กระทรวงแรงงาน ผนึกกำลังโตโยต้า ผลิตบุคลากรป้อนอุตสาหกรรมยานยนต์

27.01.17 | 15:49 น.

เมื่อวันที่ 27 มกราคม นายธีรพล ขุนเมือง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวภายหลังพิธีลงนามความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาศักยภาพให้แก่กำลังแรงงาน ระหว่างกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ซึ่งมี ม.ล. ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธาน ว่า อุตสาหกรรมยานยนต์เป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศไทย ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในทุกด้านไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ การจ้างงาน การสร้างมูลค่าเพิ่ม และเทคโนโลยีด้านยานยนต์ อุตสาหกรรมยานยนต์จึงมีการแข่งขันค่อนข้างสูงทั้งในระดับภูมิภาคและนานาชาติ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) จึงร่วมกับบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด สถานประกอบกิจการยักษ์ใหญ่ด้านผลิตรถยนต์ ในการพัฒนาบุคลากรด้านยานยนต์ให้มีทักษะทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ให้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานทั้งในและต่างประเทศ

นายธีรพล กล่าวว่า ที่ผ่านมาทั้งสองหน่วยงานได้ร่วมกันพัฒนาครูฝึกของกพร. ในหลักสูตรช่างเทคนิคระดับสูงโตโยต้า ช่างเทคนิคสีรถยนต์ ช่างเทคนิคซ่อมตัวถังรถยนต์ มีผู้ผ่านการฝึกอบรม 61 คน นำความรู้ไปขยายผลการฝึกอบรมให้แก่แรงงาน ร่วมกันจัดฝึกอบรมและทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติสาขาช่างซ่อมตัวถัง ช่างสีรถยนต์ ช่างตรวจเช็คระยะ และสาขาอื่นๆ ที่ผ่านมีผู้ผ่านการฝึกอบรมกว่า 2,323 คน ส่วนในปี 2560 ต้องเป้าพัฒนาอีกกว่า 350 คน โดยบริษัทให้การสนับสนุนอุปกรณ์เป็นชุดสาธิตเครื่องยนต์ดีเซล ชุดสาธิตเครื่องยนต์เบนซิน และอะไหล่สำหรับใช้ในการฝึกอบรม จำนวน 12 ชุด และมอบรถยนต์ จำนวน 12 คัน เป็นมูลค่ากว่า 13.5 ล้านบาท ร่วมกันจัดตั้งศูนย์อบรมช่างซ่อมตัวถังและพ่นสีรถยนต์ซึ่งดำเนินการจัดตั้งแล้วในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีและขอนแก่น และจะขยายเพิ่มเติมในจังหวัดนครราชสีมา นครสวรรค์ ลำปาง และสงขลา เพื่อรองรับการฝึกอบรมในสาขาดังกล่าว

นายธีรพล กล่าวอีกว่า การร่วมมือครั้งนี้จะเน้นพัฒนาทักษะ พัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและทันต่อเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ ใน 3 สาขาอาชีพ คือ ช่างซ่อมตัวถัง ช่างสีรถยนต์ และงานบริการรถยนต์ ให้มีมาตรฐานฝีมือแรงงานเพื่อนำไปสู่การจ่ายค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน ตามนโยบายของ พล.อ. ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สำหรับสถานประกอบกิจการหรือตัวแทนของบริษัทที่มีการพัฒนาฝีมือแรงงานให้กับพนักงานของตนเอง จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ.2545 ด้วย