สบส.แนะบ้านน้ำท่วมกว่า 5.8 แสนหลัง ทำความสะอาดภายใน 2 วันก่อนเชื้อราลุกลาม

แฟ้มภาพ

นพ.ประภาส จิตตาศิรินุวัตร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ในฐานประธานศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาน้ำท่วมสถานพยาบาลและการสนับสนุนภาคประชาชนกล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ขณะนี้คลี่คลาย มีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ขอเตือนในเรื่องความมั่นคงปลอดภัยของอาคารบ้านเรือน และปัญหาเชื้อราขึ้นในบ้าน จากข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานว่ามีบ้านที่ถูกน้ำท่วมครั้งนี้ 584,643 หลังคาเรือน ทั้งนี้บ้านที่น้ำท่วมขังนานกว่า 2 วันขึ้นไป จะมีโอกาสเกิดเชื้อราขึ้นได้ และหากบ้านมีเชื้อราขึ้น อาจก่อให้เกิดโรคในคนตามมา โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิต้านทานโรคต่ำเช่นหากเป็นโรคภูมิแพ้ จะทำให้เยื่อจมูกอักเสบ มีอาการหอบหืด ระคายเคืองตา เป็นต้น

“หากเป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคโลหิตจาง จะมีความเสี่ยงติดเชื้อเกิดโรคซ้ำซ้อนได้ โดยอาการป่วยขึ้นอยู่กับปริมาณของเชื้อราและระยะเวลาที่สัมผัสกับเชื้อรา จึงขอให้ผู้ประสบภัยรีบทำความสะอาด ขัดล้างพื้นและผนังบ้านให้เร็วที่สุดภายหลังน้ำลดลงแล้ว 24-48 ชั่วโมง ขณะทำความสะอาดให้ใส่อุปกรณ์ป้องกันเช่นสวมรองเท้าบูท ใส่ถุงมือยาง คาดหน้ากากอนามัย เปิดประตูหน้าต่างบ้าน ให้อากาศหมุนเวียนถ่ายเท ภายหลังขัดล้างแล้ว ทิ้งไว้ให้แห้ง หรืออาจใช้ไฟสปอตไลท์ส่อง เพื่อช่วยให้แห้งเร็วขึ้น หากพบว่าเชื้อราฝังแน่นตามผนังบ้าน ขัดไม่ออก ไม่ควรทาสีทับเลย เนื่องจากจะยิ่งทำให้อับชื้น เชื้อราจะเจริญเติบโตขยายพันธุ์ไปอีก ควรขูดสีและผิวผนังเดิมออก หากรากินลึกอาจต้องฉาบปูนใหม่ จากนั้นจึงทาสีทับภายหลัง” นพ.ประภาส กล่าว

นายนิรันดร์ คชรัตน์ วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองแบบแผน สบส.กล่าวว่า จุดที่มักมีเชื้อราขึ้นและซ่อนอยู่ในบ้านที่ถูกน้ำท่วมได้แก่ ใต้พื้นกระเบื้อง บริเวณฝ้าเพดาน ท่อน้ำที่มีการรั่วซึม ใต้วอลล์เปเปอร์ เครื่องเรือนที่บุผนังด้วยไวนิล (Vinyl) ซึ่งจะแห้งแต่ภายนอก แต่ภายในจะอับชื้น ทำให้เชื้อราเจริญเติบโดได้ดี ในการสังเกตว่ามีเชื้อราขึ้นในบ้านหรือไม่นั้น สามารถดูได้ 2 วิธี ได้แก่ การดูที่รอยเปื้อนที่ผนังบ้าน หากมีเชื้อราขึ้นจะเป็นจุดดำๆ ล้างด้วยน้ำไม่ออก และวิธีสังเกตจากกลิ่น กลิ่นของราจะเหม็นอับทึบ หรือเหม็นคล้ายกลิ่นดิน หากสงสัยว่ามีเชื้อรา ขอให้ดำเนินการดังนี้ 1.ล้างขัดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อรา สิ่งของที่ไม่สามารถกำจัดเชื้อราได้หมด ให้ทิ้งไปเลย โดยเฉพาะวัสดุที่มีรูพรุน ไม่สามารถชะล้างและทำให้แห้งได้ 2.ล้างพื้นบ้าน เครื่องเรือน เครื่องไม้ เตาอบ ผนังบ้าน ด้วยน้ำยาที่ใช้ในครัวเรือน หรือน้ำยาล้างผนังห้องน้ำ เพื่อขจัดเชื้อโรคเชื้อราที่ฝังตัวออกไป 3.สิ่งของที่ทำด้วยผ้าที่จมน้ำท่วม โดยเฉพาะเสื้อผ้า ภายหลังซักล้างแล้ว ให้นำมาต้มในน้ำเดือด ฆ่าเชื้อก่อนนำมาใช้

สำหรับอาคารบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วม หลังน้ำลดควรประชาชนควรตรวจสอบความปลอดภัย จุดที่มักได้รับความเสียได้แก่ผนังและพื้นอาคารที่จมในน้ำ ซึ่งน้ำที่ท่วมจะมีแรงดันน้ำตามธรรมชาติ โดยหากระดับน้ำท่วมสูง 1 เมตร จะมีแรงดัน1,000 กิโลกรัม ต่อตารางเมตร ดังนั้นมีน้ำท่วม 1-2 เมตร อาจทำให้กำแพงแตกร้าว พังทลาย หรือพื้นรับน้ำหนักมากเกินไปจนแอ่นตัวได้ หากตรวจแล้วพบว่าพื้นหรือกำแพงรั้วแอ่นตัวหรือทรุดตัว จะใช้การไม่ได้ จะต้องดำเนินการเปลี่ยนใหม่ และควรตรวจสอบเสา หากพบมีรอยแตกร้าวเนื้อปูนกะเทาะออกมา ควรปรึกษาวิศวกร เพื่อตรวจสอบแก้ไขซ่อมแซมโดยเร็ว

Advertisement
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image