ตำรวจท่องเที่ยว ลงตรวจร้านสูท ป้องกันการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว

8.03.24 | 18:44 น.

ตำรวจท่องเที่ยวกรุงเทพฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านตัดสูท แก้ไขการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว


เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่ห้องประชุมเอราวัณ ชั้น 2 ศาลาว่าการ กทม.เสาชิงช้า พ.ต.อ.ศราวุธ ตันกุล รอง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.กรฤวิศวร์ ทองศรีวาณิช ผกก.1 บก.ทท.1 พ.ต.ท.จิรพัฒน์ เขียวศิริ รอง ผกก.1 พ.ต.ท.ปรเมษฐ์ ดวงแก้ว สว.ส.ทท.1 กก.1 บก.ทท.1 พ.ต.อ.ประทีป เจริญกัลป์ รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค นายสมชาย รัตนสุภา ผู้อำนวยการกองตรวจสอบและปฏิบัติการกรมการค้าภายใน นายอุษณกร ปัญญาวชิร รองเลขาธิการสหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย นายชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันอุตสาหกรรมสิ่งทอ ผู้แทนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผู้แทนสำนักเทศกิจกรุงเทพมหานคร ผู้แทน บก.ปคบ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมเพื่อหารือและซักซ้อมความเข้าใจในการลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจร้านตัดสูท ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อปราบปรามป้องกันการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว

จากนั้นต่อมาทั้งหมดร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบร้านตัดสูทในพื้นที่ และประชาสัมพันธ์ให้คำแนะนำเรื่องการสร้างมาตรฐานคุณภาพสินค้าและราคาสินค้า เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวในบริเวณพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวม 6 ร้าน

Advertisement

จากนั้นหลังเสร็จสิ้นการร่วมตรวจสอบได้แถลงข่าวประชาสัมพันธ์แนะนำการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อเป็นการคุ้มครองนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นผู้บริโภค เพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศส่งเสริมการท่องเที่ยวตามนโยบายรัฐบาล

พ.ต.อ.ศราวุธแนะนำให้ร้านดำเนินการว่า ในการมาตรวจครั้งนี้ในเบื้องต้นจะมาประชาสัมพันธ์ เตือนผู้ประกอบการให้ขายของตามสภาพที่เหมาะสมกับราคา แนะนำตักเตือน วางแนวทางการปฏิบัติ ข้อปฏิบัติเกี่ยวกับคุณภาพของผ้าที่ใช้ตัดสูท มีการแจ้งราคาผ้า ราคาค่าแรง เพื่อเป็นแนวทางให้ลูกค้าตัดสินใจ เพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวถูกเอารัดเอาเปรียบ และเพื่อความเป็นมาตรฐานของผู้ประกอบการด้วย

1.การติดฉลากรายละเอียดกำหนดคุณภาพ ราคา และส่วนประกอบเนื้อผ้า แบ่งหมวดหมู่ผ้าตามคุณภาพและราคา แจ้งรายละเอียดสินค้าให้ผู้ซื้อประกอบการตัดสินใจซื้อสินค้าให้ชัดเจน

2.ทาง สคบ.จะไปพิจารณาปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับฉลากของสินค้า และผู้แทนสถาบันอุตสาหกรรมสิ่งทอได้นำตัวอย่างของผ้าไปตรวจพิสูจน์คุณภาพว่าตรงตามที่ร้านได้แจ้งไว้หรือไม่

เพื่อเป็นแนวทางการป้องกันการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งฝากประชาสัมพันธ์หากพบเห็นการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวสามารถแจ้งมาได้ที่สายด่วน 1155 ตลอด 24 ชม.