หน้าแรก ในประเทศ โคราชค่าฝุ่นพ...

โคราชค่าฝุ่นพุ่งต่อเนื่อง 4 วันติด เตือนประชาชนช่วยเหลือตัวเอง สวมหน้ากากป้องกัน

28.02.24 | 10:25 น.

ค่าฝุ่น PM2.5 โคราช เริ่มพุ่งสูง กลับมามีผลกระทบต่อสุขภาพต่อเนื่อง 4 วันแล้ว

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นครราชสีมา สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 11 นครราชสีมา ได้รายงานสถานการณ์ฝุ่นมลพิษวันนี้ จากการตรวจวัดคุณภาพอากาศผ่านแอพพลิเคชั่น Air4Thai ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 22-28 กุมภาพันธ์ 2567 พบว่าคุณภาพอากาศในช่วงวันที่ 22-24 กุมภาพันธ์ 2567 ยังอยู่ในระดับปานกลาง ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ แต่นับตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์จนถึงวันนี้ คุณภาพอากาศเริ่มแย่ลง อยู่ในระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยค่าฝุ่นในวันนี้ ยังคงพุ่งสูงเกินกว่าค่ามาตรฐาน ตรวจวัดที่บริเวณสถานีสูบน้ำประตูพลแสน ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา ได้ 45.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ในขณะที่ดัชนีคุณภาพอากาศ Air Quality Index เป็นข้อมูลคุณภาพอากาศในภาพรวมที่ประกอบด้วยมลพิษทางอากาศ 6 ชนิด ตรวจวัดได้ 123 AQI ซึ่งฝุ่นมลพิษในอากาศเริ่มมีปริมาณเพิ่มขึ้น ไต่ระดับจนมีผลกระทบต่อสุขภาพมาหลายวันแล้ว โดยปัจจัยส่วนใหญ่เกิดจากการเผาเศษซากผลผลิตทางการเกษตรในที่โล่งแจ้งมากที่สุด และมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย อาทิ ควันดำจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์, การเผาขยะ และไฟป่า เป็นต้น

ซึ่งสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน หรือ GISTDA) รายงานข้อมูลการตรวจวัดจุดความร้อน ผ่านสัญญาณดาวเทียม ระบบ VIIRS เมื่อเวลา 01.08 น.วันนี้ จังหวัดนครราชสีมา พบจุดความร้อน (Hot Spot) จำนวน 9 จุด โดยตรวจพบในพื้นที่เกษตรมากสุด 4 จุด รองลงมา คือ เขต ส.ป.ก. 3 จุด และป่าสงวนฯ 2 จุด เป็นสาเหตุให้เกิดการสะสมของปริมาณฝุ่นเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง อีกทั้งสภาพอากาศช่วงนี้ร้อนแล้ง หากยังลักลอบเผาแบบนี้จะยิ่งมีความเสี่ยงสูงที่ไฟจะลามลุกไหม้อย่างรวดเร็ว และทำให้เกิดฝุ่นมลพิษฟุ้งกระจายเป็นวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้นไปอีก ต้องขอให้ประชาชนทั่วไปใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร และจำกัดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก รวมถึงให้สังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ส่วนประชาชนกลุ่มเสี่ยง ให้ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร เลี่ยงการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก และให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ทันที