หน้าแรก ในประเทศ ซาโลมาปาเต๊ะ ...

ซาโลมาปาเต๊ะ นราฯ ยอดขายพุ่งแรง เผยแรงบันดาลใจเสื้อลายเมอนารอ

10.03.24 | 11:45 น.

ซาโลมาปาเต๊ะ นราฯ ยอดขายพุ่งแรง เผยแรงบันดาลใจเสื้อลายเมอนารอ

ภายหลังจากที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้สวม เสื้อลายเมอนารอสีชมพู ขณะเดินทางมาทำกิจกรรมเที่ยวใต้สุดใจที่ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งภาพดังกล่าวกลายเป็นกระแสทางสังคมที่มีการค้นหาถึงที่มาของเสื้อลายดังกล่าวอย่างล้นหลาม

น.ส.ไบซูรา ยูโซ๊ะ เจ้าของแบรนด์ “ซาโลมาปาเต๊ะ” เปิดเผยว่า ตนมีความรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างมากที่ทาง จ.นราธิวาส ได้เลือกผ้าลายอัตลักษณ์เมอนารอของทางกลุ่ม เพื่อมอบเป็นของที่ระลึกต้อนรับ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในโอกาสเดินทางลงพื้นที่ จ.นราธิวาส ในกิจกรรมเที่ยวใต้สุดใจ อีกทั้งทางกลุ่มยังเป็นกลุ่มผ้าเพียงกลุ่มเดียวของ จ.นราธิวาส ที่ได้จัดแสดงผ้าให้นายกรัฐมนตรีได้รับชม ณ พิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลาม และศูนย์การเรียนรู้อัล-กุรอาน ต.ละหาร อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส

น.ส.ไบซูรา กล่าวว่า จากการที่นายกรัฐมนตรีได้สวมใส่เสื้อลายอัตลักษณ์เมอนารอในครั้งนั้น ส่งผลให้ขณะนี้ทางกลุ่มได้รับเสียงตอบรับที่ดีเป็นอย่างมาก มีลูกค้าติดต่อ เพื่อสั่งซื้อสินค้ากับทางกลุ่มอย่างมากมายในทุกช่องทาง และจากเสียงตอบรับที่ดีนี้เอง ทำให้ทางกลุ่มต้องเร่งกำลังในการผลิตสินค้า เพื่อให้ทันต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดนี้ จนเรียกได้ว่าทำงานกันจนไม่มีวันหยุดเลยในช่วงนี้

Advertisement

“ขณะนี้ทางกลุ่มได้เพิ่มทางเลือกในเรื่องของเนื้อผ้าให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากขึ้นกว่าเดิม โดยตอนนี้ทางร้านมีเนื้อผ้าให้ลูกค้าได้เลือก 2 แบบ คือ 1.เนื้อผ้า Cotton 100 เปอร์เซ็นต์ และ 2.Cotton ฝ้าย โดยหากให้ทางร้านแนะนำ ทางร้านจะขอแนะนำเป็นเนื้อผ้า Cotton 100 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากเนื้อผ้าจะมีลักษณะเงา สวย ใส่สบาย สีสันจะเด่นชัดสะดุดตามากกว่า ที่สำคัญคือ เนื้อผ้า Cotton 100 เปอร์เซ็นต์ มีราคาสูงกว่า Cotton ฝ้ายธรรมดาเพียง 200 กว่าบาทเท่านั้น”

น.ส.ไบซูรา กล่าวอีกว่า สำหรับลวยลายอัตลักษณ์เมอนารอของทางร้านเป็นลวดลายปาเต๊ะ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากความอุดมสมบูรณ์ และความสวยงามของธรรมชาติใน จ.นราธิวาส ซึ่งมีทั้งผืนป่าขนาดใหญ่ที่สมบูรณ์ ทะเล และสินธุ์แร่ทองคำใต้ผืนดิน โดยใช้เทคนิคผ้าปาเต๊ะออกแบบซ้อนลายถึง 4 ชั้น สื่อถึงแม่น้ำสำคัญ 4 สายที่หล่อเลี้ยงชาวนราธิวาส ได้แก่ แม่น้ำบางนรา, แม่น้ำโก-ลก, แม่น้ำสายบุรี, แม่น้ำตากใบ

