ชลน่าน ประกาศความสำเร็จนโยบาย ‘บัตรใบเดียว’ เผย ไร้เสียงบ่นคนทำงาน เร่งเดินหน้าเฟส 2

5.03.24 | 16:18 น.

ชลน่าน ประกาศความสำเร็จนโยบาย “บัตรใบเดียว” เผย ไร้เสียงบ่นจากคนทำงาน เร่งเดินหน้าเฟส 2 ให้ครบ ก่อนเปิดครอบคลุมทุกจังหวัด-ทุกกองทุนในสิ้นปี

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวความพร้อมการขับเคลื่อน “นโยบายยกระดับ 30 บาทรักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว ระยะที่ 2” ว่า นโยบายยกระดับ 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว คิกออฟระยะแรกเมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา ใน 4 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ แพร่ เพชรบุรี ร้อยเอ็ด และนราธิวาส ขณะนี้ผ่านมาแล้ว 2 เดือน จากการติดตามประเมินผลทุกมิติ พบว่า ประชาชนให้การตอบรับดีมาก มากกว่าร้อยละ 80 ขึ้นไป พึงพอใจในการมารับบริการ ด้านภาระงานบุคลากรมีการประเมินจากข้อเท็จจริง ไม่มีเสียงบ่น เรียกร้องเรื่องภาระงานทั้ง 4 จังหวัด สิ่งที่มีข้อกังวลเรื่องการบริการข้ามเขต พบว่า การใช้บริการสถานพยาบาลเพิ่มขึ้นทั้ง 4 จังหวัด ประมาณร้อยละ 8.7 เทียบจากเวลาเดิมเมื่อปีที่แล้ว เมื่อดูในรายละเอียดพบว่าในจำนวนนี้เป็นการใช้บริการข้ามเขต ภาพรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.9 แต่ดูในรายพื้นที่พบว่า บางแห่งไม่ถึงร้อยละ 5 บางแห่งติดลบด้วยซ้ำ ซึ่งไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ เพราะปกติที่มีการใช้ข้ามเขตก็อยู่ประมาณนี้ บางที่รับได้ถึงร้อยละ 10

“จากการเฝ้าระวังติดตามรายงานการใช้บริการในพื้นที่ ชัดเจนว่า ไม่มีเสียงเรียกร้อง เสียงบ่นจากผู้ให้บริการ เจาะลึกลงไปการบริการที่เพิ่มขึ้น ชัดเจนว่าไม่เป็นการเพิ่มภาระงานให้แก่บุคลากร ที่จะรับได้เกินขีดความสามารถ บางที่ลดด้วย เพราะใช้ระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยลดกำลังคนได้ เช่น จ.ร้อยเอ็ด ห้องบัตรเดิมใช้คน 20-30 คน ตอนนี้ลดเหลือไม่ถึง 10 คน และใช้เป็น One Stop Service สำหรับบริการอื่นในจุดนี้ด้วย เช่น ประกันสังคม แจ้งเกิดแจ้งตาย รวบยอดได้หมด” นพ.ชลน่านกล่าว

นพ.ชลน่านกล่าวว่า การจัดระบบริการแบบนี้ การบริการข้ามเขต หรือพี่น้องมารับบริการ สามารถลดค่าใช้จ่ายการเดินทางมากมาย แต่ต้องประเมินตัวเลขกลับมาอีกทีให้เห็นชัดว่า ภาระค่าใช้จ่ายที่ลดลงไป มีผลต่อด้านเศรษฐกิจ การประหยัดงบประมาณได้อย่างไร ส่วนจัดส่งยาและเวชภัณฑ์ถึงบ้านผ่าน Health Rider ไม่ต้องรอรับยาที่โรงพยาบาล โดยผลสำรวจความพึงพอใจการรับบริการ Health Rider ระหว่างวันที่ 23 กุมภาพันธ์-1 มีนาคม 2567 พบว่า ภาพรวมพึงพอใจสูงถึงร้อยละ 99.6

Advertisement

ทั้งนี้ มีการยกระดับด้วยการนำนวัตกรรมมาพัฒนาระบบบริการ โดยเฉพาะการบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ Personal Health Record (PHR) ดังนั้น โครงการนี้นอกจากให้สิทธิบัตรทอง 50 ล้านคนแล้ว สิทธิอื่นก็ได้โอกาสไปด้วย ในการบันทึกข้อมูลสุขภาพในการมาใช้บริการ มี PHR เข้าสู่ระบบทั้งหมด ไม่ว่ามีสิทธิใดประกันสังคม ข้าราชการ ก็มีข้อมูลทั้งหมด ต่อไปก็ไปใช้บริการที่ไหนก็ได้ แต่การเชื่อมต่อระบบเบิกจ่ายยังใช้สิทธิใครสิทธิมันอยู่

ในอนาคตจะใช้เป็นโอกาสอำนวยความสะดวกประชาชนทุกสิทธิ ที่จะใช้การเบิกจ่ายผ่านระบบดิจิทัล เชื่อมโยงข้อมูลกันในฐานการเบิกจ่าย Financial Data Hub เสมือนมีเคลียร์ริงเฮาส์ตรงกลางใหญ่ กระจายยิงไปแต่ละกองทุนให้ไปเบิกตามสิทธิได้เลย ไม่ต้องใช้ระบบเบิกจ่ายตามปัจจุบัน จะก็อำนวยความสะดวก หน่วยบริการ และกองทุน จะเห็นข้อมูลทั้งหมด จะเห็นว่าการเบิกจ่ายสมเหตุสมผลไหม บริการจริงหรือไม่ มีบันทึกการเข้ารับบริการที่สามารถยืนยันได้ ไม่ซ้ำซ้อน เป็นผลดีกับประเทศโดยรวมดูแลค่าใช้จ่ายในมิติสุขภาพ

