เดวิด หอบกระเช้าขอโทษ คดีชูนิ้วกลาง ดูหมิ่น ‘กู้ชีพ’ ตม.คุมตัวไปถอนวีซ่าธุรกิจทันที

7.03.24 | 15:09 น.

เดวิด หอบกระเช้าขอโทษ คดีชูนิ้วกลาง ดูหมิ่น ‘กู้ชีพ’ ตม.คุมตัวไปถอนวีซ่าธุรกิจทันที

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม จากกรณีที่มีการแจ้งความดำเนินคดี นายเดวิด กับคู่กรณี เจ้าหน้าที่รถกู้ชีพ ที่ สภ.เชิงทะเล และกรณีการขับรถที่น่าจะเป็นอันตรายแก่ผู้อื่น ในเรื่องนี้ตำรวจได้นัดนายเดวิดมาพบในวันที่ 7 มีนาคม 2567 เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา

นายเดวิดพร้อมกับภรรยา และทนายความ เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.ถลาง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา รวมถึงขอโทษคนขับรถกู้ชีพที่เคยมีคดีความมาก่อนหน้านี้

โดยนายเดวิดได้มอบช่อดอกไม้ขอโทษ แก่ว่าที่ร้อยตรีวิบูลย์ ฮ้อบุตร เจ้าหน้าที่กู้ชีพซึ่งขับรถกู้ชีพ และถูกนายเดวิดขับรถ SUV ยี่ห้อดังชูนิ้วกลาง บริเวณอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร เมื่อเดือนธันวาคมปี 2566 โดยขณะนั้นได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกันทั้งสองฝ่าย ภายหลังได้มีการพูดคุยยอมความ และถอนแจ้งความในเวลาต่อมา ซึ่งนายเดวิดได้ขอโทษว่าที่ร้อยตรีวิบูลย์อีกครั้ง

ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาคนขับรถพยาบาลดูหมิ่นซึ่งหน้าปรับ 1,000 บาท และแจ้งข้อหาดูหมิ่นซึ่งหน้าแก่นายเดวิดปรับ 1,000 บาท และอีกหนึ่งข้อหาขับรถประมาทหวาดเสียวปรับ 4,000 บาท

Advertisement

จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ทำหลักฐานส่งฟ้องนายเดวิดต่อพนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต โดยมีเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต 2 นายมารอรับตัว นายเดวิดกลับไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการเพิกถอนวีซ่าประกอบธุรกิจ ที่จะหมดอายุในวันที่ 13 มีนาคมนี้ต่อไป

รายงานข่าวเพิ่มเติมแจ้งว่า หลังจากจบคดีพิพาท ที่สถานีตำรวจภูธรถลางจังหวัดภูเก็ตแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต ได้นำตัวนายURS BEAT FEHRนักธุรกิจ ชาวสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีการ แจ้งให้เจ้าตัวทราบถึงทาง การยกเลิกวีซ่า ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยเห็นว่า การกระทำของ มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขและความเรียบร้อยของประชาชน ซึ่งเข้าเงื่อนไขตาม พรบ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ตามพฤติการณ์ที่ได้รับการยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรจาก นายโสภณสุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัด และ พลตำรวจตรีสินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ตซึ่ง

อย่างไรก็ดีนายURS BEAT FEHRมีสิทธิ์ อุทรณ์ ตามกฎหมาย ที่ว่าผู้ที่ได้รับคำตัดสินวีซ่า ไม่ว่าจะเป็นการปฏิเสธวีซ่า, ยกเลิกวีซ่าหรือเพิกถอนวีซ่า มีสิทธิ์ อุทธรณ์ตามข้อกฎหมาย ทุกประการ