ตัวอักษร NARATHIWAT: สื่อถึงความเท่าเทียม เคารพสิทธิเสรีภาพซึ่งกันและกัน มีความเจริญก้าวหน้า

ลายพิกุลพลอยกราฟฟิก : สื่อถึงอัตลักษณ์การพัฒนาด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัลของชาวนราธิวาส มีความความพร้อมเป็นเมืองต้นแบบในการพัฒนาในทุกๆ ด้านเพื่อทันโลก ทันสถานการณ์ ทันสมัย แห่งโลกในอนาคต

ลายดอกรักสี่ทิศ : สื่อถึงความจงรักภักดีของช่างทำผ้าทุกกลุ่ม ทุกศาสตร์ทุกศิลป์ ใน 13 หัวเมืองของ จ.นราธิวาส

ปักษา 3 ปีกล้อมดิน : สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่มีทรัพยากรแม่น้ำ น้ำตก ภูเขา ซึ่งล้อมดินที่มีแร่ทองคำ

อีกทั้งยังได้สอดผสานกับลวยลายที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นผู้ออกแบบ เช่น ลายดอกรักราชกัญญา ลายขอ และลายดอกพิกุลพลอย ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระราชทานไว้แก่กลุ่มทอผ้าชาว จ.นราธิวาสในอดีต ส่งผลให้ผลงานลายอัตลักษณ์เมอนารอของทางร้านมีความปราณีต งดงาม และแตกต่างจากลวดลวยผ้าโดยทั่วไป

ทั้งนี้กลุ่มผ้าแบรนด์ซโลมาปาเต๊ะ จะไม่อาจเป็นกลุ่มผลิตผ้าที่มีชื่อเสียง เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศ และต่างประเทศดั่งเช่นในปัจจุบันได้เลย หากขาดซึ่งกำลังหลักของสมาชิกในกลุ่มที่ได้ช่วยเหลือกัน ประคับประคองกันมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งส่วนนี้ตนมีความรู้สึกภูมิใจมากที่วันนี้เราสามารถได้ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในกลุ่มได้อีกหลายชีวิต ทำให้เขาเหล่านี้ได้มีความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้น

โดยเฉพาะในสมาชิกผู้ที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ที่ทางกลุ่มได้ช่วยเหลือรับเข้ามาทำงานเป็นจำนวน 2 คน แม้คนเหล่านี้จะเป็นบุคคลที่เรียนรู้ได้ช้ามากกว่าคนปกติทั่วไป หากแต่คนเหล่านี้ก็มีความพิเศษในตัวเช่นกัน คือมีสมาธิ อดทน สามารถทำงานฝีมือได้ในระยะเวลายาวนานมากกว่าคนปกติทั่วไป ส่งผลทำให้ผลงานมีความละเอียด ปราณีต

ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้ทางกลุ่มจึงได้ให้ความไว้วางใจ และได้มอบหมายให้เขาเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งในการทำผ้าให้กับ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในครั้งนี้ และยังพบว่าผู้ร่วมผลิตผ้าต่างมีความรู้ดีใจและภาคภูมิใจ ที่ได้ในใช้ฝีมือของตนเอง ร่วมรังสรรค์ผลงานให้กับคนสำคัญของประเทศ

“ต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีและคณะ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างมากที่ได้ช่วยผลักดันให้ความสำคัญกับงานหัตถกรรมท้องถิ่นของพื้นที่ชายแดนใต้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผ้า หรืองานหัตถกรรมจากท้องถิ่นในแหล่งต่างๆจะได้รับการพัฒนา ส่งเสริมและผลักดันให้เป็น Soft Power ไปสู่เวทีระดับโลกต่อไป” น.ส.ไบซูรา กล่าวทิ้งท้าย