“ยืนยันว่าความครอบคลุมกองทุนสุขภาพต่างๆ ไม่ใช่ของแถม แต่เป็นความตั้งใจ เราใช้ 30 บาทรักษาทุกที่นำร่องให้สิทธิเข้ามาร่วมจัดบริการกับเราโดยสมัครใจ ไม่ต้องบังคับ เมื่อก่อนเขียนไว้ในกฎหมายหลักประกันฯ มาตรา 9 และมาตรา 10 ว่า 3 กองทุนจะมาจัดบริการร่วมกันให้ไปคุยและออกพระราชกฤษฎีกา 20 ปีที่ผ่านมาไม่เคยคุย เพราะต่างคนต่างหวงกองทุนตัวเอง แต่พอจัดระบบริการแบบนี้ทุกฝ่ายจะเข้ามาร่วมด้วยเพราะเราไม่ได้ไปแตะกองทุนเขา เรามาอำนวยความสะดวกเรื่องระบบการจ่ายและการดูแลข้อมูลเท่านั้น ขอให้ประชาชนมั่นใจนโยบายนี้ เรายกระดับไม่เฉพาะเปลี่ยนจากระบบพื้นฐานด้วยมือมาเป็นดิจิทัล เพียงบัตรประชาชนใบเดียว ไม่ใช่แค่นั้น บัตรประชาชนเป็นแค่ช่องทางการใช้ แต่สิทธิประโยชน์ก็พัฒนายกระดับขึ้นมากมาย” นพ.ชลน่านกล่าว

นพ.ชลน่านกล่าวว่า เราจะดำเนินการโครงการนี้ให้จบในสิ้นปี 2567 ครบทุกจังหวัดครบทุกเครือข่ายที่เข้าสู่ระบบบริการ เพราะฉะนั้น แนวทางดำเนินการเฟส 1 จบไปแล้ว เราจะเริ่มเฟส 2 อีก 8 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ สิงห์บุรี สระแก้ว หนองบัวลำภู นครราชสีมา อำนาจเจริญ และพังงา เปิดบริการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ จะมีการคิกออฟอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 มี.ค. หลังจากเฟส 2 เราจะเตรียมความพร้อมตลอด โดยจะขยายเป็นเฟส 3 ในเดือน พ.ค. อีก 23 จังหวัด ใน 4 เขตสุขภาพ ได้แก่ เขตสุขภาพที่ 1 เพิ่ม 7 จังหวัด เขตสุขภาพที่ 4 เพิ่มอีก 7 จังหวัด เขตสุขภาพที่ 9 เพิ่มอีก 3 จังหวัด และเขตสุขภาพที่ 12 เพิ่มอีก 6 จังหวัด

เมื่อถามถึงกรณีสิ้นปี 2567 จะขยายให้ครบทุกสิทธิ และจะมีหน่วยงานใดเป็นเคลียร์ริงเฮาส์ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ถือเป็นเป้าหมายดำเนินการให้เสร็จในสิ้นปี 2567 โดยเฟส 4 อิงกับการใช้เม็ดเงินงบประมาณปี 2568 ที่ออก ต.ค. 2567 ที่จะเข้ามาสนับสนุนโครงการ โดยเฟส 1-2 ใช้งบประมาณ 2566 ไปพลางก่อนส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งเป็นบริการนวัตกรรมใหม่เราของบกลาง เฟส 1 รวมกว่า 300 ล้านบาท เฟสสอง 800 กว่าล้านบาท พอเฟส 3-4 เข้างบประมาณปกติ จึงกำหนดให้สิ้นสุดในสิ้นปี ส่วนสิทธิอื่นๆ จะเข้ารับบริการทั้งหมดหรือไม่ ยืนยันว่าเราวาง 30 บาทรักษาทุกที่ เป็นโครงการของบัตรทอง แต่สิทธิไหนก็ตาม เอาบัตรประชาชนมารักษาจะถูกบันทึกข้อมูล PHR ในระบบ มี Health ID ต่อไปใช้บริการก็สามารถเอาบัตรประชาชนใบเดียวไปใช้ได้ทุกที่ แต่ต้องต่อเติมระบบการจ่ายเงิน เพราะแต่ละสิทธิจะมีกองทุนของตัวเอง ทำอย่างไรให้การจ่ายเงินง่าย สะดวก ผ่านศูนย์หรือเซ็นเตอร์ใหญ่เสมือนเป็นหน่วยเคลียร์ริงเฮาส์ให้ แต่เงินอยู่กับแต่ละที่เลย

“เมื่อก่อน สปสช. เป็นเคลียร์ริงเฮาส์ให้สิทธิ UCEP ฉุกเฉินวิกฤตรักษาฟรี 72 ชั่วโมง สปสช.เรียกเก็บจากแต่ละกองทุน ต่อไปไม่ต้องตามจ่ายแบบนี้ เพราะระบบดิจิทัลสามารถยิงตัวเลขเข้าไปแล้วก็จ่ายกันได้เลย นี่คือการพัฒนาเชิงระบบ ส่วนหน่วยงานที่จะเป็นจุดกลาง Financial Data Hub จะมีกองเศรษฐกิจสุขภาพดูแลอยู่ ก็จะยิงเชื่อมทุกกองทุนมาตรงกลาง ทำให้เบิกจ่ายสะดวก เพราะเป็นแบบเรียลไทม์” นพ.ชลน่านกล่าว