เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. แถลงจับกุม Mr.Wang (นามสมมุติ) อายุ 53 ปี สัญชาติจีน ความผิดฐาน “ร่วมกันเคลื่อนย้ายของออกไปจากเขตปลอดอากรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานศุลกากร” สืบเนื่องจากผู้ต้องหาเป็นกรรมการของบริษัทแห่งหนึ่งตั้งอยู่ที่ ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ร่วมกันกับพวกนำสินค้าเบ็ดเตล็ด อาทิ กระเป๋า ผ้าพันคอ ชุดผ้าปูที่นอน กรอบโทรศัพท์ เก้าอี้ กล่องพลาสติก โคมไฟ ไม้เซลฟี่ ข้าวโพด (ป๊อปคอร์น) ฯลฯ เข้ามาในราชอาณาจักร โดยสำแดงการใช้สิทธิประโยชน์ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อนำเข้าไปในเขตปลอดอากร
โดยประเมินราคาและค่าภาษีอากร สินค้าตามใบขนสินค้าขาเข้า 31 ฉบับรวมทั้งสิ้นประมาณ 20 ล้านบาท ซึ่งพนักงานศุลกากรแจ้งให้บริษัทจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมเพื่อชี้แจง แต่บริษัทก็ไม่สามารถนำเอกสารหลักฐานมาแสดงต่อพนักงานศุลกากรเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงได้ และพิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำดังกล่าวของบริษัท เป็นความผิดฐานเคลื่อนย้ายของออกไปจากเขตปลอดอากร
โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานศุลกากร กรมศุลกากรจึงร้องทุกข์ดำเนินคดีกับบริษัท และ Mr.Wang รวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทั้งในฐานะนิติบุคคลและฐานะส่วนตัว หลังจากที่ศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับจากการสืบสวนของ ตม.จว.ชลบุรี ทราบว่า Mr.Wang ไปที่บริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี จึงร่วมกับ กก.2 บก.ปอศ. ไปตรวจสอบพบผู้ต้องหาจึงจับกุม
พล.ต.ต.พันธนะกล่าวอีกว่า ตม.จว.ชลบุรี ร่วมกับ กก.2 บก.ทท.1 จับกุม MR.LIU (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี สัญชาติไต้หวัน โดยกล่าวหาว่า เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ก่อนจับกุม ตม.จว.ชลบุรี รับแจ้งข้อมูลจากอาสาสมัคร ว่าพบคนต่างด้าวมีพฤติการณ์น่าสงสัยซึ่งอาจเป็นผู้กระทำผิดกฎหมาย จึงสืบสวนข้อมูลในเชิงลึกเบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหาซึ่งการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้สิ้นสุดแล้ว และมักจะลักลอบกบดานในพื้นที่กรุงเทพฯ และ จ.ชลบุรี จึงตรวจสอบข้อมูลไปยังสำนักเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย (ไต้หวัน)
รับแจ้งว่าเป็นบุคคลตามหมายจับของทางการไต้หวัน ในความผิด ฉ้อโกง โดยมีพฤติการณ์เป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงร่วมกับ กก.2 บก.ทท.1 ออกสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาจะมาท่องเที่ยวในย่านถนนคนเดินวอล์กกิ้งสตรีท ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงร่วมกันไปเฝ้าสังเกตการณ์พบตัวจึงจับกุมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ดำเนินคดี
รอง ผบช.สตม.กล่าวว่า ตม.จว.สมุทรสาคร จับกุม นางมิ (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี สัญชาติเมียนมา โดยกล่าวหาว่า เป็นคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้, ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ด้วยประการใดๆ ซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร โดยมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ก่อนจับกุม ตม.จว.สมุทรสาคร สืบสวนทราบว่ามีคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมามีพฤติการณ์ลักลอบขายสินค้าหนีภาษี ทางช่องทางออนไลน์ จึงสืบสวนข้อมูลในเชิงลึกพบว่าคนต่างด้าวดังกล่าวพักอาศัยอยู่ในบ้านพักย่าน ถ.เจษฎาวิถี ต.มหาชัย อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร โดยไลฟ์สดและโพสต์ขายสินค้าทางเฟซบุ๊ก ซึ่งตัวสินค้ามีความผิดทางกฎหมาย จึงขอหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรสาครเข้าตรวจค้นบ้านพักหลังดังกล่าว พบผู้ต้องหาพร้อมของกลางกลุ่มสินค้าประเภทอาหารเสริม วิตามิน น้ำมันหรือสเปรย์ ฉีดเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งไม่มีฉลากภาษาไทย และเครื่องหมาย อย. ร่วม 200 รายการ และตรวจสอบเอกสารของนางมิ พบใบอนุญาตทำงานระบุประเภท กรรมกร แต่มาลักลอบขายสินค้าออนไลน์ และไม่ได้ทำงานตามประเภทที่ได้รับอนุญาตไว้ตามกฎหมาย จึงจับกุมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ดำเนินคดี
พล.ต.ต.พันธนะกล่าวว่า บก.ตม.3 รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดในภาคตะวันตก ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวม 25 จังหวัด ดำเนินการสืบสวน รวบรวมข้อมูล การกระทำผิดกฎหมายของคนต่างด้าวรวมถึงคนไทย ซึ่งมีพฤติการณ์ลักลอบกระทำผิดกฎหมาย ลักลอบทำงาน เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต รับคนต่างด้าวทำงานโดยผิดกฎหมาย รวมถึงการค้ามนุษย์ หลบหนีเข้าเมือง อยู่เกินกำหนดอนุญาต ซึ่งคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย อาจก่ออาชญากรรมอื่นๆ สร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชน ในห้วงเดือน มกราคม 2567-ปัจจุบัน ตรวจค้น ตรวจสอบ เป้าหมายในพื้นที่ทั้งหมด 25 จุดเสี่ยง จับกุม 11 ราย แบ่งเป็น คนต่างด้าวสัญชาติลาว 4 ราย สัญชาติกัมพูชา 3 ราย และคนไทย 4 ราย ดำเนินคดีข้อหาเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต, รับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน, ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยได้ประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าว ที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตพ้นจากการจับกุม รวมถึงความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในส่วนของคนต่างด้าวยังถูกดำเนินคดีในข้อหา เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต, เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และนอกจากนี้ในส่วนของเจ้าของสถานที่ที่ให้คนต่างด้าวพักอาศัย แต่ไม่แจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 38 ก็ถูกจับกุมดำเนินคดี

