ครู-นักเรียน รร.หอวังปทุมธานีหลายร้อยชีวิต ร่วมสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ “ในหลวงร.9”

30.01.17 | 14:48 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 89 ประชาชนจากทั่วประเทศแต่งกายชุดดำสุภาพ มาต่อแถวรอกราบถวายสักการะไม่ขาดสาย โดยสำนักพระราชวังเปิดประตูวิเศษไชยศรีให้ประชาชนเข้าตั้งแต่เวลา 04.45 น. จากเปิดปกติเวลา 08.00 น.

นางเพ็ญศรี อุ้ยทอง อายุ 51 ปี ชาวอ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี มากราบถวายสักการะพระบรมศพเป็นครั้งที่ 3 กล่าวว่า วันนี้ถือว่ารอไม่นาน เพราะเริ่มต่อแถวเวลา 07.00 น. ได้ขึ้นกราบพระบรมศพเวลา 08.00 น. ทั้งนี้ตนเดินทางมาคนเดียว ตั้งใจจะกราบพระบรมศพพระองค์ให้ได้ เพราะสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อชาวอำเภอพระแสง ตั้งแต่เล็กได้ฟังคำบอกเล่าจากรุ่นพ่อรุ่นแม่ว่า แต่ก่อนที่อ.พระแสงการเดินทางยากลำบากมาก สัญจรได้แต่ทางเรือเท่านั้น จนในหลวงร.9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯจ.สุราษฎร์ธานี ไปทอดพระเนตรความยากลำบากของประชาชน จึงได้พระราชทานรถแทร็กเตอร์ให้ 1 คันเพื่อทำถนน ทำให้ปัจจุบันการสัญจรไปมาสะดวก และมีประชากรเข้าไปอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก ทุกวันนี้ทางอ.พระแสงได้จัดนิทรรศการแสดงรถแทร็กเตอร์และพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อชาวอ.พระแสง อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวน้อมนำคำสอนของพระองค์มาใช้อยู่แล้ว อาทิ การประหยัดอดออม การปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน ขณะเดียวกันจากนี้ตั้งใจจะทำความดี เพื่อตัวเอง สังคม และประเทศชาติต่อไป

S__483384
เพ็ญศรี อุ้ยทอง

นายพิเชษฐ์ อนุศาสนนันท์ อายุ 80 ปี ข้าราชการบำนาญ มาพร้อมนางอุษา ขัมพานนท์ อายุ 77 ปี ชาวจ.สมุทรสาคร ต่อแถวตั้งแต่เวลา 08.00 น. ได้กราบพระบรมศพเวลา 11.00 น. กล่าวร่วมกันว่า การมาสักการะพระบรมศพครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก เนื่องด้วยอายุมากแล้วสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง จึงไม่สามารถมาต่อแถวได้ครั้งละหลายชั่วโมง แต่ตัดสินใจมาวันนี้เพราะคนไม่ค่อยเยอะเหมือนเมื่อช่วง 100 วันที่ผ่านมา วินาทีแรกที่ได้สักการะพระบรมศพ ความปลื้มปิติความตื้นตันก็เอ่อล้นขึ้นมาทันที ทุกวันนี้นอกจากจะเดินตามรอยพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในด้านความพอเพียงใช้ชีวิตอย่างเพียงพอ อดออม ปลูกผักสวนครัวไว้รับประทานเองที่บ้านแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ทำเป็นประจำหลังจากที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคตคือ การเป็นเจ้าภาพร่วมสวดอภิธรรมถวายพระบรมศพ ที่วัดป้อมวิเชียร จ.สมุทรสาคร

“เราในฐานะที่เป็นอดีตข้าราชการ คือคนของพระราชา และทุกวันนี้ถึงแม้จะเป็นข้าราชการบำนาญกันแล้ว มีเพียงสิ่งเดียวที่เราจะสามารถทำเพื่อเป็นการถวายความจงรักภักดีแด่พระองค์ได้ คือการเป็นเจ้าภาพร่วมสวดพระอภิธรรมถวาย โดยก่อนหน้านี้ครอบครัวเราเป็นเจ้าภาพร่วมสวดพระอภิธรรม ที่วัดป้อมวิเชียร เป็นประจำจนครบ 100 วัน และทุกวันนี้ก็เป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมถวายทุกวันขึ้น 15 ค่ำ จนกว่าจะถึงถวายพระเพลิงพระบรมศพ” นายพิเชษฐ์และนางอุษากล่าว

