เดือด! ‘บิ๊กเต่า’ แฉรัวเอาเงิน พนันออนไลน์ มาทำงานโปรโมตตัวเอง-เปย์นักข่าว ใช้ส่วนตัว

22.02.24 | 16:29 น.

บิ๊กเต่า เผยตำรวจเอี่ยวเว็บพนันเหมือนองค์กรอาชญากรรม ถ้าปล่อยผ่านไม่เป็นตำรวจดีกว่า สร้างความเสียหาย เติบโตไร้เมตตาธรรม

เมื่อวันที่22 ก.พ. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เปิดเผยอีกครั้งว่า เนื่องจาก พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร.คุมงานสืบสวน และคณะ ไม่ต้องการที่จะออกมาตอบโต้ อยากทำคดีเงียบๆ แล้วส่งฟ้องศาล แต่เป็นคดีที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องบั่นทอน ทำให้องค์กรพัง ประชาชนเกิดความไขว้เขวและไม่เข้าใจ เมื่อมีบางคนออกมาตอบโต้สร้างความเสียหายทั้งๆ ที่ตัวเองมีมลทิน เปรียบเทียบเหมือนมีสีดำอยู่ในพื้นที่สีขาว แต่ไม่อยากจะพูด

เพราะหลายคนมียศมีตำแหน่งสูงกว่าตน แต่ถ้าไม่พูดจะทำให้เสียหายถึงองค์กร ตำรวจอีก 2 แสนกว่านายยังรับใช้ประชาชน ไม่ได้มีความขัดแย้ง เป็นตำรวจสีขาวที่ยังรับใช้ประชาชน ส่วนที่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สพฐ. อยู่ในชุดพนักงานสอบสวนสามารถพูดเรื่องสอบสวน เรื่องกฎหมายให้ประชาชนเข้าใจ ขณะที่ตนทำงานเกี่ยวกับการปราบทุจริตสามารถชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจจึงเหมาะสุดทำหน้าที่โฆษก

พล.ต.ต.จรูญเกียรติได้กล่าวถึงวงเงินเว็บพนันออนไลน์มีถึง 300 ล้านบาทนั้นว่า ตัวเลขตัวนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ตนเข้าไปร่วมในการสอบสวนและเห็นข้าราชการเข้าไปร่วมเกี่ยวข้องจำนวนมาก ตั้งแต่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ เป็น ผบ.ตร. รู้สึกว่าตำรวจทำขนาดนี้เลยหรือ ไม่ไหว ทำไมทำกันอย่างนี้ ช่วงที่เข้าไปทำคดีกลุ่มคนเหล่านี้ยังใช้ชีวิตปกติ

ยังใช้จ่ายเงินนี้ เลยปล่อยให้ไหลเข้าเรื่อย แล้วเก็บข้อมูลเรื่อยๆ โดยมาจากจากบัญชีมินนี่ส่วนหนึ่ง และมาจากเว็บอื่นๆ อีก มีเงินประมาณเกือบ 300 ล้านบาท และการที่เข้าไปจับกุมเว็บพนันออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน ได้พยานหลักฐานเอกสารความเชื่อมโยง มีการตรวจค้นบ้านหลายจุด จับผู้ต้องหา 61 คนแล้ว ถึงมั่นใจว่าหลักฐานทั้งหมดสามารถแจ้งข้อหามาตรา 157 และมาตรา 149 รวมทั้งข้อหาฟอกเงินได้

Advertisement

“จากการสอบสวนพบว่าตำรวจที่ยุ่งเกี่ยวกับเว็บพนันเอาเงินจากเว็บพนันมาใช้ ทั้งเรื่องงาน และเรื่องส่วนตัว ก็เห็นใจ แต่มันไม่ดี ไม่สนับสนุนให้คนออกนอกเส้นทางไปทำผิดกฎหมายแล้ว อ้างว่าเอาเงินจากเว็บพนันมาใช้ในการทำงาน เพราะตำรวจมีเงินเดือนและมีเบี้ยเลี้ยง อยากให้ตำรวจรับใช้ประชาชนด้วยความบริสุทธิ์ใจไม่เคลือบแคลง แต่ตรงนี้เหมือนองค์กรอาชญากรรม

ไม่ใช่แค่ 200-300 ล้านบาท มีทั้งหัว มีทั้งลูกน้องและการหาเงิน โดยวิธีการต่างๆ มีทั้งเอาเงินโปรโมตตัวเอง มีนักข่าวร่วมด้วย มีการทำข่าว เพื่อโปรโมตเพื่อให้เป็นใหญ่เป็นโตแล้วจะได้มาควบคุม ซึ่งเมื่อพอใหญ่โตก็มีผลประโยชน์ทุกองค์กร ถ้าเราปล่อยให้มันโตก็จะเป็นภัยร้ายทางสังคม บอกเลยว่าผมจะไม่ปล่อยผ่านเป็นไงเป็นกัน อยู่ได้ก็อยู่ อยู่ไม่ได้ก็ไม่อยู่ เพราะเป็นตำรวจมา 30 ปีแล้ว ถ้าทำงานเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นแล้วปล่อยผ่าน ผมไปทำงานเรื่องอื่นดีกว่า ทุกคนมีความเห็นว่ามันหนักเกิน สร้างความเสียหายภายภาคหน้า ซึ่งคนพวกนี้จะโตขึ้นไปต้องมีเมตตาธรรมแต่คนพวกนี้บางคนไม่มี ไม่เข้าใจความถูกต้อง” รอง ผบช.ก.กล่าว