ประกันสังคมก้าวหน้า ประกาศ 4 นโยบายทำทันที จ่อพิจารณาลดงบประชาสัมพันธ์เกินจำเป็นกว่า 120 ลบ.

4.03.24 | 17:05 น.

ประกันสังคมก้าวหน้า ประกาศ 4 นโยบายทำทันที จ่อพิจารณาลดงบประชาสัมพันธ์เกินจำเป็นกว่า 120 ล้านบาท เชิญชวน พิพัฒน์ เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้สำเร็จ

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่กระทรวงแรงงาน นายษัษฐรัมน์ ธรรมบุษดี คณะกรรมการประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตน กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการของสำนักงานประกันสังคม เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงแรงงาน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานประกันสังคม ว่า วันนี้เป็นการประชุมร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นครั้งแรกหลังจากที่มีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.2566 ซึ่งทิศทางการหารือเป็นไปในเชิงบวก นโยบายของกระทรวงแรงงานร้อยละ 80 สอดคล้องกับนโยบายของทีมประกันสังคมก้าวหน้า ส่วนเรื่องปัญหาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกันสังคม พ.ศ. … ที่มีความเกี่ยวข้องกับที่มาของบอร์ดประกันสังคมนั้น ก็เป็นไปตามที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน ได้ชี้แจงว่า ท่านรมว.แรงงานจะเป็นผู้ให้ความเห็นกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่า การตั้งแต่บอร์ดประกันสังคมจะต้องเกิดขึ้นในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย อย่างไรก็ตาม นโยบายของบอร์ดประกันสังคม จะเน้นเรื่องการลงทุนในกลุ่มทุนที่มีธรรมาภิบาล เพิ่มกำไรของกองทุนที่สอดรับกับผลประโยชน์ของผู้ประกันตน เป็นต้น ซึ่งในวันที่ 8 มีนาคม เวลา 14.00 น. จะมีการประชุมบอร์ดประกันสังคมอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง ก็จะมีทิศทางและความชัดเจนของนโยบายต่างๆ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ช่องทางที่ผู้ประกันตนและนายจ้างสามารถติดต่อกับบอร์ดประกันสังคมได้อย่างสะดวกมากขึ้น

ด้าน น.ส.เกศนคร พจนวรพงษ์ โฆษกทีมประกันสังคมก้าวหน้า กล่าวว่า ข้อสรุปที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าได้ชี้แจงต่อ รมว.แรงงาน คือ ทีมประกันสังคมก้าวหน้าและรมว.แรงงาน ต่างมาจากการเลือกตั้งของประชาชน สิ่งใดเกิดในกระทรวงแรงงานที่สร้างความก้าวหน้า ก็ส่งผลให้ รมว. เป็นที่รู้จัก แต่สิ่งใดที่มีปัญหาก็เป็นหน้าตาของ รมว. เช่นกัน ไม่ต่างกับบอร์ดประกันสังคมที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นที่รู้จักของประชาชน หากเกิดความเสียหายต่างๆ ประชาชนก็จะจับตาเราไม่ต่างจากการจับตา รมว. จึงมีความคาดหวังว่าทีมประกันสังคมก้าวหน้าและ รมว. จะมีความเห็นตรงกันในหลักการว่า “ไม่ควรมีใครต้องมีชีวิตที่ยากลำบากจากการทำงานเป็นเวลา” ดังนั้น คนทำงานจะต้องมีชั่วโมงทำงานที่เหมาะสมและทำให้คนรุ่นใหม่เห็นอนาคต ดังนั้นการปฏิรูปสิทธิประโยชน์ประกันสังคม การบูรณาการฐานข้อมูลจะสามารถเป็นฐานการสร้างงานในอนาคต โดยเฉพาะแนวคิด “ประกันสังคมถ้วนหน้า” ที่จะยกระดับแรงงานอิสระทั้งหมด สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราอยากเชิญชวนให้ รมว. ร่วมผลักดัน และแน่นอนว่าหากทำสำเร็จจะเป็นผลงานชิ้นสำคัญที่สามารถช่วยคนจำนวนมหาศาลไว้ได้ไม่น้อยกว่าหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเมื่อ 22 ปีก่อน