อุษา - พิเชษฐ์
อุษา – พิเชษฐ์

น.ส.นงลักษณ์ อันเวียง อายุ 45 ปี ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ ร่วม 30 ปี โดยเดินทางมาช่วงเวลา 09.00 น. กล่าวว่า เนื่องจากเป็นวันหยุดตรุษจีนของบริษัทจึงได้เดินทางมากราบพระบรมศพในวันนี้ ทั้งๆ ที่ตั้งใจอยากมานานแล้ว หลังจากที่ได้มาแสดงความจงรักภักดีต่อพระองค์ในวันที่ 14 ตุลาคม 2559 เมื่อได้ย่างก้าวขึ้นกราบรู้สึกดีใจที่ได้มีโอกาสใกล้ชิดพระองค์สักครั้งหนึ่งในชีวิต ทั้งนี้เพราะเรารักพระองค์มากเปรียบเสมือนพ่อของแผ่นดินที่ทรงงานทุกอย่างเพื่อประชาชนไม่เพียงในถิ่นทุรกันดาร แต่ในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ พระองค์ก็ทรงไม่ละทิ้ง ทรงสร้างบึงมักกะสันบำบัดน้ำเสีย ทรงมีพระราชดำริจัดสร้างสะพานพระราม8 สะพานภูมิพล แก้ไขปัญหาการจราจร ซึ่งเป็นเส้นทางที่ตัวเองใช้สัญจรเป็นประจำ ทำให้เห็นว่าโครงการที่ได้พระราชทานมานั้นทรงสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่ประชาชนทุกคน ตัวเองจึงได้ตั้งจิตและยึดหลักคำสอนของพระองค์มาใช้แม้จะเป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของพระองค์ท่าน แต่ก็จะทำให้ดีที่สุดเท่าที่ความสามารถของตัวเองจะทำได้ในเรื่องของความไม่เอาเปรียบผู้อื่น การมีน้ำใจ ช่วยเหลือต่อผู้ด้อยโอกาส

Advertisement
S__483389
นงลักษณ์ (คนกลาง)

นายวัชราภรณ์ วัชรสิทธิ์ ครูชั้นม.4 นำคณะครูและนักเรียนชั้นม.4 รร.หอวังปทุมธานี รวม 350 คน มากราบพระบรมศพ กล่าวว่า การพาเด็กนักเรียนมากราบพระบรมศพเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำนึกในพระมหากรุณาที่คุณในหลวงร.9 เนื่องด้วยโรงเรียนในจ.ปทุมธานีทั้งหมดขณะนี้ปิดการเรียนการสอน เพราะครูต้องไปร่วมจัดงานแข่งขันศิลปหัตถกรรมระดับชาติ ซึ่งจัดที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต แต่โรงเรียนไม่อยากให้นักเรียนหยุดไปเสียเปล่า จึงนำนักเรียนทั้งระดับชั้นม.4 มากราบวันนี้ ส่วนนักเรียนชั้นม.5 จะมาวันพรุ่งนี้ ทั้งนี้ถือเป็นการเรียนรู้สถานที่จริง ได้เห็นสิ่งที่เคยเรียนในหนังสือ ได้ทราบความเป็นมาของพระบรมมหาราชวัง ทราบชื่อและที่มาจากประตูต่างๆที่เดินผ่าน ซึ่งคณะครูจะคอยบรรยายตลอดทั้งบนรถและตอนเดิน อย่างไรก็ตาม สำคัญที่สุดคือ นักเรียนได้เห็นของจริงและแสดงออกในสถานที่จริงถึงการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงร.9 จากปกติที่ทราบจากสื่อการเรียนการสอนและกิจกรรมในโรงเรียน

“รู้สึกดีใจที่ได้มีโอกาสพานักเรียนมาที่นี่ ต้องยอมรับว่าพวกเขาคือเด็กต่างจังหวัด บางคนไม่เคยมา ไม่มีโอกาสมาที่นี่ ทั้งนี้ส่วนตัวประทับใจและผูกพันในหลวงร.9 เพราะอดีตเคยบวชเรียนภาษาบาลีและได้รับคัดเลือกให้ได้รับทุนเล่าเรียนหลวง ซึ่งเป็นทุนพระราชทานของพระองค์พระราชทานเฉพาะพระและเณร ให้ได้ศึกษาทางธรรมสูงๆ เพื่อกลับมารับใช้สังคม ซึ่งผมได้รับทุนรุ่นแรก แม้ตอนนี้จะเป็นครูแล้วแต่ก็พร้อมจะนำคำสอนของพระองค์มาปฏิบัติ ทำให้นักเรียนเห็น และเชิญชวนให้นักเรียนมาทำตามคำสอนของพระองค์ ให้เลือกทำแต่พอดีและเหมาะกับเขา” นายวัชราภรณ์กล่าว

นายวัชราภรณ์
นายวัชราภรณ์ และนักเรียน

นางสาวเกศสุดา ล้วนทร อายุ 34 ปี พนักงานบริษัท นิเด็ค นวนคร จ.ปทุมธานี กล่าวว่า พึ่งเดินทางมาเป็นครั้งแรก ส่วนที่เลือกเดินทางมาวันนี้เนื่องจากเข้ากะกลางคืนจึงชวนพี่สาว คือ นางชาลิสา ล้วนทร เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพในหลวง ร.9 ด้วย เพราะหากเดินทางมาวันเสาร์ อาทิตย์ คนน่าจะเยอะเพราะเป็นวันหยุดการทำงานของทุกคน วันนี้เดินทางมาถึงท้องสนามหลวงประมาณ 09.00 น. อยากมากราบเพราะพระองค์เป็นผู้นำเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งประเทศ พระองค์ทรงงานหนักเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากอุบัติภัยต่าง ๆไม่ว่าจะน้ำท่วม น้ำแล้ง พระองค์ไม่เคยทอดทิ้งพสกนิกรที่เดือดร้อน รู้สึกตื้นตันและซาบซึ้งใจ ยากที่จะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ สำหรับตนก็ได้ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ร.9 มาใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ทำเท่าที่เราทำได้ ไม่ใช้จ่ายเกินตัว อยู่อย่างเรียบง่าย พอเพียงและมีความรับผิดชอบและขยันหมั่นเพียรในการทำงาน

S__483411
เกศสุดา

S__483392

S__483415

S__483416

S__483417

S__483418 S__483419