ฟังเสียงนักวิจัย เหตุผลที่ลูกเสือโคร่งต้องหนีหัวซุกหัวซุน ไม่กระโจนใส่คน

18.02.24 | 14:13 น.

ฟังเสียงนักวิจัย ลูกเสือโคร่งอาภัพ แม่ทิ้งต้องหากินเอง กระโจนใส่คนได้แต่เลือกจะหนีหัวซุกหัวซุน วอนเข้าใจ เสือไม่ได้ร้ายอย่างจินตนาการ

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ Facebook Thailand tiger, project DNP โดยกลุ่มนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญเรื่องเสือโคร่งสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้โพสต์ Facebook กรณีเสือโคร่งโผล่หมู่บ้านคลองลาน ว่า

เป็นหัวข้อข่าวเด่นของแทบทุกสื่อ เนื้อหาสาระหลักคือ ชาวบ้านผวา ซึ่งที่มาของสาระคืออ้างอิงจากแหล่งเฟซของผู้อาศัยอยู่ในชุมชนเป็นหลัก

อุทยานแห่งชาติคลองลานซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่อนุรักษ์ซึ่งเป็นบ้านของเสือโคร่งไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องนี้ โดยได้มีการประสานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ในช่วงเย็นๆ ของศุกร์ ที่หลายคนได้เดินทางกลับถึงบ้านต่างจังหวัดเรียบร้อยแล้ว

Advertisement

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติคลองลานหลายสิบนายเปลี่ยนภารกิจจากเดินลาดตระเวนตรวจตราภายในพื้นที่มาเป็นหน่วยคุ้มกันหมู่บ้านเพื่อให้รู้สึกปลอดภัยจากเสือโคร่ง

นายสัตวแพทย์ (ซึ่งเป็นผู้หญิง) ตีด่วนกลับบ้านต่างจังหวัดเข้าถึงพื้นที่เพื่อพร้อมทำงานในเวลาเที่ยงคืนของวันศุกร์ ขณะเดียวกันรถพร้อมกรงขนย้ายจากสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ก็เตรียมพร้อมทำงานทันที

เช้ามืดวันเสาร์ทีมนักวิจัยเสือโคร่งเดินจากออกจากพื้นที่เป้าหมายแต่เช้าตรู่พร้อมลงมือติดตามตรวจสอบ ข้อมูล เพื่อวางแผนทำงานทันที ในขณะที่เสือก็ยังคงกบดานนิ่งอยู่ในพื้นที่เป้าหมายมีขนาดราว 30 ไร่ ซึ่งเป็นสวนร้างที่อยู่ติดห้วยคลองลานที่สองฝั่งเป็นที่ตั้งของบ้านเรือน

เมื่อรู้จุดท้ายที่พบเห็นเสือโคร่งอย่างชัดเจน จึงได้จัดกำลังเดินเท้าเข้าหา จนได้พบว่ามันนอนหลบซุ่มเงียบในพุ่มเครือแห้งรกจนบดบังสายตาของผู้ค้นหา ฝ่ายเสือเองก็เงียบสนิทไม่ทักทายแม้ว่าขาเจ้าหน้าที่อยู่ห่างจากมันไม่เกิน 3 เมตร แต่แล้วการพบเจอกันระหว่างมันกับเจ้าหน้าที่ แค่เพียงได้รู้ว่ามันไม่ใช่เสือแก่ที่ไม่มีเรี่ยวแรง แต่ที่สำคัญกว่านั้นแม้ว่ามันได้โอกาสที่สามารถคิดร้ายกับคนได้ มันยังเลือกที่จะกระโจนหนีมากกว่าพุ่งเข้าใส่

ผ่านไป 1 วัน 1 คืนกับสามโอกาสในการที่จะให้ยาสลบ ปฏิบัติการหยุดพักที่เวลา 23 นาฬิกาเพื่อสะสมพลังงานในการทำงานวันรุ่งขึ้น

เช้าวันอาทิตย์ทีมนักวิจัยเป็นทีมแรกที่เข้าตรวจสอบพื้นที่จึงได้รู้ว่า ความอดทนของเสือนั้นสูงกว่ามนุษย์มากมาย เพราะหลังจากที่ทีมปีนลงจากต้นกระท้อนที่ซุ่มวางยาเวลาห้าทุ่มพร้อมทั้งถอนกำลังทุกทีมออกจากพื้นที่ เจ้าเสือก็เดินสบายใจออกจากพื้นที่สวนกลับเข้าชายป่าคลองลาน

ในขณะเดียวกันก็ได้รู้ว่า นายสัตวแพทย์นั้นมือแม่นฉมังมาก จนมีใครบางคนถึงขั้นคิดพาดหัวข่าวว่า “ด่วน! นายสัตวแพทย์ยิงไผ่ดับคาที่” เพราะว่าชุดลาดตระเวนตามเก็บลูกดอกยาสลบได้ในสภาพที่คาลำไผ่แห้งหักคล้ายคนหลับคอพับไป

เสือผอมโซตัวนี้ข้อมูลประวัติจากตั้งกล้องดักถ่ายโดยองค์กรสัตว์ป่าโลก ช่วยให้ประมวลได้ว่า มันคงเผชิญสภาวะที่แม่ไม่อาจหาเลี้ยงมันได้ จึงต้องเดินร่อนเร่จากจุดที่เคยถูกถ่ายภาพได้พร้อมแม่เมื่อปีที่แล้วมาจนถึงจุดหมู่บ้านน้ำตกคลองลาน ที่มีไร่สวนติดกับชายขอบป่าคลองลาน และมีบางบ้านที่เลี้ยงหมูหลุมที่หน้าตาสีสันเหมือนหมูป่าต่างกันที่ขนาด

คอกหมู จึงเป็นจุดที่มันวนเวียนเข้าหา เพื่อหวังจะได้มีมื้ออาหารเข้าร่างกาย ในขณะที่สุนัขเดินเพ่นพ่านทั้งหมู่บ้านและวัด มันกลับเมิน ก็เป็นพฤติกรรมที่ชวนคิด ไม่ใช่น้อย

วันนี้วันอาทิตย์ เป็นอีกวันที่ทีมเจ้าหน้าที่กรมอุทยานทุกฝ่ายยังตรึงกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการจับเคลื่อนย้ายเจ้าเสืออาภัพตัวนี้ ที่อยากให้เรียกว่า “บะลาโกล” ที่แปลว่า คลองลาน อยากให้ บะลาโกลซึ่งเป็นคำกะเหรี่ยงได้เชื่อมโยงระหว่างชุมชนกับเสือตัวดังกล่าว อยากให้ชุมชนอ่อนโยน และเข้าใจมันมากขึ้น

เพราะมันไม่ได้อยากมาสร้างปัญหาให้ใครใคร มันแค่หิวแล้วแวะมาเพราะเห็นว่ามีอาหารอยู่
ก็เท่านั้น อย่าได้ก่นด่า บ่นว่า ทั้งเสือและเจ้าหน้าที่ที่ได้ตั้งใจทำงานเพื่อแก้ไขเรื่องราวอย่างเต็มกำลัง โดยมีความหวังว่า บะลาโกล จะยอมให้พาไปฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรงก่อนที่กรมอุทฯจะจัดหาพื้นที่เหมาะสมให้อาศัยเป็นบ้านหลังใหม่ต่อไป