เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดตัว
“9 เมืองที่พ่อสร้าง ก้าวย่างที่ลูกตาม” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเกี่ยวโยงกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่พระองค์ทรงสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ให้เกิดขึ้นและคงอยู่แก่พื้นที่ โดยมีคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและระบบสุขภาพอำเภอ (District Health Board: DHB) คัดเลือกพื้นที่เพื่อเป็นตัวแทนบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากพระราชดำริของพระองค์ในบริบทพื้นที่ต่างกัน เพื่อต่อยอดจากสิ่งที่พระองค์ได้วางรากฐานไว้

นพ.บัณฑิต ศรไพศาล รองผู้จัดการ สสส. เล่าถึงที่มาของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตฯ ว่า เกิดจากการปฏิรูประบบสุขภาพระดับอำเภอ โดยเปลี่ยนโรงพยาบาลร่วมดูแลพื้นที่ ซึ่งไม่ลดความสำคัญของโรงพยาบาลและปรับมิติการให้บริการจากโรคเป็นประชาชน ซึ่งต้องอาศัยการบริหารจัดการระบบสุขภาพระดับอำเภอ สสส.จึงสนับสนุนให้เกิดกลไกการขับเคลื่อนที่เชื่อมโยงทรัพยากรจากภาครัฐ เอกชน ชุมชน และท้องถิ่น พร้อมกับระบบข้อมูล คลังความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ และการสื่อสารสาธารณะ เพื่อให้ระบบสุขภาพอำเภอตอบโจทย์สุขภาพของประชาชนตามบริบทของแต่ละพื้นที่ จึงทำงานผ่านพื้นที่นำร่องที่สมัครใจ 73 อำเภอ
9 เมืองที่รวบรวมมานั้น ทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าถึงสิ่งดีงามและน้อมนำต้นแบบของพระองค์มาเป็นแรงบันดาลใจ ประกอบด้วย 1.อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี สานต่อโครงการพระราชดำริและการสร้างเสริมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง 2.อ.ปัว จ.น่าน พื้นที่ลดการใช้สารพิษในสิ่งแวดล้อม และป้องกันผู้ป่วยโรคมะเร็ง 3.อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร เครือข่ายภาคประชาชนที่จับมือร่วมกับท้องถิ่นและระบบสุขภาพ 4.อ.แก่งคอย จ.สระบุรี การทำงานที่เชื่อมโยงของภาคประชาชน สร้างเสริมสุขภาพในชุมชน
5.อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน โดยการหลอมรวมวัฒนธรรมท้องถิ่นในการดูแลสุขภาพ 6.อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ กับเป้าหมายการทำงานเพื่อเตรียมคนให้มีคุณภาพ 7.อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น กับการตามรอยเศรษฐกิจพอเพียง 8.อ.นาทวี จ.สงขลา กับระบบจัดการช่วยเหลือและดูแลผู้พิการ และ 9.อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เครือข่ายการทำงานสังคมคนพิการไม่ทอดทิ้งกัน
นพ.สมชาย ศรีสมบัณฑิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตากใบ เล่าว่า พระองค์เห็นความยากลำบากของชาวบ้านในการทำนาที่ไม่ได้ผลผลิต เพราะดินเปรี้ยว จึงเป็นที่มาของโครงการแกล้งดินเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพดิน ทำให้จากเดิมทำนาได้เพียง 5-10 ถังต่อไร่ เป็น 50 ถัง ส่งผลต่อวิถีชีวิตของชาวนาจนมีผลผลิตสร้างชื่ออย่าง ข้าวหอมกระดังงา ในการสานต่อตามรอยพ่อหลวง จึงเชื่อมโยงการทำงาน
ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิต จนเกิดการทำงานสังคมคนพิการที่ไม่ทอดทิ้งกัน โดยองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) จะลงไปศึกษาความต้องการของผู้พิการ เพื่อดึงหน่วยต่างๆ เข้าช่วยเหลือ การบริการรับส่งในกรณีที่ผู้พิการที่มารักษาด้วยความยากลำบาก เป็นต้น
ขณะที่ อดุล สุวรรณกาญจน์ สาธารณสุขอำเภอนาทวี เล่าว่า ย้อนไปเกือบ 60 ปีที่แล้ว ประชาชนเจ็บป่วยด้วยโรคมาลาเรียระบาด แต่กลับลดจำนวนการเจ็บป่วยทุกครั้งเมื่อพระองค์เสด็จฯเยือน เนื่องจากมีหน่วยแพทย์พระราชทานที่มาพร้อมกับการเสด็จฯ อ.นาทวี ได้สืบสานแนวความคิดเศรษฐกิจพอเพียง จนได้รับรางวัลชนะเลิศโครงการบ้านสวยเมืองสุขในปี 2559 ภายใต้การดูแล
และอยู่อาศัยร่วมกันเกือบ 100 หลังคาเรือน ของชาวพุทธและชาวมุสลิม
ส่วนที่ อ.ปัว พื้นที่ป่าชุมชน เมื่อฟื้นฟูป่าให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง แม่น้ำน่าน แหล่งชีวิตของคนในจังหวัดก็สามารถหล่อเลี้ยงคนในพื้นที่ แต่ช่วงหลังมานี้มีสถิติคนใน อ.ปัว ตายด้วยโรคมะเร็งและโรคไตเพิ่มสูงขึ้น จึงมีการรณรงค์ไม่ให้เติมสารพิษลงในสิ่งแวดล้อม ผ่านการทำงานของชุมชนขับเคลื่อนพื้นที่ปลอดสารเคมี
ทั้งหมดเป็นเพียงตัวอย่างเดินตามรอย
พ่อหลวงของเรา…



