จับผู้ร่วมขบวนการแชร์ลูกโซ่กาแฟ CASHBACK หลอกลงทุนเสียหาย 3,000 ล้านเหยื่อเครียดดับแล้ว 3 ราย

25.02.24 | 15:24 น.

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.เมฆพิศาล ศรีภิรมย์ ผกก.5 บก.ปอศ.,พ.ต.ท.ภูวเดช จุลกะเสวี, พ.ต.ท.วิวัฒนชัย คลื่นแก้ว, พ.ต.ท.จักรี กันธิยะ, พ.ต.ท.พิทยา คงเจริญ รอง ผกก.5 บก.ปอศ. พ.ต.ต.สุทธิพงษ์ มอญรัต สว.กก.5 บก.ปอศ. พร้อมด้วย ด.ต.คัมคุณ บุญครอบ, ด.ต.อติกันต์ เปรมสุข, ด.ต.ศุภชัย เอกจีน, ด.ต.ชัยวัฒน์ เขียวอิ่ม, ด.ต.ปริญญา ดำชุม, จ.ส.ต.เจษฎา สายติ๊บ ผบ.หมู่ กก.5 บก.ปอศ. ร่วมกันจับกุม นายคชภัค(สงวนนามสกุล)อายุ 39 ปี โดยกล่าวหากระทำผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินของผู้อื่น ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง,ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน” ได้ที่ลานจอดรถคอนโดแห่งหนึ่ง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ


สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปี พ.ศ.2561 มีกลุ่มขบวนการชักชวนให้ผู้เสียหายร่วมลงทุนด้วยการซื้อผลิตภัณฑ์กาแฟ CASHBACK โดยให้ผู้สมัครหาสมาชิกเพิ่ม โดยมีเงินส่วนแบ่งให้ จากจำนวนสมาชิกที่เข้ามาสมัครในสายงาน เป็นวิธีการที่ตำรวจพบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุใช้หลอกลวงผู้เสียหาย ในลักษณะแชร์ลูกโซ่ โดยการหลอกลวง ในครั้งนี้พบว่า ขบวนการนี้ มีจัดงานเปิดตัว ซึ่งงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ได้เชิญสื่อมวลชน และพบมีการอ้างชื่อหน่วยงานราชการ เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ และกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้สนับสนุน ทำให้มีประชาชนหลงเชื่อ และร่วมลงทุนจำนวนมาก สำหรับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ให้ผู้เสียหายสมัครสมาชิกผ่านเว็บไซต์ ขั้นต่ำรายละ 1,000 บาท โดยผู้สมัคร จะได้รับรหัสสมาชิก และกาแฟฟรี 3 กล่อง จากนั้นสมาชิกสามารถนำกาแฟไปขายต่อ ในราคาที่บริษัทกำหนด จะได้กำไรเพิ่ม 1,000 บาท หากสมาชิกคนใด ต้องการได้กำไรเพิ่ม สามารถลงทุนด้วยการซื้อผลิตภัณฑ์ไปขาย หรือหากไม่ต้องการขายผลิตภัณฑ์ ให้สมาชิกหาคนมาร่วมลงทุน ซึ่งบริษัทจะจ่ายเงินส่วนแบ่งให้ 10 เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนเงินของสมาชิกใหม่ที่หามาได้ ทุก 5 วัน ทำให้มีประชาชนหลงเชื่อสมัครกว่า 85,000 บัญชี จากนั้นผ่านไป 1 เดือน บริษัทกลับแจ้งในเว็บไซต์ว่าไม่สามารถจ่ายเงินให้กับสมาชิกได้ พร้อมขอคืนเงินทุนให้และตั้งกติกาใหม่โดยขอเงินทุนเป็น 20% แบ่งจ่าย 4 รอบ แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครได้รับเงิน และเว็บไซต์ดังกล่าก็ถูกปิด ซ้ำยังมีการข่มขู่สมาชิกว่าหากแจ้งความจะไม่จ่ายเงินให้ รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 3,000 ล้านบาท ทำให้มีผู้เสียหายเครียดหนักจนเสียชีวิตถึง 3 ราย

จากการสืบสวนพบว่าขบวนการมีการแบ่งหน้าที่กันทำหลายหน้าที่ เช่น กลุ่มผู้สั่งการ กลุ่มผู้บริหาร กลุ่มพนักงานทำหน้าที่ดูแลระบบ และบัญชี ซึ่งผู้ต้องหารายนี้ทำหน้าที่ดูแลระบบคอมพิวเตอร์โดยทำหน้าที่กรอกข้อมูลของลูกค้าที่มาซื้อกาแฟที่บริษัท ซึ่งมีกระแสเงินสดในแต่ละวันจำนวนหลายล้านบาท ผู้ต้องหารายนี้หลบหนีเป็นเวลากว่า 5 ปี เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดตามจับกุมทราบว่าคนร้ายไม่มีที่อยู่เป็นหลังแหล่ง จะเปลี่ยนที่พักอาศัยไปเรื่อยๆ และมีหลบหนีไปอยู่ตามแนวตะเข็บชายแดนจังหวัดจันทบุรี จึงเฝ้าติดตามเรื่อยมา จนกระทั่งทราบว่าผู้ต้องหาจะเดินทางมาที่จังหวัดสมุทรปราการ จึงจัดกำลังไปเฝ้าติดตามตามจุดต่างๆ ที่คิดว่าผู้ต้องหาน่าจะไป จนกระทั่งพบตัวและจับกุม