หน้าแรก ในประเทศ วงสุราชุมชน ร...

วงสุราชุมชน รุมถกค้านร่างประกาศปม ‘ฉลาก’ โวยสร้างภาระ ถามกลับ แปะ ‘ดราม่าชีวิต’ แล้วเห็นผล ?

23.02.24 | 17:29 น.

ผู้ผลิตสุราชุมชน ย้อนถาม ติดฉลากเครื่องดื่ม ’ดราม่าชีวิต’ แล้วเห็นผล? แนะหันเสริมสร้างความรู้เยาวชน

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ร้าน Hop & Hope Craft Beer อาคาร The Quarter ลาดพร้าว ซอย 4 สมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวและบริการ โรงแรม และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นำโดย สมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจคราฟท์เบียร์ (สมาคมฯ คราฟท์เบียร์) รวมตัวจัดงานเสวนาเพื่อแสดงเจตจำนง คัดค้านร่างประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ฉลาก พร้อมทั้งข้อความคำเตือน สำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผลิตหรือนำเข้า พ.ศ. …

บรรยากาศเวลา 15.00 น. ตัวแทนเครือข่ายผู้ประกอบการธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร่วมพูดคุยถึงข้อเท็จจริง พร้อมแสดงความคิดเห็นต่อร่างประกาศฯ ดังกล่าว ท่ามกลางผู้ประกอบการ เข้าร่วมรับฟังอย่างล้นหลาม รวมถึงนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ร่วมฟังความคิดเห็นครั้งนี้

ในตอนหนึ่งของการแสดงความเห็น นายณัฐชัย อึ๊งศรีวงศ์ กรรมการสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจคราฟต์เบียร์ กล่าวว่า ปกติตัวคราฟต์เบียร์เราเน้นฉลากที่มีความสร้างสรรค์อยู่แล้ว ซึ่งตัวเครื่องดื่มเองก็มีความหลากหลายในตัวของมันเอง และฉลากเป็นตัวบ่งบอกวัตถุดิบของมัน

“ถ้ามันมีรูปมาติดฉลากคงไม่เหลืออะไรแล้ว ผู้บริโภคคงไม่ได้รับข้อมูลที่แท้จริงของผลิตภัณฑ์นั้น เขาจะไม่ทราบถึงวัตถุดิบที่แตกต่างได้” นายณัฐชัยเผย

Advertisement

นายณัฐชัย กล่าวว่า การจ้างดีไซเนอร์ต่อครั้งค่อนข้างสูง ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์พอสมควร เช่น มีมอลต์ ฮอปส์ เราต้องสื่อสารให้คนเขาเข้าใจ แต่ละร้านมีเกือบ 100 ตัว เราต้องดีไซน์ให้โดดเด่น และทำให้ลูกค้าแยกได้

“มูลค่าจ้างงานดีไซน์เนอร์สำหรับทำฉลากก็จะหายไปด้วย เราเพิ่งจ้างดีไซน์มาเหมือนกัน เพื่อสร้างความแตกต่าง อีกอย่างคราฟต์เบียร์ส่วนใหญ่ คนเขายกรูปกระป๋องถ่ายรูป บันทึกไว้เป็นธรรมชาติ เพราะเบียร์ 1 ตัวมีเป็นฉลากเป็นร้อย ลองคิดดูถ้าเราไปงานเลี้ยงผู้นำ แล้วขวดแบบนี้วางอยู่มันจะเป็นอย่างไร” นายณัฐชัยกล่าว

นายณัฐชัยกล่าวว่า ตอนนี้เราประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกในกลุ่มคราฟต์เบียร์ แสดงความคิดเห็นต่อกฎหมายว่าไม่เห็นด้วย เพราะตนคิดว่าตัวกฎหมายควบคุมเราค่อนข้างมีเยอะมากอยู่แล้ว ซึ่งมองว่าเป็นภาระของผู้ประกอบการ

“ตอนนี้ผู้ประกอบการก็ไม่ได้เติบโต ลำบากกันมากอยู่แล้ว อยากให้รัฐพิจารณาให้ถี่ถ้วนกว่านี้ ทุกวันนี้ผู้ผลิตก็ไม่ค่อยได้มีโอกาสได้เข้าไปพูดคุยอยู่แล้ว เราอยากเข้าไปพูดคุยเสนอวิธีที่ดีกว่านี้ไหม มองเปรียบเทียบกับต่างประเทศด้วย” นายณัฐชัย กล่าว

ด้าน นายทวีชัย ทองรอด ผู้ผลิตสุรากลั่นชุมชน (สังเวียน) กล่าวว่า ตอนมองว่าคนตั้งกฎคิดแต่ไม่ได้เป็นคนทำ ยกตัวอย่างถ้าเราพูดแค่คราฟต์เบียร์อย่างเดียว สมมติเรามีเบียร์ 10 ฉลาก ตายเลยเราต้องมีสติ๊กเกอร์กี่ม้วน เขาใช้พลังแห่งการบังคับ ไม่ได้จ่ายค่าฉลากให้เรา

“คิดในแง่ดีที่สุดคือเขาห่วงสุขภาพประชาชน แต่ถ้ามีหลักฐานอะไรมายืนยันกับเราว่าเป็นผล หรืออยากตั้งอะไรก็ตั้ง แค่แสดงพลังบังคับเรา จริงๆ แล้วไม่มีความเห็นฉลากเตือน เพราะฉลากของผมใหญ่กว่ามาตรฐานอยู่แล้ว 25% แต่สำหรับคนที่ทำผลิตภัณฑ์ลักชัวรี่มันเป็นปัญหา” นายทวีชัยเผย

นายทวีชัยกล่าวว่า สำหรับเราไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ แต่ถ้าต้องวนเปลี่ยนรูปตลอด มันมีปัญหาต่อธุรกิจขนาดเล็กแน่นอน ตนคิดว่าถ้าเราจะมีส่วนออกกฎหมายกับเจ้าหน้าที่ได้ เราก็โอเค

“มาคุยกันก่อนถ้าอยากได้ฉลากติด แต่มันมีฉลากที่ศิวิไลซ์กว่านี้ไหม เหมือนไฟจราจรที่เตือนห้ามเราเมาแล้วขับรถ ทำให้คนเข้าใจ ไม่ต้องมาดราม่าชีวิต ไม่ต้องมาตีความรูป 1 ภาพ 1,000 ความหมาย” นายทวีชัยเผย

นายทวีชัยกล่าวว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสินค้าถูกกฎหมาย ที่โดนควบคุมเยอะมาก เยอะกว่ายาเสพติดในอดีตอย่าง ‘สายใบ’ พูดตามตรงว่าผู้ประกอบการสุรา ก็ไม่ต้องการมาทำร้ายกันเองอยู่แล้ว เราคิดแค่ว่าจะทำผลิตภัณฑ์ออกมาให้ผู้บริโภคได้ดื่ม แต่ตอนนี้มันไม่ได้อยู่ที่การควบคุมของเราแล้วว่า ผู้บริโภคจะหยิบแล้วไปดื่มแบบไหน

“เราอยากให้รัฐส่งเสริมความรู้ต่อผู้บริโภคมากกว่า เหมือนผู้ปกครองสอนลูก สร้างความเข้าใจถึงการดื่มสุราที่ดี” นายทวีชัยกล่าวทิ้งท้าย