บิ๊กโจ๊ก กำชับทุกส่วน ซ้อมแผนย้ายคนจีน 900 คน ที่ถูกหลอกไปทำงานเมียวดี

28.02.24 | 19:21 น.

บิ๊กโจ๊กกำชับทุกภาคส่วนซ้อมแผนรับมือ ย้ายคนจีน ที่ถูกหลอกไปทำงาน 900 คนจากเมียวดีกลับประเทศต้นทาง ผ่านประเทศไทย หลังจากได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลจีน


เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พล.ต.อ.สุรเชษฐ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) ประชุมกับคณะทำงานเพื่อซักซ้อมแผนการเคลื่อนย้ายคนจีน 900 คน ที่ถูกหลอกไปทำงานในเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา ซึ่งได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลจีนที่บุกเข้าไปทลายเครือข่าย เบื้องต้นปฏิบัติการจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 29 ก.พ. และ 1- 2 มีนาคม รวมระยะเวลา 3 วัน วันแรกจะเป็นการส่งเครื่องบินจากประเทศจีนมารับคนจีนชุดแรกสามเที่ยวบิน 149 คน จากท่าอากาศยานแม่สอด จังหวัดตาก ส่วนวันที่1 -2 มี.ค.จะเป็นการย้ายวันละ 6 เที่ยวบินรวมทั้งสิ้น 15 เที่ยวบิน

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าการทำงานครั้งนี้เป็นการประสานงานความร่วมมือระหว่างประเทศหลังจากที่ทางการไทยเคยขอความช่วยเหลือจากประเทศจีนในการเคลื่อนย้ายคนไทยที่ถูกหลอกไปทำงานที่เมืองเล้าก์ก่าย ผ่านเมืองคุณหมิง โดยไทยส่งเครื่องบินไปรับกลับมายังประเทศต้นทางมาแล้วครั้งหนึ่ง ในครั้งนี้รัฐบาลจีนจึงประสานขอความร่วมมือมาเช่นกัน โดยปฏิบัติการครั้งนี้มีการซักซ้อมความร่วมมือร่วมมือจากทุกภาคส่วนตั้งแต่การเคลื่อนย้ายคนจีนจากเมืองเมียวดีผ่านสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 ข้ามมายังด่านตรวจคนเข้าเมือง เพื่อผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและควบคุมต่อไปอย่างท่าอากาศยานแม่สอด

ยืนยันว่าทุกปฏิบัติการมีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ตำรวจภูธรจังหวัดตาก ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กองการต่างประเทศ และหน่วยงานภายนอกอย่างกลุ่มเอ็นจีโอ เพื่อให้การเคลื่อนย้ายเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนและไม่กระทบต่อความมั่นคงภายในประเทศ โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่บันทึกภาพทุกขั้นตอนและไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่จากประเทศจีนที่ติดอาวุธลงจากเครื่องบินและย้ำว่าหากเครื่องบินจากทางการจีนยังไม่จอดเทียบท่าที่ท่าอากาศยานจะไม่มีการลำเลียงคนจากเมียวดีข้ามแดนมาอย่างเด็ดขาด นี่ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ประเทศไทยประกาศชัดถึงจุดยืนในการต่อต้านการค้ามนุษย์และวันที่ 3 มีนาคม ก็จะเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกา เพื่อประชุมกับทริปออฟฟิศ ในการกำหนดกรอบการยกระดับ เทียร์ของประเทศไทยซึ่งที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับเทียร์ 2

Advertisement

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยืนยันว่าผลการปฏิบัติการที่ผ่านมามีการจับกุมค่อนข้างสูงและเอาใจใส่ทางคดีจึงเชื่อมั่นว่าทิศทางการรายงานผลในปีนี้จะเป็นแต้มบวกสำหรับประเทศไทย หากไม่ได้ลด ระดับมาอยู่ที่เทียร์ 1 ก็จะได้อยู่ในระดับเทียร์ 2+ ซึ่งเป็นสถานะที่พร้อมจะลดระดับ หลังจากการเดินทางไปก็จะรายงานผลกลับมามายังประเทศไทยอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นในการทำงานด้านการปราบปรามการค้ามนุษย์ที่ทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างจริงจังจนทำให้สหรัฐอเมริกายอมรับในความต่อเนื่องของประเทศไทยในการปราบปราบการค้ามนุษย์