เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่สภ.พุทธมณฑล นครปฐม พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.วันชัย ธารณธรรม รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.สุวรรณ์ เชี่ยวนาวินธวัช ผบก.ภ.จว.นครปฐม ร่วมกันแถลง พ.ต.อ.เสรีฐกาญจน์ จันทร์ด้วง ผกก.สภ.พุทธมณฑล, พ.ต.ท. วิเชธ เชยกลิ่น รอง ผกก.สส., พ.ต.ท. ไพโรจน์ ใจเมือง สว.สส. พร้อมผู้เกี่ยวข้องร่วมกันจับกุมเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญพร้อมของกลางยาบ้า 139,462 เม็ด, ยาไอซ์ 305.5 กรัม,ยาอี 98 เม็ด,ยาเค 21 กิโลกรัม ยาเสพติดให้โทษประเภท1แบบซองประทับตราsupreme 146 ซอง,ยาเสพติดให้โทษประเภท1แบบซองประทับตราcollagen 29 ซอง,อาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม.
พล.ต.ท.นัยวัฒน์ เปิดเผยว่าตามนโยบายการปราบปรามยาเสพติดของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เน้นใช้มาตรการทางกฎหมาย ในทุกมิติ เพื่อทำลายเครือข่ายยาเสพติดอย่างจริงจังทั้งระบบ ประกอบกับนโยบายของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา, พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี, พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะ รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. มุ่งเน้นให้เดินหน้าเชิงรุกปราบปรามจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ และขยายผลการทุกเครือข่ายที่จับกุมได้ทุกระดับ รวมทั้งสืบสวนขยายผลเพื่อยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด ทั้งของผู้ค้ายาเสพติด รวมทั้งผู้ช่วยเหลือและสนับสนุนเครือข่ายทุกรายฯลฯ
ต่อมา พ.ต.อ.เสรีฐกาญจน์ พ.ต.ท. วิเชธ เชยกลิ่น รอง ผกก.สส. พ.ต.ท. ไพโรจน์ ใจเมือง สว.สส. พร้อมพวกร่วมกันสืบสวนจับกุม นายกมลวัฒน์ ภู่ยอดยิ่ง หรือ(ป๊อบ มหาสวัสดิ์) อายุ 27 ปี ตรวจยึดยาบ้า 4,122 เม็ด , ยาไอซ์ 303.5 กรัม อาวุธปืนไม่มีทะเบียน 1 กระบอก พร้อมซองกระสุน 1 ซอง , ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 แบบซอง ประทับตาSUPREME สีดำ จำนวน 60 ซอง จากนั้นขยายผลตรวจค้นบ้านเลขที่ 40/156 หมู่บ้าศรีสวัสดิ์ ม.4 ต.ศาลากลาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ตรวจยึดยาบ้าอีก134,000 เม็ด , ยาเค 1 กิโลกรัม , ยาอี 98 เม็ด , ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 แบบซอง ประทับตา collagen สีชมพู จำนวน 29 ซอง, ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 แบบซอง ประทับตาSUPREME สีดำ จำนวน 86 ซอง และ นายสัมฤทธิ์ ตุละธำรง หรือริท อายุ 47 ปี ม.13 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จากการขยายผลจากนายกมลวัฒน์ ว่าจะมีการนัดส่งมอบยาเสพติดที่บริเวณวัดลาดปลาดุก ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พ.ต.ท.วิเชษ จึงวางแผนทำการจับกุมได้ของกลางยาเค 20 กิโลกรัม พบวางอยู่ภายในรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ Nissan สีแดง หมายเลขทะเบียน 6กฮ 3583 กรุงเทพมหานคร จึงแจ้งข้อกล่าวหานายกมลวัฒน์ ว่า “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า ,ยาไอซ์ ,ยาอี) และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 2 (เคตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยกระทำเพื่อการค้า และครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต” และนายสัมฤทธิ์ ว่า “จำหน่ายวัตถุออกกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 2 (เคตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้า” นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.พุทธมณฑล ดำเนินคดี ตรวจสอบสอบประวัติพบนายกมลวัฒน์ เคยถูกดำเนินคดี 1.ข้อหาเสพยาเสพติด สภ.พุทธมณฑล พ.ศ.2560 2.ข้อหาครอบครองเพื่อจำหน่าย ที่ สภ.นครชัยศรี พ.ศ.2561 และนายสัมฤทธิ์ พบเคยถูกดำเนินคดีข้อหาเสพยาเสพติด ที่ สภ.บางแม่นาง พ.ศ.2553 ซึ่งจะขยายผลเพื่อทำการตรวจยึดทรัพย์ตามมาตรการต่อไป

