หน้าแรก ในประเทศ ประชาชนตื้นตั...

ประชาชนตื้นตัน ได้เข้าสักการะพระบรมศพ ร.9 ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องความพอเพียง

29.01.17 | 14:04 น.
อำภา(ขวาสุด)

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 29 มกราคม ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 88 ประชาชนจากทั่วประเทศแต่งกายชุดดำสุภาพ มาต่อแถวรอกราบถวายสักการะไม่ขาดสาย โดยสำนักพระราชวังเปิดประตูวิเศษไชยศรีให้ประชาชนเข้าตั้งแต่เวลา 04.45 น. จากเปิดปกติเวลา 08.00 น.


น.ส.อำภา แตงทอง อายุ 36 ปี พนักงานบริษัทเอกชนเดินทางจากย่านพุทธมณฑลมาพร้อมเพื่อน ๆ รวม 5 คน กล่าวว่า ตนและเพื่อนเดินทางมาสักการะพระบรมศพในหลวงร.9 เป็นครั้งแรก โดยมาถึงสนามหลวงตั้งแต่ 06.00 น. ก่อนได้เข้าสักการะพระบรมศพในเวลา 11.30 น. รู้สึกดีใจมากที่ครั้งหนึ่งในชีวิตมีโอกาสได้ถวายความเคารพต่อพระองค์ ทั้งนี้ พระองค์ทรงริเริ่มแนวพระราชดำริและทรงเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องของความพอเพียงและความประหยัด รวมถึงแนวทางในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ขณะที่ส่วนตัวยึดมั่นปฏิบัติตนเป็นคนดี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย

ด้าน นางสมศรี นำศรีเจริญสุข อายุ 63 ปี ชาวฉะเชิงเทรา และเพื่อนอีก 2 คน ได้แก่ นางสมใจ แซ่โค้ว อายุ 60 ปี และ น.ส.วันเพ็ญ เตระวิชชนันท์ อายุ 60 ปี เดินทางด้วยรถไฟมาจากฉะเชิงเทรา กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้กราบสักการะพระบรมศพเป็นครั้งแรกว่า ทั้งประทับใจในเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานทุกคนที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนดีมาก ทั้งซาบซึ้งตื้นตันใจที่ได้มากราบสักการะพระบรมศพ ยิ่งตอนที่นั่งอยู่ภายในกำแพงแก้วรอขึ้นพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท รู้สึกเลยว่าเราจะได้อยู่ใกล้พ่อขึ้นทุกที ๆ จนน้ำตาไหล ตนและเพื่อน ๆ ประทับใจพระองค์ทุกด้าน ไม่จะเป็นการทรงงานของพระองค์ทั้ง 4 พันกว่าโครงการ ประทับใจหมด นอกจากนี้ถ้ามองพระองค์ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ท่านทรงรักครอบครัวมากไม่เคยปฏิบัติพระองค์ผิดจารีตประเพณีใด ๆ เลย อีกทั้งทรงเป็นแบบของพุทธมามกะที่ดี ทรงอุปถัมภ์ค้ำชูศาสนา ตนจึงเทิดทูนเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ในฐานะที่ทรงเป็นทั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและเป็นทั้งพ่อ ส่วนตัวยึดหลักพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวันทั้งการกิน การเที่ยว เครื่องนุ่งห่ม ปลูกพืชผักไว้กินเองเช่น ต้นหม่อน และฟ้าทลายโจร ส่วนยาสีฟันตอนนี้ใช้จนลีบแบนหาอะไรมาขูดได้ก็จะขูดจนกว่าจะไม่เหลือ
สมศรีและเพื่อน

นางสมศรี เล่าอีกว่า ตนและเพื่อน ๆ มีโอกาสเฝ้าฯรับเสด็จในหลวงร.9 เมื่อครั้งอายุ 18-19 ปี ตอนนั้นเสด็จฯไปวัดโสธรวรารามและจวนผู้ว่าราชการจังหวัด ฉลองพระองค์ชุดทหารสีเขียวขี้ม้า ส่วนสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ฉลองพระองค์ชุดไทย จำได้ดีว่าตอนนั้นตื่นเต้นมากพระพักตร์พระองค์เคร่งขรึมมาก ส่วนสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เพราะพระสิริโฉมงดงามมากจนไม่อาจละสายตาได้

Advertisement

นางลีลาวดี วรวงษ์ อายุ 53 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ เดินทางมาสักการะพระบรมศพเป็นครั้งที่ 13 กล่าวว่า มาตั้งแต่วันที่เปิดให้เข้ากราบพระบรมศพครั้งแรก จำได้ว่า ยืนตากฝน 5 ชั่วโมง ตากแดดอีก 7 ชั่วโมง จนได้เข้าไป ระหว่างรอเราให้กำลังใจตัวเอง กับคนรอบข้างว่า พระองค์ทรงก็เคยตากแดดตากฝนทำเพื่อเรามามาก มากกว่าที่เราเป็นอยู่ตอนนี้อีก ทำไมแค่นี้เราจะรอไม่ได้ คำนี้เป็นแรงผลักดันให้เราทำสำเร็จ แลักลับมาอีกหลายครั้ง ทั้งนี้ มีอีกเรื่องที่เราตั้งใจอยากจะมาบอกขอบคุณและตอบแทนพระองค์ท่านด้วย ย้อนไปเมื่อปี พ.ศ. 2521 น้ำท่วมที่บ้านเกิด จ.ขอนแก่น หนักมาก ตอนนั้น เรายังเรียนอยู่มัธยม น้ำพัดทำบ้านพัง ทรัพย์สมบัติหายไปหมด ครอบครัวต้องเริ่ม จากศูนย์กันเลย ส่วนตัวเองก็ไม่มีเงินเรียนต่อจนวันหนึ่งทางอำเภอน้ำเงินมาให้เรา 300 บาท บอกว่าเป็นเงินพระราชทานจากในหลวง

ลีลาวดี (ซ้าย)
ลีลาวดี (ซ้าย)

“เงินก้อนนั้นเป็นเงินก้อนใหญ่ก้อนแรกที่เราได้หลังน้ำท่วม จึงมีค่ามากๆ เหมือนเป็นเงินให้เราเริ่มต้นนับ 1 ใหม่ ด้วยขวัญกำลังใจที่ดีที่สุด ทุกวันนี้ไม่ลืมเลยว่าเราโตมา มีงานทำ มีครอบครัว มีชีวิตที่ดีก็เพราะเงินพระราชทาน ตั้งใจเสมอว่าจะต้องสอนลูกให้ได้เรียนสูงๆ มีงานที่ดี รู้จักทำประโยชน์เพื่อสังคม เพื่อตอบแทนน้ำใจ พระมหากรุณาธิคุณที่ทรงเมตตาให้เรามามากที่สุด” นางลีลาวดีกล่าวด้วยน้ำตา