บิ๊กต่อตั้งจเรตำรวจสอบเอาผิดวินัย-อาญา 8 ตำรวจคุกคามอธิบดีอัยการ เจ้าตัวโอด 30 กว่าปีรับราชการไม่เคยโดน
พ.ต.อ.อุเทน นุ้ยพิน รองโฆษก ตร. เปิดเผยกรณีอัยการสูงสุดมีหนังสือแจ้ง ผบ.ตร.ขอให้กำหนดมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน และอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 1 ถูกคุกคามจาก 8 นายตำรวจ เนื่องจากการเข้าไปให้คำแนะนำสืบสวนสอบสวนคดีเว็บพนันมินนี่ ตามที่อัยการสูงสุด มีคำสั่งมอบหมายให้ ของ สน.ทุ่งมหาเมฆว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. สั่งการให้ดำเนินการตามคำร้องขอของอัยการ ดังนี้ 1.สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจสันติบาล โดยกองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 มีหน้าที่ให้การอารักขาและคุ้มครองความปลอดภัยบุคคลสำคัญ คุ้มครองความปลอดภัยของอัยการ ให้รายงานทุก 7 วัน
2.ดำเนินการทางวินัยตำรวจที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีเว็บพนันมินนี่ และตำรวจที่ไปคุกคามพนักงานอัยการ ผบ.ตร.ได้ดำเนินการดังนี้ 2.1 ตำรวจคุกคามพนักงานอัยการ ทั้งแอบถ่ายภาพ และนำภาพถ่ายไปใช้ในทางที่มิชอบ ผบ.ตร.มอบ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง จเรตำรวจแห่งชาติตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งทางวินัยและทางอาญา 2.2 ข้าราชการตำรวจ 8 นาย ที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีเว็บพนันมินนี่ ผบ.ตร.ได้มีคำสั่ง ตร.ที่ 93/2567 แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกับข้าราชการตำรวจทั้ง 8 นาย และให้รายงานผลการสืบสวนข้อเท็จจริงให้ทราบโดยเร็ว 2.3 ในส่วน พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ รอง ผกก.ป. สภ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีเว็บพนันออนไลน์อีก 1 คดี ที่ สน.เตาปูน นั้น ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ เป็นผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับ พ.ต.ท.คริษฐ์ แล้ว ทั้งนี้ ผบ.ตร.ได้สั่งการให้กองวินัยตำรวจเข้าไปกำกับตามกรอบของกฎหมาย 3.มอบ พล.ต.อ.ธนา ชูวงษ์ รอง ผบ.ตร. เข้าร่วมประชุมและประสานการปฏิบัติกับพนักงานอัยการด้วยตนเอง เพื่อรับฟังข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการถูกคุกคาม และมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยอัยการ
นายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ทำหน้าที่รับราชการเป็นอัยการจนถึงอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน ไม่เคยปรากฏว่ามีเหตุการณ์ที่ถูกผู้ต้องหาถ่ายภาพขณะปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นมาก่อน มองว่าขนาดตนที่เป็นระดับอธิบดีอัยการยังถูกคุกคามในลักษณะนี้ได้ แล้วหากเป็นประชาชนทั่วไปภาครัฐจะมีมาตรการอย่างไร
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงานอัยการสูงสุดมีมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยตนและอัยการอีกท่านหนึ่งเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดการดำเนินการได้ และยังไม่ทราบว่า มีการชี้แจงรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปยังอัยการสูงสุดหรือไม่ แต่ส่วนตัวไม่ประสงค์ที่จะแจ้งความดำเนินคดี เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานว่ามีการกระทำที่เข้าข่ายความผิดในคดีอาญาหรือไม่ และขณะนี้อัยการทั้งสองท่านยังอยู่ระหว่างพักการร่วมสอบสวนในคดีดังกล่าว

