“รองปลัด ยธ.”หัวโต๊ะถก”ร่างพ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา”ชี้กฎหมายเก่าไม่ชัด

30.01.17 | 14:19 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 มกราคม ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม (ศนธ.ยธ.) เป็นประธานในการประชุมเรื่องข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. …ตามคำสั่งของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เช่น สำนักงานอัยการสูงสุด กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย การประชุมดังกล่าวคณะกรรมาธิการวิสามัญ ตั้งข้อสังเกตให้นำความผิดฐานเป็นอั้งยี่มาใช้บังคับกรณีนายทุนมีลักษณะเป็นเครือข่ายขบวนการ เพราะเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน และให้บุคคลธรรมดาสามารถจดทะเบียนให้กู้ได้เช่นเดียวกับพีโคไฟแนนซ์ ก่อนจะนำผลการประชุมในครั้งนี้ รายงานให้ครม.ทราบต่อไป

พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวภายหลังการประชุมว่า การประชุมในวันนี้ เป็นการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นของแต่ละหน่วยงานที่ช่วยกันร่างพ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. … เพื่อจะนำความคิดเห็นของแต่ละหน่วยงานที่ร่วมกันทำมาไปเรียนให้ครม.ทราบ อีกเรื่องคือความคิดเห็นที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีความคิดเห็นในชั้นกรรมาธิการที่เห็นต่างกับคณะทำงานที่ร่างกฎหมาย โดยที่ประชุมมีการหารือเรื่องของฐานความผิด เพราะทางคณะทำงานที่ร่างกฎหมายนี้พยายามจะร่างเรื่องการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราเป็นคดีมูลฐานความผิดและเหตุฉกรรจ์ การปกปิดและตั้งเป็นเครือข่ายอาชญากรรม แต่ทางกรรมาธิการยังเห็นต่างกรณีที่ว่ายังมีกฎหมายเกี่ยวกับอั้งยี่ มีโทษสูงกว่าที่สามารถดำเนินการและเป็นความผิดมูลฐานของการฟอกเงิน

“การประชุมในวันนี้เป็นเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายเท่านั้นเอง คือ ฝ่ายที่ร่างกฎหมายอยากจะให้คดีที่เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราเป็นคดีมูลฐานความผิด และมีเรื่องของเหตุฉกรรจ์ที่เพิ่มขึ้น เป็นเรื่องของอาชญากรรม แต่ทาง สนช. โดยกรรมาธิการวิเคราะห์แล้วว่ากฎหมายเดิมอย่างอั้งยี่มีโทษสูงอยู่แล้ว ก็เป็นเรื่องขององค์กรอาชญากรรมอยู่ ที่จริงมันเรื่องของความเห็น แต่ในทางปฏิบัติผู้บังคับใช้กฎหมายก็ไม่ได้มีปัญหาในเรื่องของการปฏิบัติเลย”รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวและว่า ส่วนจะเห็นเป็นรูปธรรมเมื่อไหร่นั้น ขณะนี้เริ่มเห็นแล้ว ในส่วนของการบังคับใช้กฎหมายว่าจะเป็นทางยุติธรรมและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้ดำเนินการกับเจ้าหน้าหนี้นอกระบบ ส่วนกระทรวงการคลังมีมาตรการจะหาแหล่งเงินทุนให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีของคดีแก๊งเงืนกู้นอกระบบเครือข่ายนายวิชัย ปั้นงาม ว่าจะนำกฎหมายตัวนี้ไปคาบเกี่ยวได้ด้วยหรือไม่ พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า ช่วงที่นายวิชัยถูกจับกุมนั้น ยังเป็นกฎหมายเก่าอยู่ ยังไม่ได้รับการแก้ไขการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราของกลุ่มนายวิชัย ยังเป็นกฎหมายเมื่อปี2475อยู่ ในเครือข่ายนี้ถูกดำเนินคดีอั้งยี่ มีโทษสูงกว่า ตามที่ทางคณะกรรมาธิการเห็นและแนะนำให้กับผู้บังคับใช้กฎหมายกลับไปใช้กฎหมายนี้ ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบในคดีของนายวิชัยนั้น คิดว่านายวิชัยจะยังไม่มีการเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด เพราะบางเครือข่ายที่กฎหมายไปไม่ถึงยังมีการดำเนินการอยู่ ที่ไปบังคับข่มขู่ชาวบ้านอยู่ แต่ทางดีเอสไอได้รายงานให้ตนทราบว่าเร็วๆนี้จะมีการยึดทรัพย์เพิ่มอีก ส่วนจะเป็นที่ไหนยังไม่ขอเปิดเผย

เมื่อถามว่า ทราบหรือไม่ว่าขณะนี้นายวิชัยหลบหนีอยู่ประเทศไหน รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ยังไม่ทราบ สำหรับกรณีการตรวจสอบเส้นทางการเงินของนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายของนายวิชัยนั้น ขณะนี้ร้องขอไปยัง ป.ป.ง. แล้ว แต่ยังไม่ได้รับรายงานผลการตรวจสอบ

Advertisement