เมื่อวันที่ 28 มกราคม พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1บก.ป พ.ต.ต.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ สว.กก.1บก.ป. ร.ต.ท.นงค์ เนียมสูงเนิน รอง สว.กก.1บก.ป. และเจ้าหน้าที่ กก.1บก.ป. นำกำลังจับกุมนายชัยณรงค์ ฉิมนอก หรือต้า อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครนายก ที่ จ.89/2556 ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2559 ในข้อหาฉ้อโกงและส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์แก่บุคคลอื่นโดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าว โดยจับกุมได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซอยไทยรามัญ ถนนหทัยราษฎร แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา
พ.ต.ต.เจตนิพัทธ์กล่าวว่า สืบเนื่องจากมี น.ส.แพรว (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน บก.ป.ว่าถูกนายต้าหลอกลวงให้โอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร จำนวน 106 ครั้ง เป็นเงิน 2,472,900 บาท หลังจากรู้จักและคบหากันผ่านทางเว็บไซต์จัดหาคู่แห่งหนึ่ง ทั้งนี้หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.สุทินได้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่แกะรอยคนร้าย เพราะเป็นภัยต่อสังคม และตรวจสอบทราบว่านายต้าแท้ที่จริงคือนายชัยณรงค์ ฉิมนอก ซึ่งมีประวัติหลบหนีหมายจับของศาลจังหวัดนครนายก หลบหนีการจับกุมมาพักอาศัยอยู่กับครอบครัวที่ร้านอาหารดังกล่าว กระทั่งกลางดึกที่ผ่านมา ชุดสืบสวนได้นำกำลังไปสังเกตการณ์ และพบนายชัยณรงค์อยู่ที่ร้านดังกล่าวจึงได้นำกำลังเข้าจับกุม

พ.ต.ต.เจตนิพัทธ์กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนนายชัยณรงค์ สารภาพว่ามีอาชีพเป็นนักดนตรี ตระเวนเล่นตามร้านต่างๆ ใน กทม. เวลาว่างก็จะผันตัวเองเป็นอาสาสมัครกู้ภัย ทั้งนี้จะนำภาพบุคคลที่หน้าตาดี ซึ่งได้มาจากทางอินเตอร์เน็ตมาตั้งโปรไฟล์ใส่ข้อมูลส่วนตัว ชื่อ-สกุล ที่แอบอ้างขึ้น จากนั้นก็จะแชตไปหาบรรดาผู้เสียหาย ผ่านโปรแกรมแชต แลกเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกัน รายใดที่เริ่มสนิทก็จะยอมเปิดเผยตัวตนว่าไม่ใช่คนในรูป หากผู้เสียหายรายไหนยังต้องการจะคบหาต่อไปก็จะนัดพบกัน ซึ่งส่วนตัวมีนิสัยเจ้าชู้ เป็นคนคุยสนุก และคิดจะคบกับผู้เสียหายอย่างจริงจัง สำหรับประวัตินายชัยณรงค์นั้นเคยถูกตำรวจกองปราบปรามจับกุมมาแล้วเมื่อปี 2556 โดยครั้งนั้นได้หลอกลวงหญิงสาวโดยใช้แผนประทุษกรรมลักษณะนี้ ครั้งนั้นอ้างว่าเป็นนักร้องสังกัดค่ายยักษ์ใหญ่ ซึ่งเหยื่อหลงเชื่อสูญเงินกว่า 5 ล้านบาท ต่อมาภายหลังพ้นโทษได้มาก่อเหตุอีกครั้งโดยใช้วิธีการเดิม โดยมีหลอกผู้เสียหายที่ จ.มหาสารคาม เสียหาย 500,000 บาท หลอกผู้เสียหายที่ อ.องครักษ์ จ.นครนายก เสียหาย 200,000 บาท และมีผู้เสียหายไปแจ้งความที่ บก.ปอท. มูลค่าความเสียหาย 25,000 บาท
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาฉ้อโกงและส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์แก่บุคคลอื่นโดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าว ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.องครักษ์ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

