน นอกจากนี้หลายคนอาจมองว่าเรื่องดังกล่าวทำไม สตง.ถึงได้ดำเนินการล่าช้า ซึ่งทาง สตง.ขอชี้แจงว่า เราได้ทำการตรวจสอบด้วยความรอบคอบในทุกๆขั้นตอน อีกทั้งผู้บริหารชุดเก่าได้ออกจากการปฏิบัติหน้าที่ไปแล้ว
“ส่วนกรณีที่เคยมีข่าวออกมาว่าทาง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.ได้เชิญให้ ผู้ว่าฯสตง.เข้ามาร่วมตรวจสอบในโครงการต่างๆของ กทม.นั้น เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องปกติ ซึ่งเป็นหน้าที่ของ สตง.อยู่แล้ว หาก สตง.ตรวจพบว่าโครงการใดๆ ก็ตามที่มีแววว่าจะมีแนวโน้มว่าจะส่อทุจริต ทาง สตง.จะแจ้งไปยังหน่วยงานต้นสังกัดทันที เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติแต่อย่างใด ซึ่งการทำงานแบบนี้ไม่ได้บ่งชี้ว่า สตง.จะไม่วางตัวเป็นกลางแต่อย่างใด ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทาง สตง.จึงได้หันมาทำงานเชิงรุกมากขึ้น” นายพิศิษฐ์กล่าว และว่า ทุกเรื่องที่ทาง สตง. ชี้มูลความผิด ส่วนมากเป็นเรื่องที่ทาง สตง.พบความผิดปกติตั้งแต่เริ่มต้น และได้ทำหนังสือไปยังผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และส่วนมากจะได้รับความเพิกเฉยไม่แก้ไขจากผู้บริหาร จึงเป็นทำให้เกิดการชี้มูลความผิดขึ้นมาตามที่เป็นข่าว

