ไอ้ทิพย์ ขอโทษทำภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย โดน 5 ข้อหาหนัก ตร.คุมตัวทำแผน ลวงสาวจีนขืนใจ

21.02.24 | 19:41 น.

ไอ้ทิพย์ ขอโทษทำประเทศเสียหาย โดน 5 ข้อหาหนัก ตร.คุมตัวทำแผน ลวงสาวจีนขืนใจ

กรณีนักท่องเที่ยวชาวจีน ถูกคนร้ายเป็นชายไทย ขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งที่เมืองพัทยา ก่อนเปลี่ยนเส้นทาง พาผู้เสียหายเข้าไปในป่ากระถินจากนั้นลงมือก่อเหตุพยายามข่มขืนผู้เสียหาย แต่ทำไม่สำเร็จ หลังจากนั้นคนร้ายได้จับผู้เสียหายมัดมือมัดเท้า โยนทรัพย์สินของผู้เสียหายทิ้ง ก่อนจะจุดไฟเผาป่าหญ้า แล้วชิงเงินสดไทย 15,000 บาท และเงินหยวน 1,500 หยวน หลบหนีไป ล่าสุดตำรวจตามจับได้แล้วนั้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ทวี กุดแถลง ผกก.สภ.หนองปรือ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งในและนอกเครื่องแบบ รวมถึงหน่วยปฏิบัติการพิเศษภูธรภาค 2 (บูรพา 491) คุมตัว นายทิพย์ ภาศิริ ผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณจุดเกิดเหตุภายในป่ากระถิน ริมถนนทางหลวงชนบท สาย 2081 (สนามโปโล-บ้านบึงห้วยใหญ่)

นายทิพย์ได้ชี้จุดและลำดับเหตุการณ์ ขณะพาผู้เสียหายนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์เข้ามาภายในป่าไร่มัน จากนั้นผู้เสียหายก็กระโดดลงจากรถและพยายามวิ่งหนี ผู้ต้องหาจึงใช้เชือกที่เตรียมมา ทำการมัดมือมัดเท้า

Advertisement

จากนั้นพยายามก่อเหตุข่มขืน แต่ทำไม่สำเร็จ ก่อนจะเปลี่ยนมาทำการชิงทรัพย์ โดยได้เงินสดไปตามจำนวนดังกล่าว หลังจากนั้นก็นำกระเป๋ารวมถึงเสื้อของผู้เสียหายไปเผา เพื่อทำลายหลักฐานเกี่ยวกับลายนิ้วมือ ก่อนจะหลบหนียังทำการตัดเชือกให้กับผู้เสียหาย ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

ในระหว่างการคุมตัวผู้สื่อข่าวและมีโอกาสพูดคุยกับนายทิพย์ ได้พูดขอโทษที่ทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยเสียหาย ซึ่งพอหลังเห็นข่าวก็รู้สึกตกใจ และน้อมรับความผิดที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่าการจุดไฟเผาไม่ได้เป็นการจะประสงค์ฆ่าปิดปาก เพียงต้องการเผาทำลายหลักฐาน เพื่อไม่ให้ตำรวจติดตามตัวได้ ส่วนเงินที่ได้มายอมรับว่าติดการพนันออนไลน์

ในส่วนของการดำเนินคดี ตำรวจมีการแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมด 5 ข้อ 1.ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อกระทำความผิด และพาทรัพย์นั้นไป 2.พยายามข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นอยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ 3.กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ เป็นการกระทำโดยใช้วัตถุหรืออวัยวะอื่นซึ่งมิใช่อวัยวะเพศล่วงล้ำอวัยวะเพศหรือทวารหนักของบุคคลนั้น 4.วางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น และ 5.หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย โดยแต่ละข้อหา มีโทษสูงสุด คือจำคุก 10-20 ปี