ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 29 มกราคม ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 88 ประชาชนจากทั่วประเทศแต่งกายชุดดำสุภาพ มาต่อแถวรอกราบถวายสักการะไม่ขาดสาย โดยสำนักพระราชวังเปิดประตูวิเศษไชยศรีให้ประชาชนเข้าตั้งแต่เวลา 04.45 น. จากเปิดปกติเวลา 08.00 น.
นางอังคณา ทาตา อายุ 43 ปี ชาวเขตธนบุรี กรุงเทพฯ มากราบถวายสักการะพระบรมศพแล้ว 11 ครั้ง มาพร้อมนางกมลทิพย์ จันทร์อินทร์ อายุ 47 ปี ชาวเขตบางบอน กรุงเทพฯ ซึ่งมากราบถวายสักการะพระบรมศพเป็นครั้งแรก โดยนางอังคณากล่าวว่า ส่วนตัวตั้งใจจะมาจนกว่าพระบรมในหลวงร.9 ออกพระเมรุมาศ ไม่ได้ตั้งใจว่าต้องมากี่ครั้ง แค่ว่างก็มาแล้ว ทั้งนี้ ส่วนตัวประทับใจและผูกพันกับพระองค์ เพราะเคยได้กราบแทบพระบาทตอนตนเด็กๆครั้งที่พระองค์เสด็จฯแปรพระราชฐานพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จ.สกลนคร และเสด็จฯเยี่ยมประชาชน จำไม่ได้ว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไรต่อ รู้แค่ว่าประทับใจพระองค์มากตั้งแต่นั้นมา จึงเป็นแรงบันดาลใจให้มากราบพระบรมศพอยู่บ่อยๆ ซึ่งมาแต่ละครั้งไม่เหมือนกัน บางครั้งได้เจอประชาชนร้องไห้ด้วยความรักพระองค์ ยิ่งเห็นเขาร้องตนก็ยิ่งประทับใจพระองค์ หรือผู้สูงอายุบางคนที่มากราบสักการะก็จะเล่าประสบการณ์และความประทับใจที่มีต่อในหลวง.ร9 อาทิ เคยได้รับเสด็จ อย่างไรก็ดี ตนปกติตนจะเข้าวัดทำบุญถวายเป็นพระราชกุศลพระองค์อยู่ตลอดอยู่แล้ว แต่ในวันที่ 10-13 กุมภาพันธ์นี้ ตั้งใจจะบวชพราหมณ์ 3 วัน ณ วัดโนนม่วง อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

ด้าน นางกมลทิพย์กล่าวว่า รู้สึกประทับใจกับการมาครั้งแรก และตั้งใจจะกลับมากราบพระบรมศพอีกก่อนจะออกพระเมรุมาศ ทั้งนี้ ส่วนตัวจะติดตามพระองค์จากข่าวโทรทัศน์ ได้เห็นพระองค์เสด็จฯไปช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ต่างๆอยู่ตลอด อีกทั้งพระราชทานคำสอน อาทิ การประหยัด ใช้จ่ายที่จำเป็น ซึ่งตนได้น้อมนำมาใช้กับชีวิต พบผลลัพธ์ออกมาดี คือเราไม่จน เราไม่ลำบาก ก็เป็นความประทับใจและภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคนไทย อย่างไรก็ตาม ตนทำบุญด้วยการใส่บาตรพระสงฆ์ทุกเช้า เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล
นางกัญญารัตน์ เขียวสาตร์ อายุ 49 ปี ชาว จ.ตาก กล่าวว่า ตนออกจากบ้านที่ จ.สมุทรปราการ มาถึงที่สนามหลวงเวลา 06.00 น. และได้เข้าประมาณ 10.00 น. ซึ่งวันนี้มาเป็นครั้งที่ 9 แล้ว ที่ผ่านมาเคยรอมากสุดประมาณ 10 กว่าชั่วโมง แต่รู้สึกว่ารอไม่นานและไม่เหนื่อยเลย เพราะตั้งใจว่ามาแล้วก็ต้องเข้าไปให้ได้ ระหว่างที่รอก็ได้พูดคุยกับคนรอบข้างจนรู้จักคุ้นเคยกัน ถ้ามีเวลาว่างก็จะนัดกันมากราบสักการะพระบรมศพ ถ้ามีโอกาสก็อยากจะมาเรื่อยๆ ทั้งนี้ ตนเคยมีโอกาสได้รับเสด็จในหลวง ร.9 ขณะประทับอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช วันนั้นพระองค์เสด็จฯโดยรถเข็นพระที่นั่งมาถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศ อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ตนยังจำความรู้สึกได้ดี ทั้งตื้นตันและปลื้มปีติที่สุดในชีวิต ประชาชนที่เฝ้าฯ รับเสด็จต่างเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง ไม่คาดคิดว่าครั้งนั้นจะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่จะมีโอกาสได้รับเสด็จ อย่างไรก็ดี นับเป็นบุญที่ได้เกิดมาในแผ่นดินไทยและได้อยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร ตนและครอบครัวรักพระองค์มากและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงงานหนักเพื่อประชาชนมาตลอด 70 ปี ส่วนตัวได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต และสอนให้ลูกหลานเดินตามรอยพระยุคลบาท

