ออส.สั่งตั้ง กก.สอบปมรถคว่ำที่เขาคิชฌกูฏ ชี้ถ้าประมาท ให้เอาผิดตามกม.-ยกเลิกสิทธิรถบริการ นทท.

29.02.24 | 21:17 น.

ออส.สั่งตั้ง กก.สอบปมรถคว่ำที่เขาคิชฌกูฏ หากพบประมาท ให้เอาผิดตามกฎหมาย และยกเลิกสิทธิรถบริการ นทท.

เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (ออส.) เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดอุบัติเหตุรถยนต์บริการในงานประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาท (พลวง) เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี พลิกคว่ำ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตนั้น ได้รับรายงานจากนายชวินทฐ์ ปิ่นแก้ว หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ ว่ารถยนต์คันที่เกิดอุบัติเหตุคือรถยนต์บริการคิวรถวัดพลวง ทราบชื่อคนขับ คือ นายทศพร เสาวพงศ์ อายุ 30 ปี ขับรถยนต์บริการ ยี่ห้อโตโยต้า (ป้ายแดง) หมายเลขทะเบียน ก 3948 จันทบุรี คิวรถยนต์บริการคิววัดพลวงเบอร์ที่ 77/2 ประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำ บริเวณเนินไทร ในเส้นทางลงเขา ห่างจากด่านเก็บค่าบริการหน่วยพิทักษ์ฯ ที่ คก.1 (พระบาทพลวง) ประมาณ 600 เมตร มีผู้โดยสารจำนวน 10 ราย เป็นชาวต่างชาติ 3 ราย (ชาวรัสเซีย) ชาวไทย 7 ราย บาดเจ็บ 9 ราย และเสียชีวิต 1 ราย

ทั้งนี้ หัวหน้าอุทยานฯ ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลเขาคิชฌกูฏ โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรีและโรงพยาบาลสิริเวชจันทบุรี เพื่อติดตามอาการของผู้ประสบเหตุ เบื้องต้นผู้ประสบเหตุ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเขาคิชฌกูฏ (โรงพยาบาลในพื้นที่) เพื่อประเมินอาการและปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยบางรายถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรีและโรงพยาบาลสิริเวชจันทบุรี ต่อมาในเวลา 12.30 น. ทางแพทย์แจ้งว่าสามารถกลับบ้านได้แล้วจำนวน 7 ราย เหลืออีก 2 ราย คือ นางสาวนฤมล ผ่องวรรณ พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี และ Mrs. Lilila Gabdnakhmanova พักดูอาการที่โรงบาลสิริเวชจันทบุรี

ด้านผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) นายก้องเกียรติ เต็มตำนาน ได้ประสานไปยังผู้ประกอบการรถยนต์บริการ (คิวรถวัดพลวงและคิวรถวัดกะทิง) เพื่อกำชับมาตรการด้านความปลอดภัย โดยให้พนักงานขับรถยนต์บริการ ขับรถด้วยความระมัดระวังและหมั่นตรวจเช็กสภาพรถยนต์และคนขับให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอและได้ออกมาตรการให้คิวรถยนต์บริการ ดำเนินการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ ช่วงล่าง เบรก และรายการที่เกี่ยวข้องโดยละเอียด โดยอุทยานฯ จะดำเนินการกวดขันอย่างเข้มงวดเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างในครั้งนี้ขึ้นอีก

Advertisement

ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ ได้กำหนดมาตรการควบคุมการให้บริการรถยนต์ในการรับ-ส่งผู้แสวงบุญ ดังนี้

รถยนต์บริการรับ-ส่งผู้แสวงบุญ

– เป็นรายชื่อเดิมหรือรายชื่อทดแทนที่ได้รับมอบอย่างถูกต้อง มีเอกสารมาแสดง โดยอ้างอิงจากบัญชีรายชื่อที่จัดทำไว้เมื่อ ปี 2559 จำนวน 142 คิว

– ได้รับอนุญาตจากทางอุทยานฯ โดยต้องยื่นเอกสารแสดงตัวตนเจ้าของคิวพร้อมเอกสารรถแต่ละคันกับทางอุทยานฯ และต้องมีสติ๊กเกอร์คิวรถ/หมายเลขติดรถ

– มีสภาพพร้อมที่จะใช้งานตามเกณฑ์กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้ โดยต้องผ่านการตรวจสภาพจากอู่หรือศูนย์บริการรถยนต์ที่เชื่อถือได้ (การตรวจสภาพก่อนเริ่มงานประเพณีฯ และมีการตรวจสภาพทุก 7 วัน)

– มีการประกันภัยสำหรับผู้แสวงบุญ กรณีเกิดอุบัติเหตุ

– กำหนดให้บรรทุกผู้แสวงบุญได้ คันละ 10-12 คน

– ชำระเงินค่า “บัตรบริการให้ความสะดวกต่างๆ ในอุทยานแห่งชาติ สำหรับ ยานพาหนะ” ในอัตรา 30 บาท/คิว/วัน

ส่วนพนักงานขับรถยนต์ มีข้อกำหนดต่างๆ เช่น มีใบอนุญาตขับรถ, ได้รับอนุญาตจากอุทยานฯ โดยต้องยื่นเอกสารแสดงตัวตนพร้อมใบอนุญาตขับขี่กับทางอุทยานฯ และต้องมีบัตรประจำตัวคนขับรถ, ไม่เสพสารเสพติด/ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และต้องมีสภาพร่างกายพร้อมที่จะปฏิบัติงาน โดยจะมีการสุ่มตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด/ปริมาณแอลกอฮอล์, พักผ่อนติดต่อกันไม่น้อยกว่า 10 ชั่วโมง (มีสมุดลงชื่อ-เวลาที่ปฏิบัติงาน) เป็นต้น

สำหรับหากกรณีมีการฝ่าฝืนเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้น จะพิจารณาลงโทษตามฐานการกระทำผิด โดยพิจารณาเป็นกรณีไป ดังนี้ ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร, ให้หยุดรถรับ-ส่งผู้แสวงบุญ (7 วัน), ตัดรายชื่อออกจากพนักงานขับรถ (ยกเลิกสิทธิในการขับรถ)

นายอรรถพลกล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีอุบัติเหตุดังกล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวของผู้เสียชีวิตมา ณ โอกาสนี้ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวตนได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริงของการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งหากเกิดจากความประมาทของคนขับให้ยกเลิกสิทธิในการวิ่งรถบริการนักท่องเที่ยวได้ทันทีและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขณะเดียวกัน พลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กำชับไปยังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยเฉพาะหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ ให้เตรียมความพร้อมเรื่องสถานที่ การดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว ให้ท่องเที่ยวอย่างสะดวก ปลอดภัย อีกด้วย