‘ธนกฤต’ เข้าให้ข้อมูล ปปป. ขยายผลขบวนการศรีสุวรรณ ตบทรัพย์โครงการเช่าซื้อกำไล EM ปี’66

20.02.24 | 12:25 น.

‘ธนกฤต’ เข้าให้ข้อมูล ปปป. ขยายผลขบวนการศรีสุวรรณ ตบทรัพย์โครงการเช่าซื้อกำไล EM ปี’66


เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่เคยถูกขบวนการของนายศรีสุวรรณ จรรยา กับพวก เรียกรับทรัพย์สินในโครงการเช่าซื้อกำไล EM ของกรมราชทัณฑ์ในปี 2563 ซึ่งนายศรีสุวรรณเคยนำมาร้องเรียนกับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เมื่อปี 2566 มูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท เพื่อให้ตั้งกรรมการสอบการจัดซื้อจัดหากำไล EM ดังกล่าว

นายกองตรี ธนกฤตกล่าวว่า การเดินทางมาวันนี้เนื่องจากได้รับการประสานจาก พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ให้ตนและทีมงานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำของขบวนการเรียกทรัพย์ มาให้ข้อมูลกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ว่ามีข้อมูลอย่างไรบ้าง เพื่อนำไปประกอบในการทำสำนวนคดีขบวนการเรียกรับทรัพย์ต่อเนื่องจากเหตุการณ์ของอธิบดีกรมการข้าว ซึ่งวันนี้เป็นการเชิญมาไม่ได้มีการออกหมายเรียก หรือขอให้มาทำหน้าที่อย่างไร ซึ่งพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับประเด็นดังกล่าวอย่างเต็มที่ สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนคือในช่วงปี 2565 และในช่วงปี 2567 ซึ่งมีทีมกฎหมายของตนที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งสิ้น

นายกองตรี ธนกฤตกล่าวต่อว่า ยืนยันว่าไม่รู้จักกับบุคคลตัวย่อ จ.จาน เป็นการส่วนตัว และไม่ทราบว่า จ.จาน ได้เบอร์โทรศัพท์ของตนมาจากไหน ซึ่งได้ติดต่อมาพูดคุยทางโทรศัพท์ในประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของเขาก่อน หลังจากนั้นจึงก็มีการติดต่อมาอีกครั้ง ว่าจะขอเข้าพบและมาที่ห้องทำงาน การพูดคุยในวันนั้นเป็นการคุยที่เปิดเผยใครก็ตามที่อยู่ในห้องทำงานหรือในเหตุการณ์ก็จะเห็นว่า จ.จานมาที่ห้องทำงานที่กระทรวงยุติธรรม สิ่งที่พูดคุยกันคนที่อยู่ในบริเวรใกล้เคียงน่าจะได้ยินประโยคสำคัญที่พูดคุยทั้งหมด

Advertisement

นายกองตรี ธนกฤตกล่าวว่า วันนี้เชื่อว่าเป็นแผนประทุษกรรมที่คล้ายกัน มีการพูดคุยในทำนองนั้นแต่ไม่ได้พูดถึงตัวเลขหรือจำนวนเงิน แต่ทั้งนี้เราได้ศึกษาข้อกฎหมายแล้ว ในกรณีดังกล่าวการพูดลักษณะเช่นนั้นมีความหมายหรือมีเจตนาอย่างไร โดยตนทราบภายหลังจากข่าวว่าบุคคลดังกล่าวใช้คำสำคัญคล้ายกรณีอธิบดีกรมการข้าว จึงให้ทีมงานกลับมาทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับที่ห้องทำงานตนครั้งนั้นว่าคล้ายกันหรือไม่ และทราบภายหลังด้วยว่าวันที่ จ.จาน มาที่ทำงาน ไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่มีอีกคนที่รอในรถ

“เราต้องพูดให้สังคมเข้าใจด้วยว่าเราเป็นหนึ่งในผู้ถูกกระทำเช่นกัน ทั้งนี้ตอนนี้ตนมีธงในเรื่องบางอย่างแล้ว แต่ยังขอยืนยันว่าการร้องเรียนเป็นเรื่องที่ดีแต่อยากให้มีการทำเป็นอาชีพไปเลยให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นก็จะทำให้คนอื่นเดือดร้อนได้” นายกองตรี ธนกฤตกล่าว

ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวว่า ต้องขอขอบคุณผู้ช่วยรัฐมนตรีและทีมงาน ที่เข้ามาให้ข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มบุคคลที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีอยู่ขณะนี้ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี เบื้องต้นพบว่าเป็นกลุ่มบุคคลเดียวกัน คือ นาย จ. นาย ศ. แต่ยังไม่ระบุว่ามี อ.อ่าง ด้วยหรือไม่ ซึ่งมีแผนประทุษกรรมใกล้เคียงกัน แต่ต้องตรวจพยานหลักฐานก่อนว่าจะสามารถดำเนินการไปได้ถึงขั้นใด ทั้งนี้พยานหลักฐานทั้งหมดคณะพนักงานสอบสวนได้ทำการบ้าน ระหว่างแนวทางการดำเนินการไว้อย่างเป็นขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว จากนี้พนักงานสอบสวนจะตรวจสอบพฤติกรรมต่างๆ ว่าสอดคล้องกับข้อมูลที่นายธนกฤตนำมายื่นให้วันนี้หรือไม่ และจะมีความชัดเจนในประเด็นต่างๆ มากยิ่งขึ้น ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ว่า เข้าข่ายความผิดทางอาญา หรือเข้าข่ายเจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิดหรือไม่นั้นขอให้เป็นเรื่องในสำนวนการสอบสวน เพราะจากข้อมูลที่มีและจากการหารือกับนายธนกฤตเบื้องต้นพบว่าข้อกฎหมายยังค่อนข้างหมิ่นเหม่ว่า แต่เชื่อว่าสำนวนน่าจะดำเนินการได้ตามข้อมูลที่มี

“แม้จะยังไม่มีการรับจ่ายเงิน แต่กรณีนี้ถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว เพราะมีการเรียกรับทรัพย์สินชัดเจน” พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวทิ้งท้าย