ผู้ถมดินรายย่อย ม.วลัยลักษณ์ ประกาศขายที่ติดจำนองใช้หนี้ ก่อนฆ่าตัวตายยกครัว หลัง ม.วลัยลักษณ์และศูนย์ดำรงธรรมเมินช่วยเหลือซุกข้อมูล
ผู้สื่อข่าวรายงาน วันที่ 29 มกราคม 2560 นางพวงรัตน์ เทพสุวรรณ์ ผู้ถมดินรายย่อย โครงการก่อสร้างศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้นำสำเนาโฉนดที่ดินบ้านพร้อมที่ดิน พร้อมสามีและบุตรเข้าพบสื่อมวลชน ร้องขอให้ช่วยประกาศขายบ้านพร้อมที่ดินในราคา 3,000,000 บาท เนื่องจากตนและนายปรีชา เทพสุวรรณ์ ได้นำบ้านและที่ดินเข้าจำนองในธนาคารแห่งหนึ่ง เพื่อนำเงินมาเป็นทุนในการว่าจ้างทีมงาน และเป็นค่าน้ำมัน ค่ากิน จิปาถะ ในงานถมดินในโครงการก่อสร้างศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จนกระทั่งบัดนี้เป็นเวลากว่า 3 ปี ยังไม่มีวี่แววที่จะได้รับเงินค่าจ้างถมดินแต่อย่างใด
“เงินค่าถมดินก็ไม่ได้ เจ้าหนี้ก็ทวง บางรายเป็นหนี้ทบต้น เงินเพียงไม่กี่ล้าน ตนไม่เข้าใจ สิ่งหนึ่งที่ตนอยากบอกคือ กระบวนการเบิกจ่าย ต้นเรื่องคือ ม.วลัยลักษณ์ ปลายทางคือผู้รับจ้างถมดินรายย่อย ที่ถูกหลอกมาเป็นกระบวนการ ตนและพวกได้เดินทางเข้ายื่นร้องขอความเป็นธรรมจากสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงยุติธรรม กระทรวงศึกษาธิการ และอีกหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะหน่วยงานในจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ดำรงธรรม กองทัพภาคที่ 4 และ ม.วลัยลักษณ์ ทุกหน่วยงานรับปาก แต่ความคืบหน้าไม่เคยมี ถึงขั้นกราบกรานแล้วก็มี ขึ้นไปหาทุกครั้งไปพร้อมหยาดน้ำตาและคำดูถูกเหยียดหยามที่หน่วยงานเหล่านั้นด่าส่งท้ายกลับมา มันเจ็บในหัวอกสำหรับผู้ถูกหลอกอย่างพวกเรา”
นางพวงรัตน์กล่าวว่า ตนและครอบครัวมีทางเลือก 2 ทาง คือ ฆ่าตัวตายยกครัว และขายที่บ้านที่ติดจำนอง จ่ายคืนธนาคาร ส่วนต่างคงไม่เหลือ แล้วไปหาที่ซุกหัวนอนที่อื่น ชีวิตที่ต้องหอบลูกกระเตงไปตายเอาดาบหน้า เจ้าหนี้หากรู้ว่าตนจะขายบ้านคงวิ่งมาหากัน ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าจะหาที่ไหนมาให้ หัวอกคนจนที่ถูกหลอกนี้ มันช้ำใจนัก การที่ตนตัดสินใจเลือกทางเลือกหลัง เพราะหากมีชีวิตอยู่คงจะสู้ต่อไปได้ และหากเจ้าหน้าที่ที่เหลือยังคุยกันได้ ก็จะหางานทำกัน แต่หากยังไม่รู้เรื่อง คงต้องใช้ทางเลือกที่ 1 คือการฆ่าตัวตายยกครัวอีกครั้ง
“ตนไม่ได้ออกมาประจาน แต่ตนอยากบอกว่า การโกง ‘ลาภที่มิควรได้’ ที่ทางผู้บริหารมหาวิทยาลัยออกมากล่าวทุกครั้งนั้น ยังคงเป็นน้ำลาย ลอยไปลอยมา แต่อยากจะบอกว่า เงินที่พวกท่านโกงๆ ภาษีประชาชนไป และอีกหลายอย่าง สมควรที่จะต้องถูกชดเชยได้แล้ว และวันใดที่พวกเราเสียชีวิตลง วิญญาณของเราจะทวงเอาดินที่เราถมในพื้นที่โครงการก่อสร้างศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ คืนมาด้วย วันนี้จึงขอประกาศขายบ้านพร้อมที่ดินกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กับคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ทุกท่าน นายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ รวมทั้งคณาจารย์ ขอให้ท่านรับรู้ผลจากการกระทำของพวกท่านว่า ‘ลาภที่มิควรได้’ ของท่านเป็นผลแล้ว ลาภนี้มันคือชีวิตของครอบครัวเทพสุวรรณ์ ใครไม่เจอ ไม่มีโอกาสรู้ว่าเป็นอย่างไร วอนร้องขอความเป็นธรรมก็แล้ว เราไม่เหลืออีกแล้ว อนาคตเรามืดหมดแล้ว มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จะอยู่เฉยหรืออย่างไร”
ต่อข้อคำถามว่าเคยเข้าพบนายจำเริญ พงศ์ทิพญธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช หรือไม่ว่า พวกผู้ถมดินรายย่อยเข้าพบแต่นายสกล จันทรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชเท่านั้น และท่านรับปากว่าจะช่วย แต่แล้วเรื่องก็เงียบหายไปเหมือนกัน ติดต่อหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมเป็นผู้หญิงก็รับปากว่าจะดูให้ แล้วก็เงียบ ถึงเวลาแล้วที่ครอบครัวเทพสุวรรณ์จะต้องตัดสินใจครั้งสุดท้าย

