วันที่ 30 มกราคม 2560 ความคืบหน้าคดีที่นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี อดีตข้าราชการครูชาว จ.สกลนคร ออกมาเปิดเผยว่าตกเป็นแพะ ต้องติดคุก ทั้งที่ไม่ได้กระทำผิด ในคดีขับรถยนต์ชนคนตาย เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2548 จำคุก 3 ปี 2 เดือน เมื่อปี 2557 หลังการต่อสู้ใน 3 ชั้นศาล แต่ได้รับการอภัยโทษออกมาเมื่อปี 2558 และมีการร้องทุกข์ต่อกระทรวงยุติธรรม กลายเป็นข่าวโด่งดังสร้างความสนใจให้กับสังคม จนกระทั่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้น คือศาลจังหวัดนครพนม พิจารณารื้อฟื้นคดี และมีการนัดสืบพยานนั้น ส่วนทางด้านตำรวจยืนยันว่าการดำเนินคดีมีความถูกต้องทุกขั้นตอนและเชื่อมั่นว่านางจอมทรัพย์ไม่ใช่แพะตามคำร้องทุกข์ พร้อมมีการสอบสวนพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อเตรียมเอาผิดกับขบวนการรับจ้างทำผิดแทนครูจอมทรัพย์
ล่าสุด ศาลจังหวัดนครพนมได้ส่งหมายนัดสืบพยานปากสำคัญ คือ นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ อายุ 61 ปี พร้อมด้วยนางทองเรศ วงศ์ศรีชา อายุ 51 ปี ซึ่งทั้งสองเป็นพยานสำคัญที่เห็นช่วงเกิดเหตุและเคยออกมายืนยันตรงกันทั้งสองคนว่าพบเห็นคนขับรถยนต์ที่เกิดเหตุเป็นผู้ชายลงมาดูศพผู้ตาย หลังขับรถยนต์ชนรถจักรยาน ทำให้นายเหลือ พ่อบำรุง อายุ 75 ปี เสียชีวิต ก่อนขับรถยนต์หนีไป แต่จำได้เพียงตัวเลขทะเบียน 56 ส่วนอื่นไม่สามารถจำได้ โดยเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2560 พยานทั้ง 2 คนได้รับหมายศาลจังหวัดนครพนม เกี่ยวกับการนัดสืบพยานเป็นที่เรียบร้อยแล้วและยืนยันว่าพร้อมที่จะไปเป็นพยานให้การตามความเป็นจริง ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560
ด้าน พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าล่าสุดของคดีนั้น ในส่วนของตำรวจภูธรจังหวัดนครพนมได้รับคำสั่งจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกขั้นตอน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย และเชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจว่าเป็นไปตามความจริง ซึ่งรอเพียงศาลจังหวัดนครพนมทำการสืบพยานในระหว่างวันที่ 8-10 กุมภาพันธ์ 2560 ให้เป็นไปตามการพิจารณารื้อคดี หลังจากขั้นตอนการสืบพยานของศาลจังหวัดนครพนมแล้วเสร็จ ทางตำรวจจะได้มีการดำเนินตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป เชื่อว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น ส่วนจะมีการดำเนินคดีหรือเอาผิดเพิ่มเติมกับใคร ต้องรอกระบวนการของศาลสิ้นสุด ซึ่งทางตำรวจจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่ายอย่างแน่นอน และให้เป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
ทั้งนี้ รายงานระบุว่า นอกจากนางทัศนีย์และนางทองเรศแล้ว ยังมีพยานสำคัญออกมาเปิดเผยข้อมูลสวนกระแสอีกหลายราย เกี่ยวกับข้อมูลรถยนต์ที่เกิดเหตุ คือนายสับ วาปี อายุ 61 ปี ที่ออกมาอ้างว่าเป็นคนขับรถยนต์ อีซูซุ สีเขียว ทะเบียน บค 56 มุกดาหาร ชนรถจักรยานยนต์นายเหลือ พ่อบำรุง อายุ 75 ปี เสียชีวิต ไม่ใช่รถยนต์โตโยต้า สีบรอนซ์ ทะเบียน บค 56 สกลนคร ซึ่งเป็นของครูจอมทรัพย์ แต่กลับไปขัดแย้งกับเอกสารให้การไว้ที่ สภ.เรณูนคร จ.นครพนม เมื่อเดือนธันวาคม 2556 ว่า นายเสริฐ รูปสะอาด อายุ 53 ปี เป็นคนขับรถชน รวมถึงนายอุบล ไชยบัน อายุ 65 ปี ที่ออกมายืนยันว่ารถยนต์ที่นายสับ วาปี อายุ 61 ปี อ้างว่าขับไปชน ได้ซื้อมาตั้งแต่ปี 2547 และขายไปในปี 2550 โดยยืนยันว่าไม่มีใครขับไปชนตามที่เป็นข่าวแน่นอน ซึ่งประเด็นทั้งหมดตำรวจได้มีการเก็บพยานหลักฐาน รอการดำเนินคดีหลังศาลจังหวัดนครพนมสืบพยาน

