เมื่อวันที่ 27 มกราคม นายเอิบเปรม วัชรางกูร อดีตผู้อำนวยการกองโบราณคดีใต้น้ำ กรมศิลปากร เปิดเผยถึงการพบหลักฐานเกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทยจีน ผ่านโบราณวัตถุที่พบจากการดำเนินงานทางโบราณคดีตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา โดยระบุว่า มีการพบสินค้าจีนในแหล่งเรือจมต่างๆ เป็นจำนวนมาก อาทิ เครื่องถ้วยหรือเครื่องลายครามจากแหล่งเตาในประเทศจีน และที่สำคัญคือ “กะทะ” จากจีน ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกของอยุธยา กล่าวคือ อยุธยาเป็นพ่อค้าคนกลาง ซื้อสินค้าจากจีน เพื่อนำไปจำหน่ายอีกทอดหนึ่ง นอกจากสินค้าแล้ว ยังพบเครื่องใช้ของคนเรือซึ่งเชื่อว่าเป็นคนจีน เช่น ตะเกียบ ชาม คันชั่งที่มีตัวหนังสือจีน เป็นต้น
“มีการพบกระทะอยู่รวมกับสังคโลกในแหล่งเรือจมที่เกาะคราม จังหวัดชลบุรี ตั้งแต่ช่วง พ.ศ.2518-2519 แล้วมาเก็บข้อมูลอย่างละเอียดอีกครั้ง ในปี 2547 โดยส่งตระกร้าใส่สังคโลกไปตรวจหาอายุทางวิทยาศาสตร์ด้วย เชื่อว่ากระทะเหล่านี้ อยุธยานำเข้าจากจีน เพื่อจะส่งออกขายที่ไหนสักแห่ง เพราะไม่มีแหล่งผลิตกะทะในอยุธยา แต่เป็นเทคโนโลยีจากจีน นอกจากนี้ยังพบตะเกียบยุคอยุธยา ซึ่งยังคงสภาพดี เพราะถูกรักษาไว้ด้วยสภาพแวดล้อมใต้ทะเล และยังมีข้าวของเครื่องใช้ของคนเรือชาวจีนซึ่งพบหลายแห่งมาก เชน เรือกลางอ่าว เรือบางกะไชย จังหวัดจันทบุรี”
นายเอิบเปรมยังกล่าวอีกว่า ความรู้ด้านการเดินเรือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แทบทั้งหมดก็มาจากจีน แม้แต่คำเรียกตำแหน่งลูกเรือ ก็เป็นภาษาจีน เช่น ในไทย มีชื่อเรียก ลาต้า จุ้นจู๊ ไต้ก๋ง หรือแม้แต่พ่อครัว ก็เรียกว่า จุมโพ่ โดยในกองทัพเรือของไทย มีศัพท์ทางการว่า สหโภชน์ หมายถึง พ่อครัว แต่ภาษาปากที่เรียกกัน ก็ใช้ว่า จุมโพ่ อยู่นั่นเอง