น.ส.เกศนครกล่าวต่อว่า สิ่งที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าจะทำทันทีคือ 1.ทำให้กองทุนโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยการประชุมบอร์ดประกันสังคม จะต้องมีการถ่ายทอดสดสู่สารธารณะและสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ 2.การลดงบประมาณบางด้าน เช่น งบประมาณในการจัดทำสื่อวารสารที่เกินความจำเป็น 3.การประชุมจะต้องมีประสิทธิภาพมากขึ้น และ 4.ร่างพ.ร.บ.ประกันสังคมฯ ที่ถูกนำเสนอตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อน จึงเสนอให้มีการแต่งตั้งอนุกรรมการแบบกำหนดระยะเวลา เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ฉบับใหม่ที่สอดคล้องกับสิทธิประโยชน์ที่เราจะปรับปรุงเมื่อถามถึงการตั้งอนุกรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกันสังคมฯ ฉบับบอร์ดประกันสังคม จะเป็นไปในลักษณะใด นายษัษฐรัมน์กล่าวว่า การตั้งอนุกรรมการจะเป็นชุดถาวร ไม่ว่าจะเป็นอนุกรรมการด้านสิทธิประโยชน์ ด้านการเลือกตั้ง ด้านที่เกี่ยวข้องกับการบริหารสำนักงาน ส่วนอนุกรรมการเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกันสังคม จะพยายามทำให้กรอบเวลาการดำเนินงานสอดคล้องกับร่างพ.ร.บ.ที่ถูกเสนอโดยภาคการเมืองหรือภาคประชาชน ซึ่งหมายความว่าจะเป็นร่างที่ประกบคู่กับร่างพ.ร.บ.อื่นๆ อย่างไรก็ตาม ในการจะทำร่างพ.ร.บ.ประกันสังคม โดยบอร์ดประกันสังคมจะเกิดขึ้นหรือไม่นั้น จะต้องดูจากมติในที่ประชุมวันที่ 8 มีนาคม ก่อน

ถามต่อว่ากรณีที่มีการตั้งอนุกรรมการซ้อนคณะกรรมการจะเป็นการทำงานที่ซ้ำซ้อนหรือไม่ นายษัษฐรัมน์กล่าวว่า ในการทำงานของอนุกรรมการจะตั้งขึ้นมาเพื่อศึกษาในเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ ซึ่งจะมีการประชุมในสัปดาห์ที่ 1 และ 3 ของทุกเดือน ส่วนบอร์ดใหญ่จะประชุมในสัปดาห์ที่ 2 และ 4 ของทุกเดือน และเรื่องที่อนุกรรมการมีการพิจารณาแล้ว ก็จะไม่นำมาพิจารณาซ้ำในบอร์ดใหญ่ จะเป็นการรับทราบมติในที่ประชุมอนุกรรมการ ดังนั้นจะไม่มีการทำงานที่ซ้ำซ้อนกัน

Advertisement

เมื่อถามถึงนโยบายในการตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็น เช่นด้านการสื่อสาร วารสารประกันสังคม จะทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลยากขึ้นหรือไม่ นายษัษฐรัมน์กล่าวว่า ข้อมูลการใช้งบประมาณประชาสัมพันธ์ของประกันสังคมที่เปิดเผยมาปีละ 120 ล้านบาท ซึ่งมีสื่อที่ไม่ตรงกับตัวชี้วัดคือไม่สามารถกระจายไปถึงประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวเลขการพิมพ์วารสารฉบับล่าสุดสูงถึง 4 แสนฉบับ ใช้งบประมาณกว่า 10 ล้านบาท ในขณะที่ปัจจุบันเราสามารถใช้ช่องทางการสื่อสารได้หลากหลาย โดยตามแนวนโยบายของทีมประกันสังคมก้าวหน้า ที่จะให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมในทุกครั้ง จะทำให้เกิดดิจิทัลฟุตพริ้นท์ (Digital Footprint) และสามารถลดการใช้งบประมาณในการสื่อสาร หรือการพิมพ์วารสารกว่า 4 แสนฉบับได้ รวมถึงการจัดการฐานข้อมูลที่เป็นระบบ เราก็จะสามารถนำงบประมาณส่วนนี้ไปใช้อย่างอื่นได้