เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร นายวีระ สมความคิด พร้อมทนายความนำหลักฐานเข้าเเจ้งความกับ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ในมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมยื่นเรื่องตรวจสอบ คณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. อ้างเชื่อว่ามีการช่วยเหลือ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในกรณีเรียกรับเงินร้านคาราโอเกะในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 4 เมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว
นานวีระกล่าวว่า สืบเนื่องจาเมื่อ 25 ก.ย.66 ตำรวจชุดปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ PCT5 นำหมายค้นและหมายจับของศาลอาญากรุงเทพใต้ เข้าไปขอตรวจค้นและจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยวิภาวดี 60 หลังสโมสรตำรวจ ซึ่งเป็นบ้านพักของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ โดยในตอนนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้มีการให้สัมภาษณ์ว่ามีข้อมูลลับของตำรวจใหญ่ในสำนักงานตำรวจเเห่งชาติ โดยตอนนั้นคนในสังคมเข้าใจว่าคงจะหมายถึง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือไม่ ซึ่งถ้าหาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า มีข้อมูลลับที่ทำให้ตำรวจระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติอาจจะเสียหายกันทั้งหมด ก็หมายความว่า มีข้อมูลในการทุจริต แต่กลับไม่ดำเนินการใช่หรือไม่
อย่าลืมว่า พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ นั้นมีตำเเหน่งเป็นถึงรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ดูแลฝ่ายความมั่นคง หากเรื่องที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ พูดเป็นเรื่องจริงและเกี่ยวกับตำรวจยศใหญ่ๆ ที่ทำความทุจริตนั้น ก็เป็นเรื่องที่เป็นภัยต่อความมั่นคงโดยตรงมิใช่หรือ และตั้งเเต่เดือน ก.ย.66 ที่ผ่านจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นเวลามากกว่า 6 เดือน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังไม่ดำเนินการใดๆ เลย
โดยในวันนี้ตนจะกล่าวโทษ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในเรื่องของการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยรู้ว่ามีผู้กระทำความผิด แต่ก็ไม่ได้ดำเนินการทางกฎหมายได้เเค่เพียงขู่ ในอีกกรณีคือ การที่ตนเชื่อ คณะอนุกรรมการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่ามีการช่วยเหลือ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในกรณีที่มีการกล่าวว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้มีการเรียกรับเงินกลับร้านคาราโอเกะ ในจังหวัดนครพนม, อุดรธานี และหนองคาย ในพื้นที่ของตำรวจภูธรภาค4 ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาประมาณ 10 กว่าปีแล้ว โดยทาง ป.ป.ช. สรุปว่าไม่มีมูลเป็นเพียงการตรวจสิบเบื้องต้น ทั้งที่มีหลักฐานการตรวจสอบของกองบัญชาการสอบสวนกลางชัดเจน
ซึ่งส่วนนี้ได้มีการสอดคล้องกับเมื่อก่อนหน้านี้ในสื่อโซเชียลมีเดียที่ได้มีคลิปเสียงหลุดที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ พูดคุยกับลูกน้องว่า มีกรรมการของ ป.ป.ช.คอยช่วยเหลืออยู่ จึงต้องมีการตรวจสอบในเรื่องนี้ โดยหลักฐานที่ตนได้นำมาวันนี้นั้นเป็นสำนวนและเอกสารตรวจสอบของจเรตำรวจและสรุปสำนวนของ ป.ป.ช.เอง โดยมีข้อมูลเชิงลึกในเรื่องของเส้นทางการเงินอีกด้วย

